ทำเพื่อเงิน กับทำเพราะความ “หลงใหล”

2008 มีนาคม 17
by guopai

ผมทำงานที่แรกตอนยังเรียนอยู่ งานที่ทำนั้นคืองานแปลบทความลงนิตยสารรายเดือนฉบับหนึ่งที่ตอนนี้ปิดตัวไปแล้ว ผมได้มีโอกาสอยู่จนถึงวาระสุดท้ายของหนังสือเล่มนั้น

หนังสือเล่มนั้นปิดตัวเพราะประสบวิกฤติทางการเงิน เนื่องจาก sponsor หลักถอนตัว ช่วงขณะนั้น ผมคุยเปิดอกกับบรรณาธิการบริหาร ผมถามเค้าว่า จริงๆ แล้วพี่ทำหนังสือเล่มนี้เพราะอะไร?

พี่บรรณาธิการตอบอย่างไม่ลังเล ด้วยหน้าตาเศร้าสร้อย “ทำเพราะเงินไง”

ความรู้สึกตอนได้ยินคำนั้นติดตามผมไปหลายเดือนหลังจากที่หนังสือเล่มนั้นเลิกกิจการไป ตอนนั้นผมรู้สึกสับสน มึนงง ไม่เข้าใจ

หลังจากจบมา ผมโชคดีที่ได้ทำงานที่ไม่ใช่ธุรกิจ คือไม่มุ่งหาผลกำไรสูงสุด แต่ทำงานใน social enterprise ที่มีเป้าหมายมุ่งประโยชน์สูงสุดของสังคม ความรู้สึกของผมชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ตลอดระยะเวลาที่ทำงาน ว่านี่คือสิ่งที่ถูกต้องที่ผมจะทำในชีวิต

องค์กรของเราอยู่ได้ด้วย passion นั่นคือความหลงใหลในงานและเป้าหมายของงานที่ตัวเองทำ ความพึงพอใจสูงสุดของเราคือเมื่อได้เห็นโครงการที่เราสนับสนุนหรือที่ทำเอง ประสบความสำเร็จ ผู้คนและสังคมได้รับประโยชน์ เกิดสิ่งใหม่ๆ หลายครั้งที่ผมเจอคนที่มีความ “หลงใหล” เหมือนกัน ถึงแม้จะเป็นความหลงใหลคนละอย่าง แต่ผมรู้สึกว่าผมต้องพยายามทำทุกทาง ให้เราในฐานะองค์กรได้ช่วยเหลือให้คนคนนั้นบรรลุความฝันที่สร้างประโยชน์แก่ผู้คนนั้นได้

หลายๆ คนที่ผมพูดคุยด้วย มีข้อสรุปตรงกันว่า หากขาด passion แล้ว ทำอะไรก็ไม่มีทางสำเร็จ การจ้างใครสักคนเข้ามา ถ้าไม่มี passion ต่อให้เก่งอย่างไรก็ไม่ควรรับเข้ามา เพราะเขาจะทำงานซังกะตาย เพื่อเงิน เพื่อตัวเอง และไม่คิดริเริ่มอะไรด้วยตัวเอง นี่คือสถานการณ์ที่ผมเห็นมากับตาในองค์กรภาคสังคมชั้นนำ ที่ดูดีภายนอก แต่ภายในกลวงเปล่าด้วยพนักงานที่ไร้จิตใจ

ผมต้องการเงิน ต้องการให้สมกับ passion ที่ผมมีให้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเงินจะซื้อผมไปทำสิ่งที่ผมไม่หลงใหลได้

One Response leave one →
  1. 2008 มีนาคม 21

    ถ้ามีคนคิดแบบนี้มากๆคงจะดีมิใช่น้อย ^_^

Leave a Reply

Note: You can use basic XHTML in your comments. Your email address will never be published.

Subscribe to this comment feed via RSS