การลงทุนเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่เชิงบวก
วันนี้เป็นอีกวันที่เหนื่อย ประชุม 3 นัดตั้งแต่บ่ายสองจนถึงเที่ยงคืน แต่ได้อะไรมามากมาย โดยเฉพาะการประชุมสุดท้ายกับ Sunil ซึ่งเป็นกรรมการบอร์ดของ Open Society Institute (OSI) ถึงความเป็นไปได้ในการขอสนับสนุนทุนดำเนินงานสำหรับครีเอทีฟคอมมอนส์จาก OSI
ความสนใจของ OSI สามารถสรุปได้ในประโยคเดียว นั่นคือ “การลงทุนเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่เชิงบวก” ประโยคนี้สามารถแจกแจงรายละเอียดได้ดังนี้
- การลงทุน: OSI ก็เช่นเดียวกับผู้ให้ทุนรายอื่นๆ ก็คือไม่ได้ให้เงินเปล่าๆ แต่คาดหวังว่าเงินก้อนนั้นจะต้องสร้าง “ผลตอบแทน” ต่อสังคม นั่นก็คือการลงทุนเพื่อสังคมนั่นเอง
- สร้างความเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่: OSI มีเป้าหมายที่จะสร้างสังคมเปิด นั่นคือสังคมที่คนทุกคนมีโอกาสเท่ากันในการแสดงออกและเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร การเล็งเป้าหมายไปยัง “ทุกคน” ทำให้ OSI คาดหวังว่าการลงทุนจะต้องเกิดผลขนานใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อคนในวงกว้าง เช่น การเปลี่ยนแปลงนโยบายลิขสิทธิ์ที่ทำให้สื่อการเรียนการสอนของกระทรวงศึกษาทั้งหมดถูกเผยแพร่อย่างเสรีเปิดกว้าง หรือการเปลี่ยนแปลงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับลิขสิทธิ์ ให้เกิดประโยชน์ต่อสาธารณะมากยิ่งขึ้น
- ในเชิงบวก: OSI ไม่สนใจที่จะสนับสนุนงานเชิงต่อต้านหรือต่อสู้โดยตรง แต่ไปเน้นการสร้างงานสร้างสรรค์เชิงบวก ด้วยความเชื่อที่ว่า เมื่อพื้นที่ด้านบวกมีมากขึ้น มันจะมีแรงดึงดูดทำให้ตัวเองใหญ่ขึ้นและลดขนาดพื้นที่ด้านลบลง เช่นเมื่อพุดถึงระบบลิขสิทธิ์ที่ล้าหลัง ทำให้คนจำนวนมากขาดโอกาสในการเข้าถึงเนื้อหาข้อมูล สิ่งที่ควรทำคือการสร้างและสนับสนุนการใช้ระบบการสงวนสิทธิ์ที่ยืดหยุ่นและสมเหตุสมผล เช่นครีเอทีฟคอมมอนส์ ซึ่งเมื่อมีการใช้กันมากขึ้น สังคมก็จะแบ่งออกเป็นสองส่วน คือส่วนที่โอบรับวัฒนธรรม “เปิด” กับส่วนที่ยัง “ปิด” อยู่ ซึ่งในท้ายที่สุด ส่วน “เปิด” จะดึงดูดคนออกจากส่วน “ปิด” จนกลายเป็นกระแสหลัก
แนวคิดทั้งสามทำให้สะท้อนใจว่าหน่วยงานภาครัฐและ NGO บางส่วนของเรายังคิดทำเรื่องต่างๆ แบบ “นักกิจกรรม” คือการทำไปเรื่อยๆ ในลักษณะตามปิด ตามล้าง ตามเช็ด ซึ่งนอกจากจะไม่ได้ผลระยะยาว ยังเป็นการใช้ทรัพยากร ทั้งแรงคนและเงิน อย่างไม่เกิดประสิทธิภาพและไม่คุ้มค่า
ถึงเวลาแล้วที่ “นักกิจกรรม” จะต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล สามารถแข่งขันได้กับแรงธุรกิจและการดำเนินการอย่างมืออาชีพ
