วันนี้จะมาสรุปปิดท้ายจากการศึกษาทฤษฎีระบบ โดยภาคแรกได้แนะนำระบบ องค์ประกอบ และคุณลักษณะที่สำคัญ ภาคนี้จะพูดถึงจุดที่เราสามารถแทรกแซงเพื่อเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ของระบบ โดยเรียงลำดับจากจุดแทรกแซงที่ให้ผลน้อย ไปยังจุดที่ได้ผลมาก ดังนี้
12. จำนวน ปริมาณ
การเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ที่ได้ผลน้อยที่สุด และมีประสิทธิภาพน้อยที่สุด คือการเปลี่ยนจำนวนหรือปริมาณของ Stock หรือ Flow เช่น ปัญหาการนักเรียนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ แก้ปัญหาโดยการเพิ่มจำนวนครู การเปลี่ยนแปลงจำนวนขององค์ประกอบของระบบเช่นนี้ นอกจากจะใช้ทรัพยากรมาก ยังไม่ทำให้ระบบเกิดผลลัพธ์ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน เพราะความความสัมพันธ์ยังมีรูปแบบเหมือนเดิม
11. Stock คั่นกลางระหว่าง Flow (Buffer)
การแทรกแซงที่ได้ผลมากขึ้น คือการเปลี่ยนแปลงขนาดของ Stock ที่เป็นตัวคั่นระหว่าง Flow ไหลเข้ากับ Flow ที่ไหลออก ยกตัวอย่างเช่น วิธีการทำให้ท้องนามีน้ำใช้ผ่านระบบชลประทานอย่างพอเพียง ไม่ใช่ด้วยการเพิ่มจำนวนน้ำที่ไหลเข้าหรือไหลออกจากอ่างเก็บน้ำ แต่ต้องทำให้อ่างเก็บน้ำนั้นใหญ่ขึ้น สามารถสำรองน้ำได้มากขึ้น ส่งผลให้ระบบมีเสถียรภาพ รองรับความเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ต่างๆ ได้ดีขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งพาการปรับอัตราไหลเข้าหรือไหลออก
10. โครงสร้าง Stock และ Flow
บางทีการเพิ่มขนาด Stock คั่นกลาง อาจไม่เพียงพอ จำเป็นต้องเปลี่ยนโครงสร้างความสัมพันธ์ระหว่าง Flow กับ Stock ไปเลย เช่นตัวอย่างอ่างเก็บน้ำข้อที่แล้ว ถ้าในฤดูแล้ง น้ำยังไม่พออีก ก็ต้องพิจารณาเปลี่ยนเส้นทางน้ำไหลออกจากอ่างเก็บน้ำ ให้ไหลไปยังท้องนาที่มีความต้องการมากเป็นพิเศษ
9. ระยะเวลาดีเลย์
บางที ปัญหาการไหลไม่เพียงพอ หรือระบบรองรับการเปลี่ยนแปลงได้ไม่ดี อาจเป็นเพียงเพราะการไหลเข้าและออกนั้นมีระยะเวลาดีเลย์มากเกินไปก็ได้ เช่น พอมีการใช้น้ำมาก ระบบอาจส่งสัญญาณไปยังแหล่งเก็บน้ำให้สำรองน้ำเพิ่มได้ช้าเกินไป ทำให้น้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำไม่ทัน วิธีแก้จึงต้องทำให้ข้อมูลไหลเร็วขึ้น เพื่อทำให้ระบบปรับตัวได้ทันท่วงที นั่นก็คือการลดระยะเวลาดีเลย์นั่นเอง
8. Balancing feedback loop
การแก้ปัญหาเสถียรภาพที่ดีกว่า คือการสร้างกลไกการป้อน Flow เข้า Stock อย่างอัตโนมัติ เพื่อรักษาระดับของ Stock ที่ต้องการไว้อย่างเสมอ
7.Reinforcing feedback loop
ถ้าจะให้ดี ควรทำให้สิ่งที่มีอยู่ใน Stock ส่งผลโดยตรงกับปริมาณการไหลเข้าในลักษณะที่เพิ่มพูนไม่สิ้นสุดเหมือนดอกเบี้ยทบต้น ก็จะทำให้ทิศทางการไหลนั้นมั่นคง แข็งแรง และเกิด Stock มากขึ้นอย่างทรงพลังหยุดไม่อยู่
6. โครงสร้างการไหลของข้อมูล
การออกแบบระบบให้ส่วนที่จำเป็นต้องใช้ข้อมูล ได้รับข้อมูล และได้รับอย่างทันท่วงทีนั้น สำคัญมากต่อรปะสิทธิภาพและผลลัพธ์โดยรวมของระบบ ลองนึกดูว่าถ้าในระบบการแก้ปัญหาความยากจน แต่รัฐบาลไม่ได้รับข้อมูลความยากจนอย่างถูกต้อง ก็ไม่มีทางจะแก้ปัญหาได้อย่างสอดคล้องกับความเป็นจริงเลย
5. กฎเกณฑ์ของระบบ เช่น แรงจูงใจ บทลงโทษ ข้อจำกัด
ถ้าเปลี่ยนกฎของระบบ พฤติกรรมของการไหลก็จะเปลี่ยนแปลงโดยอัตโนมัติ ทั้งทิศทางและอัตราการไหล เช่นการออกแบบระบบแรงจูงใจ (Incentive) ที่ดี ทำให้ระบบตลาดทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะต่างคนต่างรับข้อมูลที่จำเป็นในการผลิตและบริโภคที่มีประสิทธิภาพต่อระบบโดยรวม
4. การจัดการตัวเองของระบบ
ระบบที่ออกแบบมาดี จะมี Resilience คือยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลง สามารถปรับตัวได้เองให้ตอบรับสิ่งเร้า เช่นในวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง ถ้าถูกรุกรานทางวัฒนธรรม คนก็พร้อมที่จะปรับตัวโดยการรับเอาวัฒนธรรมข้างนอกมาผสมกับฐานวัฒนธรรม สังเคราะห์เป็นวัฒนธรรมใหม่
3. เป้าหมายของระบบ
สิ่งที่กำหนดพฤติกรรมของระบบคือเป้าหมายของระบบ ถ้าเปลี่ยนเป้าหมาย ทั้งระบบก็เปลี่ยนไปหมด เช่นเศรษฐกิจ ถ้าเราเปลี่ยนแปลงเป้าหมาย จากการสร้างความร่ำรวย มาเป็นการเลี้ยงชีพอย่างมีความสุข พฤติกรรมของทุกคนจะเปลี่ยนทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาไปเปลี่ยนเกือบ 10 ข้อข้างต้น
2. มโนทัศน์ที่สร้างระบบขึ้นมา
มโนทัศน์ (Paradigm) คือวิธีการที่ผู้ออกแบบระบบมองเห็นโลก เห็นเป้าหมาย เห็นว่าอะไรสำคัญ เห็นความเชื่อมโยงแบบหนึ่งๆ แทนที่จะเป็นแบบอื่นๆ เช่น ในระบบการแก้ปัญหาสังคมโลก มโนทัศน์แบบแรกอาจเชื่อว่าต้องมีหน่วยงานที่อุทิศตัวในการแก้ปัญหา เช่นรัฐบาล แต่มโนทัศน์แบบที่สองอาจเชื่ออีกแบบ ว่าต้องทำให้ทุกคนมีส่วนในการแก้ปัญหา ความเชื่อพื้นฐานทั้งสองแบบนี้ส่งผลแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงต่อการออกแบบระบบ
1. การไม่ยึดติดกับมโนทัศน์ หรือการก้าวพ้นมโนทัศน์
อันตรายที่สำคัญที่สุดของนักออกแบบระบบ คือการหลงอยู่กับกรอบคิด หรือมโนทัศน์เดิมที่อาจเคยใช้ได้ หรือยึดติดเพราะเชื่อว่าเป็นแนวทางที่ดีที่สุด ถูกต้องที่สุด การสลัดความยืดติดนี้ ทำให้เรามีอิสรภาพที่จะมองเห็นความสำคัญ ความเชื่อมโยงแบบอื่นๆ ที่เป็นไปได้ ทำให้เกิดโอกาสในการออกแบบระบบที่ดีกว่า
ทั้งหมดนี้เป็นสรุปอย่างคร่าวๆ ของทฤษฎีระบบ ถ้าใครอยากอ่านเพิ่มเติมกรุณาหาซื้อหนังสือ Thinking in Systems: A Primer โดย Donella H. Meadows ครับ
Like this:
Like Loading...