ไปประชุมที่ฟิลิปปินส์: แผนการโปรโมตครีเอทีฟคอมมอนส์และความร่วมมือระหว่างประเทศในเอเชีย

by guopai

นี่เป็นภาค 3 ของบันทึกชุดการไปประชุมที่ฟิลิปปินส์ในงาน Creative Commons Asia and Pacific Conference ซึ่งเป็นการประชุมประเทศในเอเชียแปซิฟิกที่ใช้ CC เพื่ออับเดตเรื่องราว ความคืบหน้า และหาทางร่วมมือกันในภูมิภาคครับ

การดำเนินงานสนับสนุน CC ในประเทศต่างๆ

ต่อจากบันทึกที่แล้ว ตอนบ่ายของวันแรกจะเป็นการแนะนำการดำเนินงานของกลุ่ม CC ในประเทศต่าง ในฐานะหน่วยงานที่สนับสนุนและเผยแพร่ CC โดยเริ่มที่ออสเตรเลีย เน้นการประชาสัมพันธ์โดยตรงไปสู่ผู้สร้างและเผยแพร่เนื้อหาเช่นครู โดยการทำชุดสื่อเช่น Factsheet, วิดีโอ, และบทเรียนแจกครูให้นำไปใช้ นอกจากนี้ยังมีระบบแรงจูงใจให้คนมาใช้ CC ด้วยการประกวดเนื้อหา CC

ประเทศจีน แบ่งแผนเป้าหมายการโปรโมต CC ออกเป็นสองส่วน คือภาคเมือง กับภาคชนชท ในส่วนภาคเมืองทำหลายอย่าง ตั้งแต่การสนับสนุนบล็อกเกอร์ให้บล็อกเรื่อง CC, การสนับสนุนให้เว็บการศึกษาและ Portal ดังๆ และเว็บที่ผู้ใช้มีส่วนร่วมในการสร้างเนื้อหา (User-generated Content) ใช้ CC, การประชาสัมพันธ์ไปยังวงการซอฟท์แวร์เสรี (Free Software) และชุมชนนักวิทยาศาสตร์ รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐโดยเฉพาะที่เกี่ยวกับวัฒนธรรม, จัดประกวดภาพถ่าย CC (ช่างภาพชั้นนำ Top-10 ล้วนใช้ CC ทั้งสิ้น) เพื่อกระตุ้นให้ช่างภาพใช้ CC กันมากๆ, การทำและเผยแพร่นิตยสาร CC Quarterly Magazine และจัดสัมนานานาชาติเกี่ยวกับการใช้ CC ในวงการวิทยาศาสตร์

ประเทศเกาหลีใต้ มีการจัดสัมนานานาชาติเรื่องวัฒนธรรมเปิดกับ CC (Open Culture and CC) เมื่อเมษายน 2008, การจัดงาน CCmixter เมื่อปลายปี 2006 เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมการผสมสานต่อยอดงาน (Remix) แต่งานไม่ประสบความสำเร็จเพียงเพราะเว็บกลางของงานออกแบบไม่ตรงกับรสนิยมคนเกาหลี ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญที่น่าสนใจ, การจัด Workshop ในสถาบันการศึกษา และการทำ CC Portal เป็นจุดศูนย์กลางในการค้นหาเพื่อเข้าถึงงาน CC โดย Portal จะรวบรวม Meta Data ของงาน CC ทั้งหมดในเกาหลี

ประเทศอื่นๆ เช่นฟิลิปปินส์ ไต้หวัน สิงค์โปร์ ฮ่องกงก็ดำเนินการคล้ายคลึงกัน โดยส่วนมากจะเน้นการสนับสนุนไปยังภาคการศึกษา รองลงมาคือภาครัฐและศิลปิน อย่างฮ่องกงถึงกับลงทุนจัดงานเลี้ยงส่วนตัว (Private Dinner) กับศิลปินชั้นนำเพื่อโน้มน้าวให้ศิลปินเหล่านั้นใช้ CC สำหรับไต้หวันมีการทำสิ่งพิมพ์เป็นคู่มือแนะนำ CC ซึ่งผมได้ขอมาด้วย โดยเนื้อหามีครบถ้วนตั้งแต่การแนะนำแนวคิด วิธีการใช้สัญญาอนุญาต ไปจนถึงถาม-ตอบ

Taiwan CC BookletsTaiwan CC Booklet

Taiwan CC Booklet

โครงการความร่วมมือ CC ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ที่ผ่านมา เริ่มมีโครงการ CC ที่เกิดจากความร่วมมือกันในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โครงการเด่นคืออัลบั้มเพลง CC ชื่อ CABACA ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากการประชุม iSummit ที่ Supporo เมื่อปีที่แล้ว แนวคิดของอัลบั้มนี้ก็คือให้ศิลปิน CC ๘องแต่ละประเทศมาร่วมกันทำเพลงเพื่อรวบรวมเป็นอัลบั้ม CC โดยศิลปินแต่ละคนสามารถมีส่วนร่วมในลักษณะต่างๆ เช่นการแต่งทำนอง เนื้อร้อง ท่อนลูป การนำเพลงไปอัดบันทึกเสียง จนไปถึงการ Remix ผมได้รับแจกอัลบั้มนี้มาในฐานะตัวแทน CC ระดับประเทศ (จริงๆ ขายที่ 250 Peso)

Cabaca CoverCabaca Back

Cabaca Inside

โครงการต่อมา คือการสำรวจการใช้งาน CC ในเอเชียแปซิฟิก นำโดยสิงคโปร์ อันที่จริงในวันที่สองจะมีการนำเสนอผลข้อมูล แต่เห็นว่าไหนๆ ก็พูดถึงแล้วเลยขอลัดคิวมาบันทึกไว้ที่นี่

การสำรวจการใช้งาน CC เก็บข้อมูลจากผลการค้นหาของ Yahoo! Search โดยวัดจำนวนเนื้อหาและสถิติอื่นๆ จากจำนวนลิงค์ที่เชื่อมไปยังหน้าคำประกาศสัญญาอนุญาต (License Deed) ฉบับของแต่ละประเทศในเครื่องแม่ข่ายของครีเอทีฟคอมมอนส์ (ทำให้ยังไม่มีข้อมูลประเทศไทยเพราะเรายังแปลงสัญญาอนุญาตเป็นภาษาไทยไม่เสร็จ) เทคนิคการวัดปริมาณเนื้อหา CC แบบนี้เป็นที่รู้กันว่าจะได้จำนวนน้อยกว่าที่เป็น เพราะหลายเว็บไซต์มีเนื้อหาจำนวนมาก แต่มีลิงค์ไปยังคำประกาศสัญญาอนุญาตเพียงลิงค์เดียวตรง Footer ของเว็บ

สำหรับข้อมูลที่ได้ ประเทศที่มีเนื้อหา CC มากที่สุด เรียงกันมาได้แก่เกาหลีใต้ (3.3 ล้าน), ไต้หวัน (3.2 ล้าน), ญี่ปุ่น (2.1 ล้าน), จีน (0.7 ล้าน), ออสเตรเลีย (0.3 ล้าน), อินเดีย (174k), มาเลเซีย (94k), นิวซีแลนด์ (64k), และฟิลิปปินส์ (52k)

(คำถามสำหรับประเทศไทย – ควรตั้งเป้าจำนวนเนื้อหาเท่าไหร่ดีภายใน 1 ปี? สำหรับผมคิดว่าน่าจะตั้งเป้า 50k ใกล้เคียงกับฟิลิปปินส์ซึ่งเพิ่งแปลงสัญญาอนุญาตไม่นาน แต่อย่าลืมว่านี่เป็นการวัดแบบ Conservative มากๆ เอาเข้าจริงๆ จำนวนเนื้อหาที่แท้จริงน่าจะต้องอยู่หลักหลายๆ แสน)

ประเทศที่มีอัตราการเพิ่มขึ้นของเนื้อหาเร็วที่สุด คือประเทศน้องใหม่อย่างฟิลิปปินส์และนิวซีแลนด์ และโดยรวมประเทศในเอเชียแปซิฟิกมีอัตราการโตของเนื้อหา CC มากกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก

ข้อสังเกตในการใช้สัญญาอนุญาตชนิดต่างๆ

ถัดมาเป็นการนำเสนอข้อสังเกตของแต่ละประเทศในการใช้สัญญาอนุญาตชนิดต่างๆ โดยฟิลิปปินส์เสนอว่าเงื่อนไข sa (ShareAlike) เหมาะกับการ Remix ส่วนจีนซึ่งมีปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์อย่างหนัก กล่าวว่าการโปรโมต CC แท้ที่จริงคือการโปรโมตการเคารพทรัพย์สินทางปัญญาหรือ Copyright นั่นเอง เกาหลีมองว่า CC เป็นทางออกของคนจำนวนมากต่อคำถามว่า เขาอยากจะแบ่งปันเนื้อหา แต่ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรเพราะไม่เข้าใจกฎหมายลิขสิทธิ์

ไต้หวันแสดงข้อกังวลในการใช้งาน CC ที่หลายประเทศเห็นตรงกัน คือจะทำอย่างไรกับเนื้อหาเก่าที่เป็น Copyright อยู่แล้ว การตามไปขอให้เจ้าของงานแต่ละคนเปลี่ยนสัญญาอนุญาตมาเป็น CC เป็นเรื่องที่ยากลำบากมาก ซึ่งก็ยังไม่มีประเทศใดให้คำถามนี้ได้อย่างชัดเจน

นอกจากนั้น ในไต้หวัน กว่าครึ่งของบล็อกเกอร์ติดอันดับ 30 คนแรกล้วนใช้ CC ทั้งสิ้น โดยบล็อกเกอร์จะรู้จัก CC ผ่านเพื่อนหรือเครือข่ายบล็อกเกอร์ด้วยกันเอง มีข้อสังเกตว่าบล็อกเกอร์ที่เผยแพร่เนื้อหาบางประเภทจะกระตือรือร้นเป็นพิเศษในการใช้ CC เช่นบล็อกเกอร์ด้านการเมืองและการเคลื่อนไหวทางสังคม เพราะพวกเขาต้องการให้เนื้อหานั้นแพร่กระจายไปได้ไกลที่สุด

นอกจากบล็อกเกอร์แล้ว กระทรวงศึกษาธิการของไต้หวันยังสนับสนุนและช่วยโปรโมต CC ด้วย โดยมีโครงการอย่าง OpenCourseWare Prototype System

CC ไต้หวันยังมีกรณีตัวอย่างและเรื่องเล่าที่น่าสนใจ โดยสามารถตามไปอ่านต่อได้ ที่นี่

การแสดงวัฒนธรรมตอนค่ำ

หลังจากการประชุมอันยาวนานตลอดวันเสร็จสิ้นลง ทางเจ้าภาพฟิลิปปินส์ก็พาเราไปเลี้ยงอาหารค่ำและชมการแสดงวัฒนธรรม ที่ Arellano University School of Law

โรงเรียนกฎหมาย Arellano เป็นสถาบันการศึกษาขั้นสูงที่รับนักศึกษาที่จบปริญญาตรีแล้วมาเรียนต่อ 4 ปีเพื่อสอบวิชาชีพเป็นนักกฎหมาย (ในฟิลิปปินส์เรียนมัธยมเพียง 4 ปี จึงเรียนจบปริญญาตรีเร็วกว่าเพื่อน) สภาพโรงเรียนก็เหมือน “โรงเรียน” มากกว่ามหาวิทยาลัย มีห้องเรียน ห้องกิจกรรมเป็นแถวๆ ล้อมสนามกีฬาตรงกลาง แต่สิ่งแรกที่สะดุดตาคือ Shrine ของแคธอลิค ตั้งอยู่ชัดเจนตรงทางเดินกลาง

Image027

ในห้องกิจกรรมก็เลี้ยงอาหารซึ่งเน้นอาหารฟิลิปปินส์ทั่วไปประเภทเนื้ออบ ไก่อบ ตามด้วยเครื่องดื่ม xxx (self-censored again) อย่างไม่อั้นซึ่งดูเหมือนจะแตกต่างกับสังคมไทยที่มีระดับความ “เปิด” ของสังคมต่างกัน ระหว่างเครื่องดื่มก็เป็นการแสดง มีหลากหลายตั้งแต่วงนักร้องประสานของโรงเรียน (ซึ่งร้องดีมาก), ดีเจ mix เพลง, การแสดงทางวัฒนธรรมจากส่วนต่างๆ ของฟิลิปปินส์ ตั้งแต่ระบำที่วางหม้อบนหัวของชนเผ่าทางภาคเหนือ การเต้น Flamenco ภาคกลาง จนถึงระบำมุสลิมภาคใต้

(Thanks for wonderful CC-ed photos by my Chinese friend, Zafka)

จากนั้นมีระบำที่ให้คนเต้นกระโดดหลบจังหวะไม้ที่กระทบกันอยู่ด้านล่าง ซึ่งนักแสดงได้ชวนผู้เข้าร่วมงานไปลองเต้นเกือบ 10 คน แต่ละคนบอกไม่ยากอย่างที่คิด

จบท้ายด้วยนักร้องหลากหลายวง และนักร้องรับเชิญที่บังเอิญผ่านมาแถวนั้นพอดี แต่ทำให้ค่ำคืนนั้นถึงจุด Climax ด้วยวง Truefaith ที่นักร้องนำใส่เสื้อยืด Obama และร้องเพลง “Perfect” ซึ่งว่ากันว่าเป็นเพลงฮิตที่สุดเมื่อ 10 ปีก่อน คนเข้าร่วมงานชาวฟิลิปปินส์ (ที่ส่วนมากเป็นนักศึกษาอายุ 20 กว่าๆ) ทั้งอาจารย์ นักศึกษา ออกมาเต้นด้วยความ “อิน” อย่างสุดๆ ชนิดที่ผมไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน

สิ่งที่น่าสังเกตคือเค้าไม่ได้อินไปกับตัวนักร้องเหมือนวัยรุ่นทั่วไปเมื่อเห็นดารา แต่เค้าอินไปกับเพลงที่พวกเค้าเคยฟังและผูกพันเมื่อวัยรุ่น ทำให้บทสรุปของผมเริ่มชัดเจนว่าชาวฟิลิปปินส์และสังคมนั้นแสดงออกอย่างตรงไปตรงมาและเป็นตัวของตัวเอง

ตอนต่อไปจะเป็นการประชุมวันที่สอง ซึ่งเน้นวางแผนความร่วมมือระหว่างประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก