การเคลื่อนที่อย่างต่อเนื่องของจุดดุลยภาพ
ช่วงเดือนที่ผ่านมาชีวิตมีการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่หลายเรื่อง และการเปลี่ยนแปลงส่วนมากก็มีความเกี่ยวข้องกับ “คน” อื่น
ธรรมชาติของคนและสิ่งมีชีวิตทั่วไปจะไม่ชอบความเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะถ้าภาวะปัจจุบันที่คนคนนั้นมีชีวิตอยู่ เป็นภาวะ “สมดุล” แล้ว คนหรือสิ่งมีชีวิตนั้นย่อมต้องรักษาความสมดุลนั้นไว้เพื่อรักษาชีวิตตนเอง
แต่ถ้าเมื่อไหร่ดุลยภาพนั้นถูกรบกวน คนหรือสิ่งมีชีวิตก็จะต้องปรับตัวเพื่อรองรับการรบกวนนั้น บ่อยครั้งที่การปรับตัวจะต้องเป็นไปในทิศทางตรงกันข้ามของสิ่งรบกวนเพื่อหักล้าง (offset) ผลของการรบกวน เพื่อรักษาความสมดุลเอาไว้
แต่การหักล้างและตอบรับการรบกวน ไม่ได้ลงเอยด้วยการกลับสู่สมดุลเดิมทุกครั้งไป แต่บ่อยครั้งที่การตอบรับจะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพ นำชีวิตไปสู่ดุลยภาพใหม่ ซึ่งก็คือสภาวะที่ชีวิตสมดุล แต่รายละเอียดเปลี่ยนแปลงไป
คนจำนวนมากไม่เข้าใจความจริงข้อนี้ พยายามเหนี่ยวรั้งดุลยภาพเดิมที่ตนเองคุ้นเคยและรู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่กับมัน พวกเขาปฏิเสธการพัฒนาของชีวิตไปสู่ดุลยภาพใหม่ และยอมรับไม่ได้เมื่อความเปลี่ยนแปลงนั้นต้องมาถึงตัวเองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะเราไม่ได้เป็นคนเดียวที่ควบคุมปัจจัยที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลง
ชีวิตสามารถและควรมีจุดหมายปลายทางที่แน่ชัด เพราะจุดหมายคือเหตุผลในการดำรงอยู่ แต่หนทางที่จะนำไปสู่จุดหมายสามารถและควรมีมากกว่าหนึ่งทาง ความเป็นไปได้ของหนทางในการดำเนินชีวิตสามารถแตกกิ่งก้านสาขาโดยมีจำนวนเข้าใกล้อนันต์ (limit to infinity)
ทางเดินชีวิตมีความหลากหลายเป็นอนันต์เพราะชีวิตต้องเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ดุลยภาพใหม่อย่างต่อเนื่องเมื่อถูกแรงกระทบ ความท้าทายของมนุษยชาติต่อสัจธรรมนี้ คือการเข้าใจและเข้าถึงความจริงข้อนี้ เคารพการเปลี่ยนแปลง และมองมันด้วยใจเบิกบาน เพราะการเปลี่ยนแปลงนำไปสู่การพัฒนาร่วมกัน






อ่านแล้วรู้สึกเหมือนเราเป็นอมีบาใน digital environment ที่มี blinded dictator หรือเปล่า
จริงๆ ก็ไม่ blinded นะ แต่ทำไปก็ต้องเรียนรู้ไป เป็น cumulative มากกว่า
ความจริง entry นี้ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องงานเท่าไหร่ :-)