ทำไมการเกิดถึงเป็นทุกข์?
by guopai
ในพระพุทธศาสนา การที่เราจะพ้นจากความทุกข์ได้ ต้องเข้าใจกฏธรรมชาติ 3 ประการ หรือกฏไตรลักษณ์ อันได้แก่ อนิจจัง (ความไม่เที่ยง), ทุกขัง (ความเป็นทุกข์), และอนัตตา (ความไม่มีตัวตน) และมองเห็นธรรมชาติทั้งสามประการนี้ในทุกสิ่ง
ตั้งแต่เริ่มศึกษาพุทธศาสนาเป็นต้นมา ผมพบว่าธรรมชาติสามประการนี้ ข้อที่เข้าใจได้ไม่ยาก คืออนิจจัง เพราะเราสามารถเข้าใจได้ด้วยเหตุผล ว่าสิ่งต่างๆ เปลี่ยนแปลงไม่มีทางหยุดนิ่ง หรือถ้าฝึกวิปัสสนา ก็จะ “เห็น” ความไม่หยุดนิ่ง เปลี่ยนแปลงเสมอของสิ่งต่างๆ โดยเฉพาะร่างกายและจิตใจของเราอย่างถ่องแท้ ส่วนเรื่องอนัตตา ถึงแม้จะเข้าใจยากขึ้นอีกนิด ก็ไม่ยากจนเกินไป เพราะเมื่อเข้าใจอนิจจังแล้ว ย่อมเข้าใจและเห็นต่อได้ ว่าการที่สิ่งต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ตามเหตุปัจจัย หมายถึงไม่มีอะไรคงอยู่เป็นรูปเป็นร่าง เป็นตัวเป็นตนได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว
แต่ยังมีอีกข้อที่เหลือ คือทุกขัง หรือการเกิดนั่นเป็นทุกข์ ที่ทำอย่างไรผมก็ไม่สามารถเข้าใจหรือมองเห็นได้ชัดๆ เสียทีเดียว การเกิดจะเป็นทุกข์ “เสมอไป” ได้อย่างไร ในเมื่อชีวิตของเราต้องเจอทั้งทุกข์ ทั้งสุข ผสมปนเปกันไป ในเวลาที่เราทุกข์ นั่นเราสัมผัสได้ แต่ในเวลาที่เรามีความสุข เราก็สัมผัสได้ถึงความสุข ประสบกับมันตรงหน้า จะทุกข์ไปได้อย่างไร?
แต่เมื่อไม่นานมานี้ ผมคิดว่าผมเริ่มค้นพบคำตอบ ว่าทำไมการเกิดจึงเป็นทุกข์ วิธีการเห็นความจริงข้อนี้ คือลองมองดูว่า เมื่อคนเราเกิดมา เราต้องใช้ความพยายามมากมาย เพื่อทำให้มีชีวิตรอด เพื่อรักษาสมดุลให้ชีวิตนี้อยู่ไปได้ เราต้องหาอะไรมากินให้ได้วันละสามมื้อ ต้องหาเครื่องแต่งตัวทำให้ร่างกายไม่หนาวหรือไม่ร้อนเกินไป ต้องหาที่อยู่ที่ไม่ใกล้เมืองนักเพราะมลภาวะเยอะ แต่ก็ไม่ไกลเกินไปจนเดินทางไม่สะดวก ต้องคอยออกกำลังกายเพื่อล้างพลังงานสะสมส่วนเกินที่ได้จากการกิน (ซึ่งก็เป็นเรื่องที่จะเป็นอีกนั่นล่ะ) ต้องทำงานเพื่อให้ได้เงินมาเลี้ยงชีวิต ต้องหาอุปกรณ์เครื่องใช้มาประกอบการทำงาน ต้องเรียนให้สูงๆ จะได้เป็นทุนในอนาคต ต้องคอยศึกษาหาความรู้เพื่อให้ทันการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
ชีวิตคนเราตั้งแต่เกิดมา อยู่เฉยๆ ไม่ได้เลย ต้องถูกเหตุปัจจัยบังคับให้ต้องทำโน่นทำนี่ตลอด และทุกสิ่งที่ทำ ก็เพื่อให้ตัวเองพ้นทุกข์ มีชีวิตรอด ทำด้วยแรงผลักดันจากสองสิ่งเท่านั้น คือความกลัว และความอยาก
การเกิดมาของคนเรา มีเหตุมีที่มาที่เราควบคุมไม่ได้ มองไม่เห็น พอเกิดมาแล้ว ก็ถูกผลักดันด้วยความกลัวและความอยาก ทำสิ่งต่างๆ อยู่ตลอดเวลา คนที่ทำอ่อนเกินไป ก็จะยังพบกับความทุกข์เพราะไม่สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ ส่วนคนที่ทำมากเกินไป ก็พบกับความทุกข์เช่นกัน เพราะไปสร้างความอยากและความขัดแย้งต่อไม่รู้จักจบ
แต่คนที่มีปัญญา เมื่อเกิดมาพบกับความทุกข์แล้ว ย่อมดำเนินชีวิตบนทางสายกลาง เพราะทางสายกลาง เป็นทางที่ทำให้ดับทุกข์ได้มากที่สุด และสร้างทุกข์ใหม่น้อยที่สุด ทางสายกลางเป็นจุดสมดุลที่ละเอียดอ่อน ระหว่างการกระทำที่อ่อนและแข็งจนเกินไป จุดสมดุลนี้เข้าถึงได้ยาก เพราะมันอยู่บนเส้นบางๆ แต่เมื่อเข้าถึงด้วยสติปัญญาแล้ว จะทำให้ชีวิตเบาสบายและมีโอกาสพ้นทุกข์อย่างแท้จริงได้มากที่สุด
การเกิดมาพบกับความทุกข์ เราไม่สามารถเลือกและกำหนดได้ แต่สิ่งที่เราทำได้ คือการเลือกใช้ชีวิตให้สมดุล บนเงื่อนไข เหตุ ปัจจัย สภาพแวดล้อมของแต่ละคน เพื่อลดความทุกข์จากการเกิดมาให้ได้มากที่สุด จนไปถึงการพ้นทุกข์ในที่สุด เมื่อคนคนนั้นมองเห็นความไม่เที่ยง ความเป็นทุกข์ดีพอ จนทำให้ละสิ่งที่ละยากที่สุด นั่นคือตัวตนของเรานั่นเอง
