จาก request นักศึกษาว่าอยากเห็นเกรดเร็วๆ ได้ผลโดยทั่วไปดังนี้ครับ
- กลุ่มละคอน JC เกรด B+
- เหตุผล: มีการวางแผนและความตั้งใจดี การวิเคราะห์ทั้งระหว่างทำงานและวิเคราะห์ผลน่าสนใจ เห็นภาพการทำงานร่วมกันดี ยังสามารถปรับปรุงด้านการต่อยอดและขยายความสนใจไปยังกลุ่มคนที่กว้างขึ้น
- กลุ่ม JC Showcase เกรด B+
- เหตุผล: มีความตั้งใจและความพยายามในการศึกษาเทคนิควิธีดี เห็นภาพการทำงานร่วมกันดี ยังสามารถปรับปรุงเนื้องาน โดยเฉพาะการต่อยอดความสนใจออกไปยังวงกว้างขึ้น
- กลุ่ม Training Day เกรด B
- มีปัญหาเรื่องการวางแผนและการตัดสินใจ การทำงานร่วมกันยังไม่เป็นเอกภาพ อย่างไรก็ตามเห็นความพยายามดีภายในระยะเวลาที่จำกัด
ช่วงนี้กำลังร่วมพัฒนาห้องสมุดดิจิทัลในประเทศไทย บังเอิญไปเจอบทความใน The Library Quarterly ชื่อ Cultural Dimensions of Digital Library Development เขียนโดย Marija Dalbello ซึ่งเป็นอาจารย์ที่ Rutgers – The State University of New Jersey บทความนี้มีสองตอน ต่อไปนี้จะสรุปสาระสำคัญของตอนแรก
- การพัฒนาห้องสมุดดิจิทัลในห้องสมุดแห่งชาติในยุโรป เริ่มมาตั้งแต่ยุค 1990s โดยถึงแม้ห้องสมุดแต่ละประเทศจะมีโครงการของตัวเอง แต่ทั้งหมดอยู่ภายใต้กรอบการสนับสนุนทางนโยบายของสหภาพยุโรป เช่น Information Society Technologies Fifth Framework Programme (IST-FP5)
- ในปี 2002 มีห้องสมุดในยุโรปที่มีโครงการห้องสมุดดิจิทัลเพียง 15 จาก 43 แห่ง แต่ปัจจุบันมีเกือบทั้งหมด
- ในยุคแรก (1990s – 2002) ห้องสมุดดิจิทัลในยุโรปมุ่งเน้นการสงวนรักษาและเผยแพร่สมบัติทางวัฒนธรรม (Cultural heritage) ผ่านการ digitise หนังสือหายากและ special collection
- การเข้าใจว่าวัฒนธรรมเกี่ยวข้องกับห้องสมุดดิจิทัลอย่างไร ต้องเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างวัฒนธรรมกับสังคมก่อน ว่ามี 3 แบบ
- Cultural imperative: ความจะเป็นทางวัฒนธรรมเป็นตัวนำให้เกิดห้องสมุดดิจิทัล
- Technological determinism: เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าทำให้เกิดห้องสมุดดิจิทัล
- Mixed-model: ผสมกันทั้งสองอย่าง เช่น การมีเทคโนโลยีทำให้ห้องสมุดพยายามใช้เทคโนโลยีนั้นให้เกิดประโยชน์ (นั่นคือการ digitise นั่นเอง) เพื่อตอบสนองต่อภารกิจของห้องสมุดที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์และเผยแพร่วัฒนธรรม และทำให้สถานะของห้องสมุดมั่นคงขึ้นท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง
- ตัวอย่างความสัมพันธ์ระหว่างวัฒนธรรมกับห้องสมุด: ในอังกฤษ ห้องสมุดแห่งชาติ (The British Library – BL) ไม่เพียงทำห้องสมุดดิจิทัลในเชิงเนื้อหา แต่ยังมีระบบการรับเนื้อหาดิจิทัล (digital material acquisition) และระบบการเคลียร์ลิขสิทธิ์
- กระทรวงวัฒนธรรมอังกฤษ มีบทบาทในการกำหนดทิศทางห้องสมุดดิจิทัลให้เป็นแนวการนำเสนอเอกลักษณ์ของอังกฤษในระดับนานาชาติ โดยการตั้งคณะกรรมการและทำรายงานออกมา
- จุดมุ่งเน้นของ BL: สถานที่สำคัญในอังกฤษ และวัฒนธรรมของคนที่ย้ายเข้ามาอยู่อังกฤษ
- นอกจากนั้นยังมุ่งเน้นการรักษาและนำเสนอมรดกชั้นยอดทางปัญญา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมของโลก
- ตัวอย่างจุดมุ่งเน้นในการพัฒนาห้องสมุดดิจิทัลต่างๆ ในยุโรป
- เยอรมัน: เน้น “โครงสร้างพื้นฐาน” ก่อน เช่น เครือข่ายความร่วมมือ ข้อตกลง และมาตรฐาน
- Portugal: เน้นการตีความมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ ให้ตอบกับบริบทของโลก และใช้สื่อดิจิทัลเพื่อการพัฒนาการศึกษา
- ฝรั่งเศส: เป็นประเทศที่มีความชำนาญในการทำสารานุกรม แต่ในยุคห้องสมุดดิจิทัล ได้เปลี่ยนแนวทางจากการทำสารานุกรมทั่วไป มาเป็นการทำสารานุกรมดิจิทัลที่เน้น theme เป็นเรื่องๆ
- อังกฤษ: ห้องสมุดดิจิทัลเกิดได้เพราะการสนับสนุนทางการเงินเป็นหลัก
- ห้องสมุดในยุโรปส่วนมาก จะมีสโลแกนที่ชัดเจน เช่น ‘The Memory of Portugal’, ‘The Encyclopedic Library’, ‘The Virtual German Library’
- ห้องสมุดในยุโรป ถือว่าอินเทอร์เน็ต เป็นสื่อสารมวลชน และห้องสมุดใช้สื่อนั้นเผยแพร่เนื้อหาของตน ตาม agenda ทางวัฒนธรรมของตนเอง (ตามแนวคิดว่าสื่อเป็นตัวส่งผ่านวัฒนธรรม ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสังคม)
- ประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญ: การให้ความหมายและจัดการกับมรดกทางวัฒนธรรม (ไม่ใช่สักแต่ว่าเผยแพร่อย่างเดียว)
เพิ่งรู้จากเพื่อนๆ (@supinya, @tewson, @markpeak) ว่ากำลังมีโครงการพัฒนานโยบายสื่อ 4 ประเภทแบบบูรณาการ ทั้งสื่อกระจายภาพและเสียง สื่อสิ่งพิมพ์ ภาพยนต์ และอินเทอร์เน็ต ซึ่งจะนำไปสู่การก่อตั้งศูนย์นโยบายสื่อและสิทธิในการสื่อสาร ‘The Centre for Communication Rights and Media Policy’ (CRMP)
ในฐานะที่ถูกชวนมาร่วมโครงการ เบื้องต้นเลยอยากเสนอแนวคิดเพื่อเป็นทิศทางในการพัฒนาโครงการ แบ่งเป็น Theme ดังนี้
1. เสรีภาพกับการควบคุม (Freedom and Control)
เสรีภาพในการสื่อสารเป็นหนึ่งในรากฐานของสังคมอารยะและเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ ที่ผ่านมาอำนาจรัฐทุกยุคทุกสมัยต่างเห็นความสำคัญของควบคุมเสรีภาพในการสื่อสารเพื่อรักษาสถานภาพของตนเอง หลายๆ ครั้งที่ผลประโยชน์ของรัฐก็ขัดแย้งกับผลประโยชน์ของประชาชน เพราะอำนาจนั้นต่างมีเป้าหมายเพื่อดำรงอยู่
อย่างไรก็ตาม เสรีภาพไม่ใช่สิ่งสัมบูรณ์ (Absolute) เพราะมันมีพลังอำนาจในการสร้าง ทำลาย และเปลี่ยนแปลง ภายใต้ระบบสังคมที่ไม่สมมาตร อำนาจที่ได้มาจากเสรีภาพนั้นไม่เท่ากัน แม้ในบรรดาประชาชนก็มีหลายกลุ่ม และกลุ่มที่มีอำนาจในการสื่อสารมากกว่าก็ย่อมมีอำนาจในการชี้นำ กำหนดแนวคิดและการกระทำของสังคมได้มากกว่าเช่นกัน (Agenda setting)
ดังนั้น การพัฒนานโยบายเพื่อส่งเสริมและรับรองเสรีภาพในการสื่อสารจึงต้องพิจารณาผลกระทบของเสรีภาพอย่างรอบด้าน เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของสังคมในองค์รวม
2. เนื้อหากับอำนาจ (Content and Power)
เนื้อหาในสื่อมีอิทธิพลลึกซึ้งและกว้างขวางต่อสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนั้นถูกกำหนดอย่างมากจากสถาบันสื่อสารมวลชน ซึ่งในยุคสมัยใหม่ (Modern) สถาบันสื่อสารมวลชนต่างมีผลประโยชน์ทั้งทางเศรษฐกิจและการเมือง ผลผลิตของเนื้อหาอันผลิตจากแรงจูงใจทางเศรษฐกิจและการเมืองนั้นได้สร้างปัญหาต่างๆ ในสังคม ตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเด็ก อาชญากรรม บริโภคนิยม ความจับจดผิวเผิน ปัญหาเหล่านี้มีอยู่จริงและเป็นผลจริงที่เกิดขึ้นจากสื่อเป็นส่วนหนึ่ง ดังนั้นนโยบายด้านสื่อจึงต้องพิจารณาแง่มุมเรื่องเนื้อหากับอำนาจอย่างจริงจัง และมีมาตรการอันเหมาะสมเพื่อจัดการกับปัญหาเหล่านี้ โดยสอดคล้องกับเป้าหมายร่วมกันของสังคม
3. เทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงสังคม (Technology and Social Change)
เทคโนโลยีทำให้สังคมเปลี่ยน โดยเฉพาะเทคโนโลยีการสื่อสารทำให้รูปแบบและโครงสร้างของสังคมพัฒนาไป ความเป็นไปได้ใหม่ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลา หน้าที่ของนโยบายสื่อคือการสำรวจและคาดเดาความเป็นไปได้ที่จะส่งผลดีต่อสังคมในองค์รวม และกระตุ้น ส่งเสริม สนับสนุนการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว
Theme ทั้งสามนั้นอันที่จริงเชื่อมโยงกันเป็นสายธารเดียวกัน แม้นโยบายจะแยกส่วนกัน แต่ความคิดเบื้องหลังนโยบายจะต้องควบรวมความสัมพันธ์ทั้งหมดเข้าด้วยกันอย่างรอบด้านและเป็นธรรม (ไม่มีอคติ) โดยคำนึงถึงประโยชน์โดยรวมของสังคมเป็นเป้าหมายสูงสุด
พอดีจะไปพูดเรื่องนี้ที่ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร เลยเขียน Abstract ส่งไปให้เค้าดูกันก่อน ไว้ว่างๆ จะมาขยายความ
——————————–
ทางเลือกในการสงวนลิขสิทธิ์เพื่อเผยแพร่งานจดหมายเหตุทางวัฒนธรรมสำหรับสาธารณะ
การเผยแพร่ข้อมูลด้านวัฒนธรรมไม่เพียงมีประโยชน์ต่อนักวิจัย แต่ยังมีคุณค่าในระยะยาวต่อการดำรงรักษาอัตลักษณ์และเอกลักษณ์ทางวิถีชีวิตของกลุ่มคน รวมทั้งการสืบทอดรากเหง้าของกลุ่มคนในสังคมท่ามกลางความผันผวนเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของวัฒนธรรมในโลกยุคหลังสมัยใหม่ ด้วยความสำคัญดังกล่าว แนวคิดและการปฏิบัติเรื่องการสงวนลิขสิทธิ์และจำกัดการเข้าถึงข้อมูลทางวัฒนธรรมจึงควรได้รับการพิจารณาและปรับเปลี่ยนให้มีความเปิดกว้างมากขึ้น โดยเคารพและคำนึงถึงความอ่อนไหวของการเผยแพร่ข้อมูลในเงื่อนไขต่างๆ
ครีเอทีฟคอมมอนส์ (Creative Commons) เป็นสัญญาอนุญาตที่ถูกออกแบบมาเพื่อการเผยแพร่เนื้อหาข้อมูลอย่างเปิดกว้างและรักษาสิทธิ์เจ้าของข้อมูลในคราวเดียวกัน โดยการอนุญาตให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงและนำข้อมูลไปใช้งานต่อได้โดยไม่ต้องขออนุญาต แต่ต้องทำตามเงื่อนไขที่เจ้าของข้อมูลกำหนด เช่นการอ้างอิงที่มา ห้ามดัดแปลงข้อมูล ห้ามใช้เพื่อการค้า เป็นต้น สัญญาอนุญาตที่เปิดกว้างและยืดหยุ่นเช่นครีเอทีฟคอมมอนส์เป็นทางเลือกในการเผยแพร่ข้อมูลทางวัฒนธรรมเพื่อประโยชน์ของสังคมโดยรวม โดยไม่ขัดแย้งกับผลประโยชน์ของเจ้าของข้อมูล
สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ ถูกพัฒนาและเผยแพร่โดยองค์กรครีเอทีฟคอมมอนส์ ซึ่งเป็นหน่วยงานไม่แสวงหาผลกำไร ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการไหลเวียนต่อยอดความรู้และวัฒนธรรม โดยเฉพาะในสื่อดิจิทัลบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่สามารถทำซ้ำและเผยแพร่ต่อได้เป็นวงกว้างอย่างรวดเร็วด้วยต้นทุนต่ำ
——————————–
Licensing Alternative for Distribution of Cultural Archive for Public Interest
Distribution of cultural content does not only benefit researchers, but also exhibits long term value as a mean to preserve cultural group’s characteristics and identities. It also serves as a basis for cultural change and development that proceeds in ever increasing rate in postmodern world. As such, the concept and practice of copyright and access restriction of cultural content should be revisited, by allowing more ‘open’ approaches while respecting sensitive issues under different conditions.
Creative Commons are licenses designed to support open distribution of content while at the same time respecting author’s rights, by allowing users to access and make use of content without permission requirement, under the conditions imposed by authors or copyright holders such as attribution, no derivative, and non-commercial use. Those open and flexible form of licensing such as Creative Commons is a viable alternative to be employed by intellectual property right protection scheme of cultural institutions for public benefit.
Creative Commons licenses are being developed and promoted by Creative Commons, a non-profit organisation whose mission is to support free flow of knowledge and culture, especially those in digital format on the Internet on which the reproduction and distribution can be made quickly, easily and less costly than conventional mediums.
ตอนทำ course outline วิชานี้เร่งๆ เลยลืมบางหัวข้อ ดังนั้นจึงขอโพสต์ใหม่ที่นี่ครับ และถ้ามีอะไรเพิ่มจะแก้ไขหน้านี้เรื่อยๆ
———————————
Course Outline
วส.457 สื่อประชาสัมพันธ์ 2
ผู้บรรยาย
- ชิตพงษ์ กิตตินราดร, ที่ปรึกษาแผนงาน ICT เพื่อสุขภาวะออนไลน์และการสนับสนุนภาคีเครือข่าย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), MA student in New Media & Society, University of Leicester, guopai@gmail.com, http://guopai.wordpress.com
- อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ (ร่วมบรรยาย), ที่ปรึกษาทางเทคโนโลยี Siam Intelligence Unit, MSc in Information Management, The University of Sheffield, isriya@gmail.com, http://isriya.com
เป้าหมาย
เพื่อให้เกิดความรู้และความเข้าใจที่มา แนวคิด และคุณสมบัติต่างๆ ของสื่อใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสื่ออินเทอร์เน็ต ตลอดจนทักษะในการใช้เครื่องมือต่างๆ ในฐานะเครื่องมือเพื่อการประชาสัมพันธ์ โดยเน้นการทำโครงการและวัดผลจริง
Outline
1. พื้นฐานแนวคิด (เดือนที่ 1)
- แนวคิดเรื่องหน้าที่และบทบาทของสื่อในสังคม
- พัฒนาการ แนวคิด และคุณสมบัติของสื่อใหม่
2. ทฤษฎี (เดือนที่ 1)
- The Long Tail
- Wisdom of the Crowds
- Social Network
- Open Content and Creative Commons
3. เครื่องมือ (เดือนที่ 2-3)
- Blog and group blog
- Email and group mail
- Social network (Facebook, Hi5, etc.)
- Media sharing (Flickr, YouTube, etc.)
- Feed and podcasting
- Microblog (Twitter)
- Maps (Google Maps/Earth)
- Collaboration tools (shared documents, wiki, calendar)
- Polling application (Wufoo, Google Spreadsheet)
- Virtual reality (Second Life)
- Web statistics (Truehits, Google Analytics)
4. ปฏิบัติ (เดือนที่ 4)
- วางแผนและข้อเสนอโครงการ
- พัฒนาต้นแบบ
- ดำเนินการ
- ประเมินผล
การประเมินผล
- 25% Participation (class attendence, blogging)
- 25% Take home questions/essays
- 50% Project
หนังสืออ่านประกอบ
1. ชิตพงษ์ กิตตินราดร, อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ (2009): สู่อนาคตไทยด้วยเว็บ 2.0, http://lib.blognone.com/Web2_Book, Blognone Library.





