<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>

<channel>
	<title>Entangled &#187; สังคม</title>
	<atom:link href="http://guopai.wordpress.com/category/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a1/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://guopai.wordpress.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Thu, 31 Dec 2009 16:24:51 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<cloud domain='guopai.wordpress.com' port='80' path='/?rsscloud=notify' registerProcedure='' protocol='http-post' />
<image>
		<url>http://www.gravatar.com/blavatar/ca20a0bb77f121829e70e9b98a59fae6?s=96&#038;d=http://s.wordpress.com/i/buttonw-com.png</url>
		<title>Entangled &#187; สังคม</title>
		<link>http://guopai.wordpress.com</link>
	</image>
	<atom:link rel="search" type="application/opensearchdescription+xml" href="http://guopai.wordpress.com/osd.xml" title="Entangled" />
		<item>
		<title>สื่อเพื่อสาธารณะกับอำนาจในการสื่อสาร</title>
		<link>http://guopai.wordpress.com/2009/12/17/%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://guopai.wordpress.com/2009/12/17/%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 16 Dec 2009 23:07:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>guopai</dc:creator>
				<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อสาธารณะ]]></category>
		<category><![CDATA[อำนาจการสื่อสาร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://guopai.wordpress.com/?p=312</guid>
		<description><![CDATA[การสื่อสารเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของพลเมือง คนเราเกิดมาพร้อมกับเครื่องมือในการสื่อสาร ตั้งแต่ปากและมือในการเขียน ตาและหูในการรับสาร ไปจนถึงสมองและจิตใจที่จะประมวลผลสารนั้นๆ
ในสังคมสมัยใหม่ยุคเริ่มต้น รัฐกดข่มการสื่อสารของประชาชน เพราะกลัวประชาชนและกระด้างกระเดื่อง กลัวตนเองสูญเสียอำนาจ การสื่อสารถูกผูกขาดเข้าสู่ศูนย์กลาง หรือห้ามไม่ให้เกิดขึ้น
สังคมทุนนิยมและประชาธิปไตยเสรีนิยมสุดโต่ง เชื่อว่าการรับประกันสิทธิและเสรีภาพที่ดีที่สุด ทั้งด้านการสื่อสารและเรื่องอื่นๆ คือการที่รัฐต้องไม่แทรกแซงการดำเนินการใดๆ ของหน่วยในสังคม ปล่อยให้ทุกคนก้าวเดินไปตามแรงจูงใจที่มีระบบตลาดเป็นตัวจัดการ
แต่แนวคิดเสรีภาพผ่านการไม่แทรกแซง หรือ Negative Freedom นั้น ไม่ได้รับประกันว่าการสื่อสารจะเกิดความ &#8220;เท่าเทียม&#8221; ผู้ที่มี &#8220;อำนาจ&#8221; มากกว่า คือผู้ที่ควบคุมการสื่อสาร ไม่ใช่ผู้ที่มีความ &#8220;ต้องการ&#8221; มากกว่า
ดังนั้น ประชาธิปไตยของการสื่อสาร ไม่ใช่การไม่แทรกแซง แต่คือการแทรกแซงอย่างมีเป้าหมาย เพื่อการให้โอกาสที่เท่าเทียม (Equality) ของคนทุกกลุ่มในการแสดงออก (Expression) และมีปฏิสัมพันธ์ (Dialogue) กันเพื่อขับเคลื่อนสังคมอย่างมีส่วนร่วม (Participation)
และนี่คือบทบาทที่ควรจะเป็นของสื่อเพื่อบริการสาธารณะ (Public Service Media) ที่อยู่ในรูปแบบต่างๆ ตั้งแต่สื่อกระจายภาพและเสียงสาธารณะ ผู้ให้บริการเนื้อหาและ Platform บนอินเทอร์เน็ต ผู้ให้บริการมือถือ ที่จะสร้างพื้นที่และสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้เกิดการแลกเปลี่ยน ถ่ายทอด และปฏิสัมพันธ์ข้อมูล ความคิดอย่างสร้างสรรค์ และแปรเปลี่ยนผลลัพธ์เป็นการปฏิบัติเพื่อขับเคลื่อนสังคม
   [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=guopai.wordpress.com&blog=1309104&post=312&subd=guopai&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>การสื่อสารเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของพลเมือง คนเราเกิดมาพร้อมกับเครื่องมือในการสื่อสาร ตั้งแต่ปากและมือในการเขียน ตาและหูในการรับสาร ไปจนถึงสมองและจิตใจที่จะประมวลผลสารนั้นๆ</p>
<p>ในสังคมสมัยใหม่ยุคเริ่มต้น รัฐกดข่มการสื่อสารของประชาชน เพราะกลัวประชาชนและกระด้างกระเดื่อง กลัวตนเองสูญเสียอำนาจ การสื่อสารถูกผูกขาดเข้าสู่ศูนย์กลาง หรือห้ามไม่ให้เกิดขึ้น</p>
<p>สังคมทุนนิยมและประชาธิปไตยเสรีนิยมสุดโต่ง เชื่อว่าการรับประกันสิทธิและเสรีภาพที่ดีที่สุด ทั้งด้านการสื่อสารและเรื่องอื่นๆ คือการที่รัฐต้องไม่แทรกแซงการดำเนินการใดๆ ของหน่วยในสังคม ปล่อยให้ทุกคนก้าวเดินไปตามแรงจูงใจที่มีระบบตลาดเป็นตัวจัดการ</p>
<p>แต่แนวคิดเสรีภาพผ่านการไม่แทรกแซง หรือ Negative Freedom นั้น ไม่ได้รับประกันว่าการสื่อสารจะเกิดความ &#8220;เท่าเทียม&#8221; ผู้ที่มี &#8220;อำนาจ&#8221; มากกว่า คือผู้ที่ควบคุมการสื่อสาร ไม่ใช่ผู้ที่มีความ &#8220;ต้องการ&#8221; มากกว่า</p>
<p>ดังนั้น ประชาธิปไตยของการสื่อสาร ไม่ใช่การไม่แทรกแซง แต่คือการแทรกแซงอย่างมีเป้าหมาย เพื่อการให้โอกาสที่เท่าเทียม (Equality) ของคนทุกกลุ่มในการแสดงออก (Expression) และมีปฏิสัมพันธ์ (Dialogue) กันเพื่อขับเคลื่อนสังคมอย่างมีส่วนร่วม (Participation)</p>
<p>และนี่คือบทบาทที่ควรจะเป็นของสื่อเพื่อบริการสาธารณะ (Public Service Media) ที่อยู่ในรูปแบบต่างๆ ตั้งแต่สื่อกระจายภาพและเสียงสาธารณะ ผู้ให้บริการเนื้อหาและ Platform บนอินเทอร์เน็ต ผู้ให้บริการมือถือ ที่จะสร้างพื้นที่และสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้เกิดการแลกเปลี่ยน ถ่ายทอด และปฏิสัมพันธ์ข้อมูล ความคิดอย่างสร้างสรรค์ และแปรเปลี่ยนผลลัพธ์เป็นการปฏิบัติเพื่อขับเคลื่อนสังคม</p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/guopai.wordpress.com/312/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/guopai.wordpress.com/312/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/guopai.wordpress.com/312/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/guopai.wordpress.com/312/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/guopai.wordpress.com/312/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/guopai.wordpress.com/312/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/guopai.wordpress.com/312/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/guopai.wordpress.com/312/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/guopai.wordpress.com/312/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/guopai.wordpress.com/312/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=guopai.wordpress.com&blog=1309104&post=312&subd=guopai&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://guopai.wordpress.com/2009/12/17/%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/996ed0cee2ef962ddfa3eaa731e0d0c2?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F1.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">guopai</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>มิติทางวัฒนธรรมของการพัฒนาห้องสมุดดิจิทัลในยุโรป</title>
		<link>http://guopai.wordpress.com/2009/08/28/%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e/</link>
		<comments>http://guopai.wordpress.com/2009/08/28/%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 28 Aug 2009 10:37:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>guopai</dc:creator>
				<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[culture]]></category>
		<category><![CDATA[digital library]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://guopai.wordpress.com/?p=298</guid>
		<description><![CDATA[ช่วงนี้กำลังร่วมพัฒนาห้องสมุดดิจิทัลในประเทศไทย บังเอิญไปเจอบทความใน The Library Quarterly ชื่อ Cultural Dimensions of Digital Library Development เขียนโดย Marija Dalbello ซึ่งเป็นอาจารย์ที่ Rutgers &#8211; The State University of New Jersey บทความนี้มีสองตอน ต่อไปนี้จะสรุปสาระสำคัญของตอนแรก

การพัฒนาห้องสมุดดิจิทัลในห้องสมุดแห่งชาติในยุโรป เริ่มมาตั้งแต่ยุค 1990s โดยถึงแม้ห้องสมุดแต่ละประเทศจะมีโครงการของตัวเอง แต่ทั้งหมดอยู่ภายใต้กรอบการสนับสนุนทางนโยบายของสหภาพยุโรป เช่น Information Society Technologies Fifth Framework Programme (IST-FP5)
ในปี 2002 มีห้องสมุดในยุโรปที่มีโครงการห้องสมุดดิจิทัลเพียง 15 จาก 43 แห่ง แต่ปัจจุบันมีเกือบทั้งหมด
ในยุคแรก (1990s &#8211; 2002) ห้องสมุดดิจิทัลในยุโรปมุ่งเน้นการสงวนรักษาและเผยแพร่สมบัติทางวัฒนธรรม (Cultural heritage) ผ่านการ digitise หนังสือหายากและ special [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=guopai.wordpress.com&blog=1309104&post=298&subd=guopai&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>ช่วงนี้กำลังร่วมพัฒนาห้องสมุดดิจิทัลในประเทศไทย บังเอิญไปเจอบทความใน The Library Quarterly ชื่อ Cultural Dimensions of Digital Library Development เขียนโดย Marija Dalbello ซึ่งเป็นอาจารย์ที่ Rutgers &#8211; The State University of New Jersey บทความนี้มีสองตอน ต่อไปนี้จะสรุปสาระสำคัญของตอนแรก</p>
<ul>
<li>การพัฒนาห้องสมุดดิจิทัลในห้องสมุดแห่งชาติในยุโรป เริ่มมาตั้งแต่ยุค 1990s โดยถึงแม้ห้องสมุดแต่ละประเทศจะมีโครงการของตัวเอง แต่ทั้งหมดอยู่ภายใต้กรอบการสนับสนุนทางนโยบายของสหภาพยุโรป เช่น Information Society Technologies Fifth Framework Programme (IST-FP5)</li>
<li>ในปี 2002 มีห้องสมุดในยุโรปที่มีโครงการห้องสมุดดิจิทัลเพียง 15 จาก 43 แห่ง แต่ปัจจุบันมีเกือบทั้งหมด</li>
<li>ในยุคแรก (1990s &#8211; 2002) ห้องสมุดดิจิทัลในยุโรปมุ่งเน้นการสงวนรักษาและเผยแพร่สมบัติทางวัฒนธรรม (Cultural heritage) ผ่านการ digitise หนังสือหายากและ special collection</li>
<li>การเข้าใจว่าวัฒนธรรมเกี่ยวข้องกับห้องสมุดดิจิทัลอย่างไร ต้องเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างวัฒนธรรมกับสังคมก่อน ว่ามี 3 แบบ
<ul>
<li>Cultural imperative: ความจะเป็นทางวัฒนธรรมเป็นตัวนำให้เกิดห้องสมุดดิจิทัล</li>
<li>Technological determinism: เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าทำให้เกิดห้องสมุดดิจิทัล</li>
<li>Mixed-model: ผสมกันทั้งสองอย่าง เช่น การมีเทคโนโลยีทำให้ห้องสมุดพยายามใช้เทคโนโลยีนั้นให้เกิดประโยชน์ (นั่นคือการ digitise นั่นเอง) เพื่อตอบสนองต่อภารกิจของห้องสมุดที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์และเผยแพร่วัฒนธรรม และทำให้สถานะของห้องสมุดมั่นคงขึ้นท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง</li>
</ul>
</li>
<li>ตัวอย่างความสัมพันธ์ระหว่างวัฒนธรรมกับห้องสมุด: ในอังกฤษ ห้องสมุดแห่งชาติ (The British Library &#8211; BL) ไม่เพียงทำห้องสมุดดิจิทัลในเชิงเนื้อหา แต่ยังมีระบบการรับเนื้อหาดิจิทัล (digital material acquisition) และระบบการเคลียร์ลิขสิทธิ์
<ul>
<li>กระทรวงวัฒนธรรมอังกฤษ มีบทบาทในการกำหนดทิศทางห้องสมุดดิจิทัลให้เป็นแนวการนำเสนอเอกลักษณ์ของอังกฤษในระดับนานาชาติ โดยการตั้งคณะกรรมการและทำรายงานออกมา</li>
<li>จุดมุ่งเน้นของ BL: สถานที่สำคัญในอังกฤษ และวัฒนธรรมของคนที่ย้ายเข้ามาอยู่อังกฤษ</li>
<li>นอกจากนั้นยังมุ่งเน้นการรักษาและนำเสนอมรดกชั้นยอดทางปัญญา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมของโลก</li>
</ul>
</li>
<li>ตัวอย่างจุดมุ่งเน้นในการพัฒนาห้องสมุดดิจิทัลต่างๆ ในยุโรป
<ul>
<li>เยอรมัน: เน้น &#8220;โครงสร้างพื้นฐาน&#8221; ก่อน เช่น เครือข่ายความร่วมมือ ข้อตกลง และมาตรฐาน</li>
<li>Portugal: เน้นการตีความมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ ให้ตอบกับบริบทของโลก และใช้สื่อดิจิทัลเพื่อการพัฒนาการศึกษา</li>
<li>ฝรั่งเศส: เป็นประเทศที่มีความชำนาญในการทำสารานุกรม แต่ในยุคห้องสมุดดิจิทัล ได้เปลี่ยนแนวทางจากการทำสารานุกรมทั่วไป มาเป็นการทำสารานุกรมดิจิทัลที่เน้น theme เป็นเรื่องๆ</li>
<li>อังกฤษ: ห้องสมุดดิจิทัลเกิดได้เพราะการสนับสนุนทางการเงินเป็นหลัก</li>
</ul>
</li>
<li>ห้องสมุดในยุโรปส่วนมาก จะมีสโลแกนที่ชัดเจน เช่น <span><span>&#8216;The Memory of Portugal&#8217;, &#8216;The Encyclopedic Library&#8217;, &#8216;The Virtual German Library&#8217;</span></span></li>
<li><span><span>ห้องสมุดในยุโรป ถือว่าอินเทอร์เน็ต เป็นสื่อสารมวลชน และห้องสมุดใช้สื่อนั้นเผยแพร่เนื้อหาของตน ตาม agenda ทางวัฒนธรรมของตนเอง (ตามแนวคิดว่าสื่อเป็นตัวส่งผ่านวัฒนธรรม ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสังคม)</span></span></li>
<li><span><span>ประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญ: การให้ความหมายและจัดการกับมรดกทางวัฒนธรรม (ไม่ใช่สักแต่ว่าเผยแพร่อย่างเดียว)<br />
</span></span></li>
</ul>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/guopai.wordpress.com/298/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/guopai.wordpress.com/298/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/guopai.wordpress.com/298/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/guopai.wordpress.com/298/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/guopai.wordpress.com/298/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/guopai.wordpress.com/298/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/guopai.wordpress.com/298/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/guopai.wordpress.com/298/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/guopai.wordpress.com/298/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/guopai.wordpress.com/298/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=guopai.wordpress.com&blog=1309104&post=298&subd=guopai&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://guopai.wordpress.com/2009/08/28/%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/996ed0cee2ef962ddfa3eaa731e0d0c2?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F1.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">guopai</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ครีเอทีฟคอมมอนส์กับงานจดหมายเหตุทางวัฒนธรรม</title>
		<link>http://guopai.wordpress.com/2009/06/22/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%9f%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://guopai.wordpress.com/2009/06/22/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%9f%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 22 Jun 2009 09:17:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>guopai</dc:creator>
				<category><![CDATA[งาน]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://guopai.wordpress.com/?p=288</guid>
		<description><![CDATA[พอดีจะไปพูดเรื่องนี้ที่ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร เลยเขียน Abstract ส่งไปให้เค้าดูกันก่อน ไว้ว่างๆ จะมาขยายความ
&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8211;
ทางเลือกในการสงวนลิขสิทธิ์เพื่อเผยแพร่งานจดหมายเหตุทางวัฒนธรรมสำหรับสาธารณะ
การเผยแพร่ข้อมูลด้านวัฒนธรรมไม่เพียงมีประโยชน์ต่อนักวิจัย แต่ยังมีคุณค่าในระยะยาวต่อการดำรงรักษาอัตลักษณ์และเอกลักษณ์ทางวิถีชีวิตของกลุ่มคน รวมทั้งการสืบทอดรากเหง้าของกลุ่มคนในสังคมท่ามกลางความผันผวนเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของวัฒนธรรมในโลกยุคหลังสมัยใหม่ ด้วยความสำคัญดังกล่าว แนวคิดและการปฏิบัติเรื่องการสงวนลิขสิทธิ์และจำกัดการเข้าถึงข้อมูลทางวัฒนธรรมจึงควรได้รับการพิจารณาและปรับเปลี่ยนให้มีความเปิดกว้างมากขึ้น โดยเคารพและคำนึงถึงความอ่อนไหวของการเผยแพร่ข้อมูลในเงื่อนไขต่างๆ

ครีเอทีฟคอมมอนส์ (Creative Commons) เป็นสัญญาอนุญาตที่ถูกออกแบบมาเพื่อการเผยแพร่เนื้อหาข้อมูลอย่างเปิดกว้างและรักษาสิทธิ์เจ้าของข้อมูลในคราวเดียวกัน โดยการอนุญาตให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงและนำข้อมูลไปใช้งานต่อได้โดยไม่ต้องขออนุญาต แต่ต้องทำตามเงื่อนไขที่เจ้าของข้อมูลกำหนด เช่นการอ้างอิงที่มา ห้ามดัดแปลงข้อมูล ห้ามใช้เพื่อการค้า เป็นต้น สัญญาอนุญาตที่เปิดกว้างและยืดหยุ่นเช่นครีเอทีฟคอมมอนส์เป็นทางเลือกในการเผยแพร่ข้อมูลทางวัฒนธรรมเพื่อประโยชน์ของสังคมโดยรวม โดยไม่ขัดแย้งกับผลประโยชน์ของเจ้าของข้อมูล
สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ ถูกพัฒนาและเผยแพร่โดยองค์กรครีเอทีฟคอมมอนส์ ซึ่งเป็นหน่วยงานไม่แสวงหาผลกำไร ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการไหลเวียนต่อยอดความรู้และวัฒนธรรม โดยเฉพาะในสื่อดิจิทัลบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่สามารถทำซ้ำและเผยแพร่ต่อได้เป็นวงกว้างอย่างรวดเร็วด้วยต้นทุนต่ำ
&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8211;

Licensing Alternative for Distribution of Cultural Archive for Public Interest
Distribution of cultural content does not only benefit researchers, but also exhibits long term value as a mean to preserve cultural [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=guopai.wordpress.com&blog=1309104&post=288&subd=guopai&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>พอดีจะไปพูดเรื่องนี้ที่ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร เลยเขียน Abstract ส่งไปให้เค้าดูกันก่อน ไว้ว่างๆ จะมาขยายความ</p>
<p>&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8211;</p>
<p><strong>ทางเลือกในการสงวนลิขสิทธิ์เพื่อเผยแพร่งานจดหมายเหตุทางวัฒนธรรมสำหรับสาธารณะ</strong></p>
<p>การเผยแพร่ข้อมูลด้านวัฒนธรรมไม่เพียงมีประโยชน์ต่อนักวิจัย แต่ยังมีคุณค่าในระยะยาวต่อการดำรงรักษาอัตลักษณ์และเอกลักษณ์ทางวิถีชีวิตของกลุ่มคน รวมทั้งการสืบทอดรากเหง้าของกลุ่มคนในสังคมท่ามกลางความผันผวนเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของวัฒนธรรมในโลกยุคหลังสมัยใหม่ ด้วยความสำคัญดังกล่าว แนวคิดและการปฏิบัติเรื่องการสงวนลิขสิทธิ์และจำกัดการเข้าถึงข้อมูลทางวัฒนธรรมจึงควรได้รับการพิจารณาและปรับเปลี่ยนให้มีความเปิดกว้างมากขึ้น โดยเคารพและคำนึงถึงความอ่อนไหวของการเผยแพร่ข้อมูลในเงื่อนไขต่างๆ</p>
<div>
<p>ครีเอทีฟคอมมอนส์ (Creative Commons) เป็นสัญญาอนุญาตที่ถูกออกแบบมาเพื่อการเผยแพร่เนื้อหาข้อมูลอย่างเปิดกว้างและรักษาสิทธิ์เจ้าของข้อมูลในคราวเดียวกัน โดยการอนุญาตให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงและนำข้อมูลไปใช้งานต่อได้โดยไม่ต้องขออนุญาต แต่ต้องทำตามเงื่อนไขที่เจ้าของข้อมูลกำหนด เช่นการอ้างอิงที่มา ห้ามดัดแปลงข้อมูล ห้ามใช้เพื่อการค้า เป็นต้น สัญญาอนุญาตที่เปิดกว้างและยืดหยุ่นเช่นครีเอทีฟคอมมอนส์เป็นทางเลือกในการเผยแพร่ข้อมูลทางวัฒนธรรมเพื่อประโยชน์ของสังคมโดยรวม โดยไม่ขัดแย้งกับผลประโยชน์ของเจ้าของข้อมูล</p></div>
<p>สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ ถูกพัฒนาและเผยแพร่โดยองค์กรครีเอทีฟคอมมอนส์ ซึ่งเป็นหน่วยงานไม่แสวงหาผลกำไร ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการไหลเวียนต่อยอดความรู้และวัฒนธรรม โดยเฉพาะในสื่อดิจิทัลบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่สามารถทำซ้ำและเผยแพร่ต่อได้เป็นวงกว้างอย่างรวดเร็วด้วยต้นทุนต่ำ</p>
<p>&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8211;<br />
<strong><br />
Licensing Alternative for Distribution of Cultural Archive for Public Interest</strong></p>
<p>Distribution of cultural content does not only benefit researchers, but also exhibits long term value as a mean to preserve cultural group&#8217;s characteristics and identities. It also serves as a basis for cultural change and development that proceeds in ever increasing rate in postmodern world. As such, the concept and practice of copyright and access restriction of cultural content should be revisited, by allowing more &#8216;open&#8217; approaches while respecting sensitive issues under different conditions.</p>
<p>Creative Commons are licenses designed to support open distribution of content while at the same time respecting author&#8217;s rights, by allowing users to access and make use of content without permission requirement, under the conditions imposed by authors or copyright holders such as attribution, no derivative, and non-commercial use. Those open and flexible form of licensing such as Creative Commons is a viable alternative to be employed by intellectual property right protection scheme of cultural institutions for public benefit.</p>
<p>Creative Commons licenses are being developed and promoted by Creative Commons, a non-profit organisation whose mission is to support free flow of knowledge and culture, especially those in digital format on the Internet on which the reproduction and distribution can be made quickly, easily and less costly than conventional mediums.</p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/guopai.wordpress.com/288/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/guopai.wordpress.com/288/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/guopai.wordpress.com/288/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/guopai.wordpress.com/288/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/guopai.wordpress.com/288/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/guopai.wordpress.com/288/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/guopai.wordpress.com/288/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/guopai.wordpress.com/288/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/guopai.wordpress.com/288/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/guopai.wordpress.com/288/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=guopai.wordpress.com&blog=1309104&post=288&subd=guopai&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://guopai.wordpress.com/2009/06/22/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%9f%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/996ed0cee2ef962ddfa3eaa731e0d0c2?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F1.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">guopai</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ร่องรอยอุดมคติอเมริกันในสังคมไทย</title>
		<link>http://guopai.wordpress.com/2009/05/02/%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://guopai.wordpress.com/2009/05/02/%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 02 May 2009 10:31:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>guopai</dc:creator>
				<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[สิืทธิ]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อสารมวลชน]]></category>
		<category><![CDATA[อุดมคติ]]></category>
		<category><![CDATA[เสรีภาพ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://guopai.wordpress.com/?p=265</guid>
		<description><![CDATA[กำลังอ่านแนวทางการวิจัยทางวิชาการสื่อสารมวลชน เปรียบเทียบมโนทัศน์ของทฤษฎีสื่อสารมวลชนกระแสหลัก ที่นำโดยนักวิชาการอเมริกันตั้งแต่ทศวรรษ 40 เป็นต้นมา กับทฤษฎีทางเลือก ที่เกิดขึ้นมาไม่นานหลังจากนั้น และนำโดยฝั่งยุโรป
ทฤษฎีฝั่งอเมริกาจะเน้นการพยายามตอบปัญหาโดยใช้กระบวนวิธีแบบวิทยาศาสตร์ คือการพยายามหารูปแบบความสัมพันธ์ที่ชัดเจน เป็นเส้นตรง การใช้ตัวชี้วัดที่เป็นตัวเลข หรือบอกค่าได้โดยปราศจากข้อถกเถียง และการสนใจประเด็นศึกษาแต่เพียงมิติเดียว และมุ่งมั่นที่จะหาหนทางที่ดีและมีประสิทธิภาพที่สุดในการบรรลุวัตถุประสงค์นั้น ซึ่งสำหรับทฤษฎีสื่อสารมวลชน แนวทางดังกล่าวเป็นที่มาของทฤษฎีกระแสหลัก (Dominant Paradigm) เช่นทฤษฎีเข็มฉีดยา (Transmission) ที่สนใจว่าสถาบันสื่อสารมวลชนจะประสบความสำเร็จในการสื่อสารไปยังผู้รับ เพื่อให้ผู้รับเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมตามที่ผู้ส่งสารต้องการได้อย่างไร (โดยไม่สนใจประเด็นอื่น เช่น สารนั้นมีคุณค่าไหม ผู้รับสารมีพื้นเพ ความคิด ความเชื่ออย่างไร) แต่ทฤษฎีกระแสทางเลือกของฝั่งยุโรป จะสนใจศึกษาประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นประเด็นด้านการเมือง วัฒนธรรม สังคมวิทยา ไปจนถึงศีลธรรม ซึ่งก็คือการมองว่าสื่อสารมวลชนเป็นส่วนหนึ่งขององค์ประกอบทางสังคมที่สลับซับซ้อนและเป็นหนึ่งเดียวกัน
เรื่องของเรื่องก็คือ ยิ่งอ่านแนวคิดอเมริกัน ก็ยิ่งนึกถึงสังคมไทยที่รับเอาแนวคิดเหล่านั้นมาใช้กันในหลายระดับ หลายๆ แนวคิดก็ฝังลึกและกลายเป็น &#8220;มาตรฐาน&#8221; ในการคิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่ชนชั้นนำและปัญญาชน โดยบางทีก็หลงลืมว่าวิธีคิดนั้นมีบางอย่างที่ &#8220;ไม่ปกติ&#8221;
ยกตัวอย่างเช่นในเรื่องสื่อสารมวลชนโดยตรง นักวิจัยสื่อสารมวลชนในอเมริการมักไม่สนใจว่าสื่อควรมีบทบาทต่อสังคม ชี้นำสังคมไปอย่างไร รายการทีวีในสหรัฐเหมือนกับรายการทีวีในไทยตรงที่เต็มไปด้วยธุรกิจการค้าและโฆษณาที่อ่อนคุณค่าต่อสังคมโดยรวม ปัญหาเหล่านี้เพิ่งได้รับความสนใจในระยะหลังๆ เมื่อคนเริ่มพบว่าทุนนิยมสุดขั้ว (ที่อเมริกาเป็นผู้นำ) นำไปสู่ปัญหานานัปการ
ทุนนิยมอเมริกามาพร้อมกับอุดมการณ์เชิดชูสิทธิ เสรีภาพ แต่บ่อยครั้งที่ผู้คนจะ &#8220;ยึดติด&#8221; [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=guopai.wordpress.com&blog=1309104&post=265&subd=guopai&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>กำลังอ่านแนวทางการวิจัยทางวิชาการสื่อสารมวลชน เปรียบเทียบมโนทัศน์ของทฤษฎีสื่อสารมวลชนกระแสหลัก ที่นำโดยนักวิชาการอเมริกันตั้งแต่ทศวรรษ 40 เป็นต้นมา กับทฤษฎีทางเลือก ที่เกิดขึ้นมาไม่นานหลังจากนั้น และนำโดยฝั่งยุโรป</p>
<p>ทฤษฎีฝั่งอเมริกาจะเน้นการพยายามตอบปัญหาโดยใช้กระบวนวิธีแบบวิทยาศาสตร์ คือการพยายามหารูปแบบความสัมพันธ์ที่ชัดเจน เป็นเส้นตรง การใช้ตัวชี้วัดที่เป็นตัวเลข หรือบอกค่าได้โดยปราศจากข้อถกเถียง และการสนใจประเด็นศึกษาแต่เพียงมิติเดียว และมุ่งมั่นที่จะหาหนทางที่ดีและมีประสิทธิภาพที่สุดในการบรรลุวัตถุประสงค์นั้น ซึ่งสำหรับทฤษฎีสื่อสารมวลชน แนวทางดังกล่าวเป็นที่มาของทฤษฎีกระแสหลัก (Dominant Paradigm) เช่นทฤษฎีเข็มฉีดยา (Transmission) ที่สนใจว่าสถาบันสื่อสารมวลชนจะประสบความสำเร็จในการสื่อสารไปยังผู้รับ เพื่อให้ผู้รับเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมตามที่ผู้ส่งสารต้องการได้อย่างไร (โดยไม่สนใจประเด็นอื่น เช่น สารนั้นมีคุณค่าไหม ผู้รับสารมีพื้นเพ ความคิด ความเชื่ออย่างไร) แต่ทฤษฎีกระแสทางเลือกของฝั่งยุโรป จะสนใจศึกษาประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นประเด็นด้านการเมือง วัฒนธรรม สังคมวิทยา ไปจนถึงศีลธรรม ซึ่งก็คือการมองว่าสื่อสารมวลชนเป็นส่วนหนึ่งขององค์ประกอบทางสังคมที่สลับซับซ้อนและเป็นหนึ่งเดียวกัน</p>
<p>เรื่องของเรื่องก็คือ ยิ่งอ่านแนวคิดอเมริกัน ก็ยิ่งนึกถึงสังคมไทยที่รับเอาแนวคิดเหล่านั้นมาใช้กันในหลายระดับ หลายๆ แนวคิดก็ฝังลึกและกลายเป็น &#8220;มาตรฐาน&#8221; ในการคิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่ชนชั้นนำและปัญญาชน โดยบางทีก็หลงลืมว่าวิธีคิดนั้นมีบางอย่างที่ &#8220;ไม่ปกติ&#8221;</p>
<p>ยกตัวอย่างเช่นในเรื่องสื่อสารมวลชนโดยตรง นักวิจัยสื่อสารมวลชนในอเมริการมักไม่สนใจว่าสื่อควรมีบทบาทต่อสังคม ชี้นำสังคมไปอย่างไร รายการทีวีในสหรัฐเหมือนกับรายการทีวีในไทยตรงที่เต็มไปด้วยธุรกิจการค้าและโฆษณาที่อ่อนคุณค่าต่อสังคมโดยรวม ปัญหาเหล่านี้เพิ่งได้รับความสนใจในระยะหลังๆ เมื่อคนเริ่มพบว่าทุนนิยมสุดขั้ว (ที่อเมริกาเป็นผู้นำ) นำไปสู่ปัญหานานัปการ</p>
<p>ทุนนิยมอเมริกามาพร้อมกับอุดมการณ์เชิดชูสิทธิ เสรีภาพ แต่บ่อยครั้งที่ผู้คนจะ &#8220;ยึดติด&#8221; กับอุดมการณ์นี้จนลืมบริบทและความถูกต้องเรื่องอื่น ปัญหานี้แปรสภาพออกมาในรูปแบบต่างๆ กัน เช่นในอเมริกาคนส่วนมากหมกมุ่นกับการฟ้องร้องที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิ์จนไม่เป็นทำมาหากิน ส่วนในไทย ผู้สนับสนุนสิทธิและเสรีภาพบางกลุ่มก็มุ่งมั่นที่จะสร้างสังคมในอุดมการณ์ โดยลืมว่าแนวคิดเหล่านี้ไม่ได้มีรากเหง้าในสังคมไทย เช่นเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาที่มีการฟ้องร้องหรือขู่ฟ้องร้องกันอย่างไม่จำเป็น ความยืดติดกับอุดมคติที่ถูกเสริมแรงจากภาพต้นแบบของสังคมที่ถูกมองว่าเป็น &#8220;อารยะ&#8221; หลายครั้งก็บ่อนทำลายคุณค่าและรากเหง้า</p>
<p>ตรงกันข้ามกับสังคมยุโรปที่มีการศึกษา พูดถึง และรับรู้น้อยกว่า อาจจะเพราะความใกล้ชิดระหว่างรัฐบาลไทยกับสหรัฐในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ที่ทำให้วัฒนธรรมอเมริกันกลายเป็นพลังหลักในสังคมที่ครอบงำและกลืนกิน (Hegemony) ในขณะที่ขนบแบบยุโรปอยู่ห่างไกลออกไปนับตั้งแต่สมัยร.5 นำเข้าวัฒนธรรม Victorian เข้ามา (ซึ่งยุโรปหลังจากนั้นก็ได้เปลี่ยนไปมาก แต่เราไม่ได้รับรู้และเปลี่ยนตาม) ความเป็นยุโรปในปัจจุบันคือสังคมที่หลากหลายแต่มีจุดร่วมที่ผสมผสานและคุยกันได้ (สหภาพยุโรป) การใช้สื่อเพื่อกำหนดทิศทางและสอดคล้องกับธรรมชาติและความต้องการของคนในกลุ่มต่างๆ (สื่อสาธารณะอย่าง BBC) เศรษฐกิจทุนนิยมที่ผสานกับเศรษฐกิจชุมชนที่มีคุณภาพ รักษาขนบ และพัฒนาไปในคราวเดียวกัน (ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นเช่นนาฬิกา ชีส ไวน์) ยุโรปคือสหสังคมที่ยอมรับการดำรงอยู่ของความแตกต่าง และแปรเปลี่ยนความสัมพันธ์อันสลับซับซ้อนระหว่างหน่วยต่างๆ มาเป็นความร่วมมือผ่านกลไกทั้งเชิงสถาบัน การเมือง สังคม และเศรษฐกิจ ต่างกันลิบลับกับสังคมอเมริกันยุคหลังสงครามโลก (และสังคมไทยในยุคเดียวกัน) ที่มุ่งเน้นการสร้างอัตลักษณ์อันเป็นหนึ่งเดียว การลดทอนความซับซ้อนขององค์ประกอบทางสังคมให้เหลือแต่ความสัมพันธ์ที่สามารถพิจารณาได้ด้วยแนวคิดสากลเช่นเศรษฐกิจทุนนิยม ทัศนะและมโนทัศน์เหล่านี้ฝังลึกในพลเมือง และสะท้อนออกมาผ่านช่องทางต่างๆ เช่นทฤษฎีสื่อสารมวลชนแนวทางเลือกที่ได้กล่าวข้างต้น</p>
<p>ผมคงไม่สามารถสรุปได้ว่ามโนทัศน์แบบไหนจะยั่งยืนและเป็นทางออกในอนาคต แต่สิ่งที่เห็น ณ ปัจจุบันคือขาลงของขนบอเมริกันแบบดั้งเดิม และการเฟื่องฟูของแนวคิดทางสายกลาง ทฤษฎีทางเลือก และการมองโลกองค์รวมโดยยอมรับความแตกต่างซับซ้อน ซึ่งหลายคนก็มองว่าการยอมรับดังกล่าวจะเป็นทางรอดของมนุษย์ เพื่อให้เราอยู่ร่วมกันกับเพื่อนร่วมโลก และธรรมชาติ</p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/guopai.wordpress.com/265/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/guopai.wordpress.com/265/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/guopai.wordpress.com/265/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/guopai.wordpress.com/265/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/guopai.wordpress.com/265/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/guopai.wordpress.com/265/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/guopai.wordpress.com/265/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/guopai.wordpress.com/265/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/guopai.wordpress.com/265/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/guopai.wordpress.com/265/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=guopai.wordpress.com&blog=1309104&post=265&subd=guopai&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://guopai.wordpress.com/2009/05/02/%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/996ed0cee2ef962ddfa3eaa731e0d0c2?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F1.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">guopai</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>สวนหลวงร.9: ความฝันบนโลกจริง?</title>
		<link>http://guopai.wordpress.com/2009/04/08/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%a39-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%9d%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%88/</link>
		<comments>http://guopai.wordpress.com/2009/04/08/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%a39-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%9d%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%88/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 08 Apr 2009 16:26:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>guopai</dc:creator>
				<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[สวนสาธารณะ]]></category>
		<category><![CDATA[สวนหลวงร.9]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://guopai.wordpress.com/?p=261</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อวันจันทร์พาแฟนไปสวนหลวงร.9 หลังจากที่ไม่ได้ไปมาสัก 10 ปีได้
ออกจากบ้านแถวอุดมสุขตอนเช้าตรู่ ไปทันแสงมาพอดี บรรยากาศดีมาก ถึงแม้จะเป็นการเสกสรรค์จากน้ำมือของมนุษย์อย่างวิจิตรบรรจง แต่ก็ทำให้ผ่อนคลายสบายใจได้อย่างเหลือเชื่อ
ลองสังเกตดูดีๆ พื้นที่แต่ละสวน สวนแต่ละหย่อม ถูกคิดอย่างปราณีตถี่ถ้วน ในความคิดของผม คนออกแบบและจัดสวนแห่งนี้อัจฉริยะและใส่ใจทุกรายละเอียดมาก
เดินๆ อยู่ก็คิดว่า ไหนๆ บ้านอยู่ใกล้ๆ ก็น่าจะมาบ่อยๆ บางทีมาทำงานก็ได้ หรือเอาเพลงมาฟังก็น่าจะดี คิดไปมาก็รู้สึกว่าสวนสาธารณะตั้งใหญ่โต แต่คนมาน้อยจัง ถ้าคนมาเยอะๆ ก็น่าจะทำให้คุณภาพชีวิตของผู้คนดีขึ้นอย่างง่ายๆ
หลังจากคิดเรื่องนี้ อยู่ดีๆ ก็มีอีกความคิดแวบเข้ามา ผมจึงเอ่ยถามแฟนผม:
&#8220;ถ้าให้เลือกว่าจะอยู่ในสังคมที่ผู้คนถูกควบคุมทุกอย่าง แต่รัฐบาลจัดหาความสุขสบาย ทุกคนอยู่อย่างมีความสุข แบบที่เรารู้สึกในสวนสาธารณะ กับสังคมเสรี ที่เศร้าหมอง เต็มไปด้วยมลภาวะ ปัญหาอย่างทุกวันนี้ จะเลือกอยู่แบบไหน?&#8221;
ผู้อ่านบล็อกนี้อาจจะฟันธงโดยไม่ต้องคิดว่าเลือกแบบที่สอง แต่เราทั้งสองลังเลเมื่อคิดเรื่องนี้ตอนอยู่ในสวนหลวงร.9
ฝากรูปมาให้ดูครับ
       <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=guopai.wordpress.com&blog=1309104&post=261&subd=guopai&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>เมื่อวันจันทร์พาแฟนไปสวนหลวงร.9 หลังจากที่ไม่ได้ไปมาสัก 10 ปีได้</p>
<p>ออกจากบ้านแถวอุดมสุขตอนเช้าตรู่ ไปทันแสงมาพอดี บรรยากาศดีมาก ถึงแม้จะเป็นการเสกสรรค์จากน้ำมือของมนุษย์อย่างวิจิตรบรรจง แต่ก็ทำให้ผ่อนคลายสบายใจได้อย่างเหลือเชื่อ</p>
<p>ลองสังเกตดูดีๆ พื้นที่แต่ละสวน สวนแต่ละหย่อม ถูกคิดอย่างปราณีตถี่ถ้วน ในความคิดของผม คนออกแบบและจัดสวนแห่งนี้อัจฉริยะและใส่ใจทุกรายละเอียดมาก</p>
<p>เดินๆ อยู่ก็คิดว่า ไหนๆ บ้านอยู่ใกล้ๆ ก็น่าจะมาบ่อยๆ บางทีมาทำงานก็ได้ หรือเอาเพลงมาฟังก็น่าจะดี คิดไปมาก็รู้สึกว่าสวนสาธารณะตั้งใหญ่โต แต่คนมาน้อยจัง ถ้าคนมาเยอะๆ ก็น่าจะทำให้คุณภาพชีวิตของผู้คนดีขึ้นอย่างง่ายๆ</p>
<p>หลังจากคิดเรื่องนี้ อยู่ดีๆ ก็มีอีกความคิดแวบเข้ามา ผมจึงเอ่ยถามแฟนผม:</p>
<p>&#8220;ถ้าให้เลือกว่าจะอยู่ในสังคมที่ผู้คนถูกควบคุมทุกอย่าง แต่รัฐบาลจัดหาความสุขสบาย ทุกคนอยู่อย่างมีความสุข แบบที่เรารู้สึกในสวนสาธารณะ กับสังคมเสรี ที่เศร้าหมอง เต็มไปด้วยมลภาวะ ปัญหาอย่างทุกวันนี้ จะเลือกอยู่แบบไหน?&#8221;</p>
<p>ผู้อ่านบล็อกนี้อาจจะฟันธงโดยไม่ต้องคิดว่าเลือกแบบที่สอง แต่เราทั้งสองลังเลเมื่อคิดเรื่องนี้ตอนอยู่ในสวนหลวงร.9</p>
<p><a href="http://www.flickr.com/photos/guopai/sets/72157616467365488/">ฝากรูปมาให้ดูครับ</a></p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/guopai.wordpress.com/261/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/guopai.wordpress.com/261/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/guopai.wordpress.com/261/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/guopai.wordpress.com/261/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/guopai.wordpress.com/261/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/guopai.wordpress.com/261/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/guopai.wordpress.com/261/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/guopai.wordpress.com/261/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/guopai.wordpress.com/261/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/guopai.wordpress.com/261/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=guopai.wordpress.com&blog=1309104&post=261&subd=guopai&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://guopai.wordpress.com/2009/04/08/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%a39-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%9d%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/996ed0cee2ef962ddfa3eaa731e0d0c2?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F1.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">guopai</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>โลกออนไลน์อันน่าสะพรึงกลัวหรือยูโทเปียของสังคมมนุษย์?</title>
		<link>http://guopai.wordpress.com/2009/03/17/%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b6%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://guopai.wordpress.com/2009/03/17/%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b6%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 16 Mar 2009 18:04:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>guopai</dc:creator>
				<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[ยูโทเปีย]]></category>
		<category><![CDATA[โลกออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[onopen]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://guopai.wordpress.com/?p=247</guid>
		<description><![CDATA[ขอโปรโมตบทความลง onopen.com เดือนนี้ครับ เรื่องเกี่ยวกับทัศนะทางบวกและลบที่คนในสังคมมีต่อโลกออนไลน์
Excerpt:
ด้วยความหวังดีอันทั้งบริสุทธิ์ใจและไม่บริสุทธิ์ใจ ของปัจเจกบุคคล ผู้ใหญ่ นักอนุรักษ์นิยม นักการเมือง นักกฎหมาย และนักศีลธรรม ภาพลักษณ์ของโลกออนไลน์ที่ถูกทาระบายในการรับรู้โดยรวมของสังคม &#8211; อย่างน้อยก็ในสังคมไทย คือภาพแห่งความน่าสะพรึงกลัว ทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ
อ่านต่อได้ ที่นี่ ครับ

       <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=guopai.wordpress.com&blog=1309104&post=247&subd=guopai&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>ขอโปรโมตบทความลง <a href="http://onopen.com">onopen.com</a> เดือนนี้ครับ เรื่องเกี่ยวกับทัศนะทางบวกและลบที่คนในสังคมมีต่อโลกออนไลน์</p>
<p>Excerpt:</p>
<blockquote><p><span><span>ด้วยความหวังดีอันทั้งบริสุทธิ์</span></span><span><span>ใจและไม่บริสุทธิ์ใจ ของปัจเจกบุคคล ผู้ใหญ่ นักอนุรักษ์นิยม นักการเมือง นักกฎหมาย และนักศีลธรรม ภาพลักษณ์ของโลกออนไลน์ที่ถู</span></span><span><span>กทาระบายในการรับรู้โดยรวมของสั</span></span><span><span>งคม &#8211; อย่างน้อยก็ในสังคมไทย คือภาพแห่งความน่าสะพรึงกลัว ทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ</span></span></p></blockquote>
<p><span><span>อ่านต่อได้ <a href="http://onopen.com/guopai/09-03-16/4668">ที่นี่</a> ครับ<br />
</span></span></p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/guopai.wordpress.com/247/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/guopai.wordpress.com/247/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/guopai.wordpress.com/247/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/guopai.wordpress.com/247/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/guopai.wordpress.com/247/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/guopai.wordpress.com/247/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/guopai.wordpress.com/247/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/guopai.wordpress.com/247/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/guopai.wordpress.com/247/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/guopai.wordpress.com/247/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=guopai.wordpress.com&blog=1309104&post=247&subd=guopai&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://guopai.wordpress.com/2009/03/17/%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b6%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/996ed0cee2ef962ddfa3eaa731e0d0c2?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F1.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">guopai</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>คิดองค์รวมหรือคิดแยกส่วน</title>
		<link>http://guopai.wordpress.com/2009/03/13/%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b9%88/</link>
		<comments>http://guopai.wordpress.com/2009/03/13/%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 13 Mar 2009 02:13:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>guopai</dc:creator>
				<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[ความคิด]]></category>
		<category><![CDATA[วิเคราะห์]]></category>
		<category><![CDATA[องค์รวม]]></category>
		<category><![CDATA[แยกส่วน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://guopai.wordpress.com/?p=236</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้อ่าน New Scientist เล่มใหม่ (ซึ่งสมาชิกกำลังจะหมดอายุและไม่มีตังค์ต่ออายุแล้ว) พบบทความที่น่าใจ เรื่อง East meets west เนื้อหาพูดถึงบทบาทของสิ่งแวดล้อมกับการที่คนในกลุ่มสังคมหนึ่งๆ มองโลกแบบองค์รวม (Holistic) หรือมองแบบแยกส่วนวิเคราะห์ (Analytic)
โดยทั่วไป เรามักรับรู้กันว่าชาวตะวันตกมักมองโลกแบบแยกส่วนวิเคราะห์ ส่วนชาวตะวันออกมักมองแบบองค์รวม เช่นถ้าให้นักเรียนบรรยายภาพปลาว่ายในน้ำ นักเรียนอเมริกันจะเริ่มด้วยการบรรยายลักษณะของตัวปลาที่ว่ายอยู่ แต่นักเรียนจีนจะเริ่มด้วยการเล่าว่าปลาว่ายน้ำทำไม หรือน้ำมีลักษณะเป็นอย่างไร นักวิชาการเชื่อกันว่าที่มาของความแตกต่างนี้มาจากพื้นฐานทางประวัติศาสตร์ ที่สืบทอดกันมาในแต่ละสังคมจนกลายเป็นลักษณะเฉพาะของสังคมนั้นๆ
อย่างไรก็ตาม เพิ่งมีการวิจัยในเร็วๆ นี้หลายชิ้น ที่โต้ข้อสมมติฐานดังกล่าว โดยบอกว่าจริงๆ แล้ววิธีการคิดของคนในกลุ่มสังคมมาจากความจำเป็นและสภาพแวดล้อมในที่พวกเขาอยู่อาศัยในช่วงเวลานั้นๆ เช่นในสภาพแวดล้อมที่คนต้องช่วยกันทำมาหากิน สมองของคนในชุมชนนั้นก็จะถูกฝึกให้คิดแบบองค์รวมโดยธรรมชาติ และเมื่อต้องมาคิดแยกส่วนหรือวิเคราะห์ ก็จะต้องใช้ความพยายามมากเป็นพิเศษ แต่ก็ไม่ใช่ทำไม่ได้เลย ยกตัวอย่างเช่นบนเกาะฮอกไกโดของญี่ปุ่น คนแถวนั้นมีความเป็นอิสระและเป็นปัจเจกสูงกว่าคนญี่ปุ่นทั่วไป เพราะสิ่งแวดล้อมที่นั่นมีความเป็นชนชทแบบ &#8220;คาวบอย&#8221; ที่คนต้องพึ่งพาตัวเอง
ผมคิดว่าความเข้าใจอันนี้เป็นสัญลักษณ์ที่ชี้ให้เห็นว่าโลกสามารถหลอมรวมกันได้ง่ายขึ้น ความแตกต่างทางวัฒนธรรมที่เดิมมีอย่างมากมายเริ่มลดช่องว่างลง เพราะคนทั่วโลกสามารถคุยกัน ถ่ายทอดความคิด ความเห็น และวัฒนธรรมซึ่งกันและกันได้ง่ายขึ้น ดังนั้น เมื่อเกิดความขัดแย้งขึ้น สังคมอาจจะได้ประโยชน์จากการที่คนเราสามารถคิดได้ทั้งแบบองค์รวมและแยกส่วน คือเข้าใจทั้งเขาทั้งเรา และนำไปสู่การหาทางออกร่วมกันอย่างสันติ
       <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=guopai.wordpress.com&blog=1309104&post=236&subd=guopai&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>วันนี้อ่าน New Scientist เล่มใหม่ (ซึ่งสมาชิกกำลังจะหมดอายุและไม่มีตังค์ต่ออายุแล้ว) พบบทความที่น่าใจ เรื่อง East meets west เนื้อหาพูดถึงบทบาทของสิ่งแวดล้อมกับการที่คนในกลุ่มสังคมหนึ่งๆ มองโลกแบบองค์รวม (Holistic) หรือมองแบบแยกส่วนวิเคราะห์ (Analytic)</p>
<p>โดยทั่วไป เรามักรับรู้กันว่าชาวตะวันตกมักมองโลกแบบแยกส่วนวิเคราะห์ ส่วนชาวตะวันออกมักมองแบบองค์รวม เช่นถ้าให้นักเรียนบรรยายภาพปลาว่ายในน้ำ นักเรียนอเมริกันจะเริ่มด้วยการบรรยายลักษณะของตัวปลาที่ว่ายอยู่ แต่นักเรียนจีนจะเริ่มด้วยการเล่าว่าปลาว่ายน้ำทำไม หรือน้ำมีลักษณะเป็นอย่างไร นักวิชาการเชื่อกันว่าที่มาของความแตกต่างนี้มาจากพื้นฐานทางประวัติศาสตร์ ที่สืบทอดกันมาในแต่ละสังคมจนกลายเป็นลักษณะเฉพาะของสังคมนั้นๆ</p>
<p>อย่างไรก็ตาม เพิ่งมีการวิจัยในเร็วๆ นี้หลายชิ้น ที่โต้ข้อสมมติฐานดังกล่าว โดยบอกว่าจริงๆ แล้ววิธีการคิดของคนในกลุ่มสังคมมาจากความจำเป็นและสภาพแวดล้อมในที่พวกเขาอยู่อาศัยในช่วงเวลานั้นๆ เช่นในสภาพแวดล้อมที่คนต้องช่วยกันทำมาหากิน สมองของคนในชุมชนนั้นก็จะถูกฝึกให้คิดแบบองค์รวมโดยธรรมชาติ และเมื่อต้องมาคิดแยกส่วนหรือวิเคราะห์ ก็จะต้องใช้ความพยายามมากเป็นพิเศษ แต่ก็ไม่ใช่ทำไม่ได้เลย ยกตัวอย่างเช่นบนเกาะฮอกไกโดของญี่ปุ่น คนแถวนั้นมีความเป็นอิสระและเป็นปัจเจกสูงกว่าคนญี่ปุ่นทั่วไป เพราะสิ่งแวดล้อมที่นั่นมีความเป็นชนชทแบบ &#8220;คาวบอย&#8221; ที่คนต้องพึ่งพาตัวเอง</p>
<p>ผมคิดว่าความเข้าใจอันนี้เป็นสัญลักษณ์ที่ชี้ให้เห็นว่าโลกสามารถหลอมรวมกันได้ง่ายขึ้น ความแตกต่างทางวัฒนธรรมที่เดิมมีอย่างมากมายเริ่มลดช่องว่างลง เพราะคนทั่วโลกสามารถคุยกัน ถ่ายทอดความคิด ความเห็น และวัฒนธรรมซึ่งกันและกันได้ง่ายขึ้น ดังนั้น เมื่อเกิดความขัดแย้งขึ้น สังคมอาจจะได้ประโยชน์จากการที่คนเราสามารถคิดได้ทั้งแบบองค์รวมและแยกส่วน คือเข้าใจทั้งเขาทั้งเรา และนำไปสู่การหาทางออกร่วมกันอย่างสันติ</p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/guopai.wordpress.com/236/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/guopai.wordpress.com/236/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/guopai.wordpress.com/236/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/guopai.wordpress.com/236/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/guopai.wordpress.com/236/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/guopai.wordpress.com/236/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/guopai.wordpress.com/236/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/guopai.wordpress.com/236/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/guopai.wordpress.com/236/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/guopai.wordpress.com/236/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=guopai.wordpress.com&blog=1309104&post=236&subd=guopai&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://guopai.wordpress.com/2009/03/13/%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/996ed0cee2ef962ddfa3eaa731e0d0c2?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F1.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">guopai</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>Draconian state and the raid of independent online news website</title>
		<link>http://guopai.wordpress.com/2009/03/07/draconian-state-and-the-raid-of-independent-online-news-website/</link>
		<comments>http://guopai.wordpress.com/2009/03/07/draconian-state-and-the-raid-of-independent-online-news-website/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 06 Mar 2009 23:21:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>guopai</dc:creator>
				<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[ประชาธิปไตย]]></category>
		<category><![CDATA[ประชาไท]]></category>
		<category><![CDATA[เสรีภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[prachatai]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://guopai.wordpress.com/?p=233</guid>
		<description><![CDATA[Commentary on the issue at hand. From my another blog &#8211; Untangled.
See it here.
       <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=guopai.wordpress.com&blog=1309104&post=233&subd=guopai&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>Commentary on the issue at hand. From my another blog &#8211; Untangled.</p>
<p><a href="http://guopai.posterous.com/draconian-state-and-the-raid-o">See it here.</a></p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/guopai.wordpress.com/233/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/guopai.wordpress.com/233/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/guopai.wordpress.com/233/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/guopai.wordpress.com/233/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/guopai.wordpress.com/233/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/guopai.wordpress.com/233/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/guopai.wordpress.com/233/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/guopai.wordpress.com/233/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/guopai.wordpress.com/233/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/guopai.wordpress.com/233/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=guopai.wordpress.com&blog=1309104&post=233&subd=guopai&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://guopai.wordpress.com/2009/03/07/draconian-state-and-the-raid-of-independent-online-news-website/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/996ed0cee2ef962ddfa3eaa731e0d0c2?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F1.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">guopai</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>การลงทุนเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่เชิงบวก</title>
		<link>http://guopai.wordpress.com/2009/03/04/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://guopai.wordpress.com/2009/03/04/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 03 Mar 2009 18:23:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>guopai</dc:creator>
				<category><![CDATA[งาน]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[การลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[OSI]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://guopai.wordpress.com/?p=222</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้เป็นอีกวันที่เหนื่อย ประชุม 3 นัดตั้งแต่บ่ายสองจนถึงเที่ยงคืน แต่ได้อะไรมามากมาย โดยเฉพาะการประชุมสุดท้ายกับ Sunil ซึ่งเป็นกรรมการบอร์ดของ Open Society Institute (OSI) ถึงความเป็นไปได้ในการขอสนับสนุนทุนดำเนินงานสำหรับครีเอทีฟคอมมอนส์จาก OSI
ความสนใจของ OSI สามารถสรุปได้ในประโยคเดียว นั่นคือ &#8220;การลงทุนเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่เชิงบวก&#8221; ประโยคนี้สามารถแจกแจงรายละเอียดได้ดังนี้

การลงทุน: OSI ก็เช่นเดียวกับผู้ให้ทุนรายอื่นๆ ก็คือไม่ได้ให้เงินเปล่าๆ แต่คาดหวังว่าเงินก้อนนั้นจะต้องสร้าง &#8220;ผลตอบแทน&#8221; ต่อสังคม นั่นก็คือการลงทุนเพื่อสังคมนั่นเอง
สร้างความเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่: OSI มีเป้าหมายที่จะสร้างสังคมเปิด นั่นคือสังคมที่คนทุกคนมีโอกาสเท่ากันในการแสดงออกและเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร การเล็งเป้าหมายไปยัง &#8220;ทุกคน&#8221; ทำให้ OSI คาดหวังว่าการลงทุนจะต้องเกิดผลขนานใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อคนในวงกว้าง เช่น การเปลี่ยนแปลงนโยบายลิขสิทธิ์ที่ทำให้สื่อการเรียนการสอนของกระทรวงศึกษาทั้งหมดถูกเผยแพร่อย่างเสรีเปิดกว้าง หรือการเปลี่ยนแปลงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับลิขสิทธิ์ ให้เกิดประโยชน์ต่อสาธารณะมากยิ่งขึ้น
ในเชิงบวก: OSI ไม่สนใจที่จะสนับสนุนงานเชิงต่อต้านหรือต่อสู้โดยตรง แต่ไปเน้นการสร้างงานสร้างสรรค์เชิงบวก ด้วยความเชื่อที่ว่า เมื่อพื้นที่ด้านบวกมีมากขึ้น มันจะมีแรงดึงดูดทำให้ตัวเองใหญ่ขึ้นและลดขนาดพื้นที่ด้านลบลง เช่นเมื่อพุดถึงระบบลิขสิทธิ์ที่ล้าหลัง ทำให้คนจำนวนมากขาดโอกาสในการเข้าถึงเนื้อหาข้อมูล สิ่งที่ควรทำคือการสร้างและสนับสนุนการใช้ระบบการสงวนสิทธิ์ที่ยืดหยุ่นและสมเหตุสมผล เช่นครีเอทีฟคอมมอนส์ ซึ่งเมื่อมีการใช้กันมากขึ้น สังคมก็จะแบ่งออกเป็นสองส่วน คือส่วนที่โอบรับวัฒนธรรม &#8220;เปิด&#8221; กับส่วนที่ยัง &#8220;ปิด&#8221; อยู่ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=guopai.wordpress.com&blog=1309104&post=222&subd=guopai&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>วันนี้เป็นอีกวันที่เหนื่อย ประชุม 3 นัดตั้งแต่บ่ายสองจนถึงเที่ยงคืน แต่ได้อะไรมามากมาย โดยเฉพาะการประชุมสุดท้ายกับ Sunil ซึ่งเป็นกรรมการบอร์ดของ Open Society Institute (OSI) ถึงความเป็นไปได้ในการขอสนับสนุนทุนดำเนินงานสำหรับครีเอทีฟคอมมอนส์จาก OSI</p>
<p>ความสนใจของ OSI สามารถสรุปได้ในประโยคเดียว นั่นคือ &#8220;การลงทุนเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่เชิงบวก&#8221; ประโยคนี้สามารถแจกแจงรายละเอียดได้ดังนี้</p>
<ul>
<li><strong>การลงทุน</strong>: OSI ก็เช่นเดียวกับผู้ให้ทุนรายอื่นๆ ก็คือไม่ได้ให้เงินเปล่าๆ แต่คาดหวังว่าเงินก้อนนั้นจะต้องสร้าง &#8220;ผลตอบแทน&#8221; ต่อสังคม นั่นก็คือการลงทุนเพื่อสังคมนั่นเอง</li>
<li><strong>สร้างความเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่</strong>: OSI มีเป้าหมายที่จะสร้างสังคมเปิด นั่นคือสังคมที่คนทุกคนมีโอกาสเท่ากันในการแสดงออกและเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร การเล็งเป้าหมายไปยัง &#8220;ทุกคน&#8221; ทำให้ OSI คาดหวังว่าการลงทุนจะต้องเกิดผลขนานใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อคนในวงกว้าง เช่น การเปลี่ยนแปลงนโยบายลิขสิทธิ์ที่ทำให้สื่อการเรียนการสอนของกระทรวงศึกษาทั้งหมดถูกเผยแพร่อย่างเสรีเปิดกว้าง หรือการเปลี่ยนแปลงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับลิขสิทธิ์ ให้เกิดประโยชน์ต่อสาธารณะมากยิ่งขึ้น</li>
<li><strong>ในเชิงบวก</strong>: OSI ไม่สนใจที่จะสนับสนุนงานเชิงต่อต้านหรือต่อสู้โดยตรง แต่ไปเน้นการสร้างงานสร้างสรรค์เชิงบวก ด้วยความเชื่อที่ว่า เมื่อพื้นที่ด้านบวกมีมากขึ้น มันจะมีแรงดึงดูดทำให้ตัวเองใหญ่ขึ้นและลดขนาดพื้นที่ด้านลบลง เช่นเมื่อพุดถึงระบบลิขสิทธิ์ที่ล้าหลัง ทำให้คนจำนวนมากขาดโอกาสในการเข้าถึงเนื้อหาข้อมูล สิ่งที่ควรทำคือการสร้างและสนับสนุนการใช้ระบบการสงวนสิทธิ์ที่ยืดหยุ่นและสมเหตุสมผล เช่นครีเอทีฟคอมมอนส์ ซึ่งเมื่อมีการใช้กันมากขึ้น สังคมก็จะแบ่งออกเป็นสองส่วน คือส่วนที่โอบรับวัฒนธรรม &#8220;เปิด&#8221; กับส่วนที่ยัง &#8220;ปิด&#8221; อยู่ ซึ่งในท้ายที่สุด ส่วน &#8220;เปิด&#8221; จะดึงดูดคนออกจากส่วน &#8220;ปิด&#8221; จนกลายเป็นกระแสหลัก</li>
</ul>
<p>แนวคิดทั้งสามทำให้สะท้อนใจว่าหน่วยงานภาครัฐและ NGO บางส่วนของเรายังคิดทำเรื่องต่างๆ แบบ &#8220;นักกิจกรรม&#8221; คือการทำไปเรื่อยๆ ในลักษณะตามปิด ตามล้าง ตามเช็ด ซึ่งนอกจากจะไม่ได้ผลระยะยาว ยังเป็นการใช้ทรัพยากร ทั้งแรงคนและเงิน อย่างไม่เกิดประสิทธิภาพและไม่คุ้มค่า</p>
<p>ถึงเวลาแล้วที่ &#8220;นักกิจกรรม&#8221; จะต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล สามารถแข่งขันได้กับแรงธุรกิจและการดำเนินการอย่างมืออาชีพ</p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/guopai.wordpress.com/222/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/guopai.wordpress.com/222/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/guopai.wordpress.com/222/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/guopai.wordpress.com/222/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/guopai.wordpress.com/222/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/guopai.wordpress.com/222/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/guopai.wordpress.com/222/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/guopai.wordpress.com/222/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/guopai.wordpress.com/222/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/guopai.wordpress.com/222/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=guopai.wordpress.com&blog=1309104&post=222&subd=guopai&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://guopai.wordpress.com/2009/03/04/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/996ed0cee2ef962ddfa3eaa731e0d0c2?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F1.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">guopai</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ไปประชุมที่ฟิลิปปินส์: ผองเพื่อนครีเอทีฟคอมมอนส์แห่งเอเชีย</title>
		<link>http://guopai.wordpress.com/2009/02/08/%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b9%8c-%e0%b8%9c/</link>
		<comments>http://guopai.wordpress.com/2009/02/08/%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b9%8c-%e0%b8%9c/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 08 Feb 2009 07:00:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>guopai</dc:creator>
				<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[งาน]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[ครีเอทีฟคอมมอนส์]]></category>
		<category><![CDATA[ฟิลิปปินส์]]></category>
		<category><![CDATA[cc]]></category>
		<category><![CDATA[creative commons]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://guopai.wordpress.com/2009/02/08/%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b9%8c-%e0%b8%9c/</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้เป็นวันแรกของการประชุม Creative Commons Asia &#38; Pacific Conference โดยตอนเช้ามีรถมารับ พอขึ้นรถก็ตกใจเพราะบนรถเต็มไปด้วยนักศึกษาที่เป็นคณะนักร้องประสานเสียงของ Arellano University School of Law ที่จะมาร้องเพลงชาติให้ฟังในตอนเช้า และอีกหลายเพลงตอนค่ำ ทุกคนตื่นเต้น เข้ามาทักทายและยิ้มให้ตลอดทาง
มาถึงที่ประชุมซึ่งเป็นห้องสัมนาของโรงแรม Manila Pavillion ก็เจอกับ Ms. Mars ซึ่งเป็นคนที่ผมติดต่อด้วยทางอีเมลมาเป็นระยะเรื่องการมาร่วมงาน Mars เป็นนักศึกษากฎหมายปีสุดท้าย กำลังจะสอบ Bar Exam ในเดือนตุลาคมปีนี้ ซึ่งถ้าสอบผ่านก็จะได้ใบประกอบวิชาชีพทนาย (ซึ่งได้ยากมากในฟิลิปปินส์) ก่อนหน้านี้เธอจบปริญญาตรีสาขาจิตวิทยา
Mars แนะนำให้เข้าไปคุยกับผู้ร่วมงานที่เป็นตัวแทนจากฮ่องกง (Dr. Haggen So) และออสเตรเลีย (Nicolas Suzor &#8211; Nic) ทั้งสองกำลังคุยกันอย่างออกรสเรื่องรายละเอียดทางเทคนิคในการแปลงสัญญาอนุญาต (License Porting) ให้เข้ากับกฎหมายของประเทศนั้นๆ
งานเริ่มต้นด้วยการกล่าวเปิดงานของ Prof. Jaime Soriano (Jimmy) หัวหน้าโครงการครีเอทีฟคอมมอนส์ฟิลิปปินส์และเป็นอาจารย์กฎหมายที่ Arellano University School of [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=guopai.wordpress.com&blog=1309104&post=189&subd=guopai&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>วันนี้เป็นวันแรกของการประชุม <a title="Creative Commons Asia &amp; Pacific Conference" href="http://www.arellanolaw.edu/news/n010309.html">Creative Commons Asia &amp; Pacific Conference</a> โดยตอนเช้ามีรถมารับ พอขึ้นรถก็ตกใจเพราะบนรถเต็มไปด้วยนักศึกษาที่เป็นคณะนักร้องประสานเสียงของ <a title="Arellano University School of Law" href="http://www.arellanolaw.edu/">Arellano University School of Law</a> ที่จะมาร้องเพลงชาติให้ฟังในตอนเช้า และอีกหลายเพลงตอนค่ำ ทุกคนตื่นเต้น เข้ามาทักทายและยิ้มให้ตลอดทาง</p>
<p>มาถึงที่ประชุมซึ่งเป็นห้องสัมนาของโรงแรม Manila Pavillion ก็เจอกับ <a title="Mars De Castro" href="http://marsdecastro.com/">Ms. Mars</a> ซึ่งเป็นคนที่ผมติดต่อด้วยทางอีเมลมาเป็นระยะเรื่องการมาร่วมงาน Mars เป็นนักศึกษากฎหมายปีสุดท้าย กำลังจะสอบ Bar Exam ในเดือนตุลาคมปีนี้ ซึ่งถ้าสอบผ่านก็จะได้ใบประกอบวิชาชีพทนาย (ซึ่งได้ยากมากในฟิลิปปินส์) ก่อนหน้านี้เธอจบปริญญาตรีสาขาจิตวิทยา</p>
<p>Mars แนะนำให้เข้าไปคุยกับผู้ร่วมงานที่เป็นตัวแทนจากฮ่องกง (<a title="Journalism and Media Studies Center, University of HongKong" href="http://jmsc.hku.hk/cms/">Dr. Haggen So</a>) และออสเตรเลีย (<a title="Nicolas Suzor" href="http://nic.suzor.com/">Nicolas Suzor</a> &#8211; Nic) ทั้งสองกำลังคุยกันอย่างออกรสเรื่องรายละเอียดทางเทคนิคในการแปลงสัญญาอนุญาต (License Porting) ให้เข้ากับกฎหมายของประเทศนั้นๆ</p>
<p>งานเริ่มต้นด้วยการกล่าวเปิดงานของ <a title="Jimmy Soriano" href="http://soriano-ph.com/">Prof. Jaime Soriano</a> (Jimmy) หัวหน้าโครงการครีเอทีฟคอมมอนส์ฟิลิปปินส์และเป็นอาจารย์กฎหมายที่ Arellano University School of Law ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่เป็นเจ้าภาพในการจัดงานนี้ Jimmy เริ่มต้นด้วยประโยคเด็ดว่า <strong>การใช้ครีเอทีฟคอมมอนส์คือการแสดงให้เห็นว่าเราให้คุณค่ากับเสรีภาพในการแสดงออก</strong> ที่ถูกจำกัดด้วยระบบการลิขสิทธิ์ (Copyright) ที่ล้าสมัย ไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลงยุคสมัยของโลกเป็นดิจิตอลและการสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ตที่ทำให้เนื้อหาถูกแพร่กระจายและต่อยอดได้อย่างง่ายดาย อย่างไรก็ตาม การปกป้องสิทธิ์ก็เป็นส่วนสำคัญในสังคม ดังนั้นครีเอทีฟคอมมอนส์จึงเป็นหนทางที่ดีที่สุดในการปกป้องทั้งสิทธิ์และเสรีภาพในการแสดงออกไปพร้อมๆ กัน</p>
<p><strong>โครงการ CC ในฟิลิปปินส์</strong></p>
<p>จากนั้นเป็นการนำเสนอโครงการ CC ที่เด่นๆ จากหลายองค์กรในฟิลิปปินส์ เริ่มต้นที่ <a title="Vibal Foundation" href="http://www.vibalfoundation.org/">Vibal Foundation</a> เป็นมูลนิธิของสำนักพิมพ์ที่มีจุดมุ่งหมายในการส่งเสริมและพัฒนาเนื้อหาเปิด (Open Content) ผ่านโครงการต่างๆ และการให้การศึกษาด้านสื่อ (Media Literacy)</p>
<p>โครงการของ Vibal Foundation ได้แก่ <a title="CyberSmart" href="http://www.vibalfoundation.org/?page_id=17">CyberSmart</a> เป็นจุดส่งเสริมเนื้อหาเปิด ให้ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีพื้นฐานในการสร้างและเผยแพร่เนื้อหา เช่น Podcast, เครือข่ายสังคม จัดอบรมให้นักเรียน รวมทั้งการส่งเสริมการใช้งาน CC และสัญญาอนุญาตแบบ “เปิด” อื่นๆ ประกอบด้วยโครงการย่อยต่าง ได้แก่ <a title="Filipiniana.net" href="http://www.filipiniana.net/">Filipiniana.net</a> เป็นห้องสมุดดิจิตอลที่เน้นการนำเสนอเนื้อหาตาม Theme เช่นวีรบุรุษในการปฏิวัติฟิลิปปินส์ 100 วรรณกรรมฟิลิปปินส์ที่ควรอ่าน พร้อมลิงค์ไปยังแหล่งข้อมูล นอกจากนั้นยังมีส่วนที่เป็น Wiki เรียกว่า <a title="WikiPilipinas" href="http://www.wikipilipinas.org/">WikiPilipinas</a> เป็นสารานุกรมเกี่ยวกับฟิลิปปินส์ที่ทุกคนสร้างและแก้ไขเนื้อหาได้ จุดประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับประเทศฟิลิปปินส์อย่างเป็นกลางกว่าสื่อกระแสหลักหรือการรับรู้ในโลกตะวันตก นอกจากนั้นยังเป็นพื้นที่ในการฝึกความมีส่วนร่วมในการสร้างเนื้อหาของครูและนักเรียน</p>
<p>ต่อมาคือสารานุกรมอย่าง WikiPilipinas ยังมีเวอร์ชั่นภาษาฟิลิปปินส์ ชื่อว่า Mabuhay! (เป็นคำทักทายทั่วไป แปลตามตัวว่า ขอให้อายุยืน) ปัญหาของประเทศฟิลิปปินส์ก็คือคนทั่วไปไม่ค่อยอ่านเขียนภาษาฟิลิปปินส์ แต่ไปใช้ภาษาอังกฤษแทน หลายกลุ่มเลยอยากรักษาเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมนี้ไว้โดยการส่งเสริมการอ่านเขียนภาษาท้องถิ่น</p>
<p>โครงการต่อไปได้แก่ <a title="Philippine Online Chronicles – thepoc.net" href="http://www.thepoc.net/">Philippine Online Chronicles – thepoc.net</a> เป็น … และสุดท้ายคือ <a title="e-turo.net" href="http://www.e-turo.org/">e-turo.net</a> เป็นเว็บแลกเปลี่ยนสื่อการเรียนการสอน หน้าเว็บมีปุ่มไอคอนชัดเจนว่า browse – share – collaborate มุ่งหมายให้ครูนำสื่อการเรียนการสอนมาเผยแพร่ และผสมผสานต่อยอดเนื้อหาสื่อของครูคนอื่นเพื่อประโยชน์แก่นักเรียน การจัดวางและนำเสนอมีลักษณะคล้าย OpenCourseWare (OCW) ที่มีฟังค์ชั่นในการแลกเปลี่ยนต่อยอดได้ด้วย</p>
<p>หน่วยงานต่อมาคือ <a title="International Rice Research Institute (IRRI)" href="http://irri.org">International Rice Research Institute (IRRI)</a> ที่ทำวิจัยและเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับข้าว เช่นเทคนิคการเพาะปลูก เพื่อช่วยเกษตรกรในประเทศปลูกข้าว ผ่านทางองค์กรเครือข่ายในแต่ละประเทศ ก่อนหน้านี้ IRRI ใช้ Copyright ในการเผยแพร่ข้อมูล ทั้งที่เป็นสิ่งพิมพ์เช่นหนังสือ และข้อมูลออนไลน์เช่นงานวิจัย ภาพถ่าย แต่เมื่อไม่นานมานี้ได้เปลี่ยนไปใช้ CC กับสื่อเผยแพร่ทั้งหมดขององค์กร และเผยแพร่ในรูปแบบต่างๆ ให้เหมาะสมกับสภาพและความต้องการในพื้นที่</p>
<p>โครงการสุดท้ายที่นำเสนอคือ <a title="DRIP" href="http://en.wikipedia.org/wiki/Drip_(band)">DRIP</a> เป็นกลุ่มศิลปินฮิปฮอปที่สร้างอัลบั้มที่ออกแบบมาให้คนอื่นสามารถนำส่วนใดส่วนหนึ่งไปผสมใหม่ (Remix) ได้โดยง่าย โดยภายในเวลา 3 เดือนหลังเปิดตัวอัลบั้ม Identity Theft ซึ่งเป็นอัลบั้ม CC อัลบั้มแรกในฟิลิปปินส์ ก็มีเพลงที่ถูกนำไปดัดแปลงแล้วกว่า 10 เพลง อยู่ใน ccmixter.org</p>
<p>(DRIP ภูมิใจมากว่าอัลบั้มนี้เปิดตัวหลังอัลบั้ม CC ของ Nine-Inch Nails ซึ่งเป็นอัลบั้มแรกในโลก เพียง 15 วัน)</p>
<p>DRIP บอกว่าการจะทำอย่างนี้ได้ต้องไม่ทำภายใต้ค่ายใหญ่ เพราะติดปัญหาเรื่อง Copyright นอกจากนั้นยังได้นำเสนอวิธีการสร้างรายได้ของศิลปิน CC โดยยกตัวอย่างของ ccmixter.org/people/calendargirl ที่เขียนเพลงใหม่เดือนละเพลง แล้วปล่อยให้คนนำไปผสมเป็นเพลงใหม่ จากนั้นเลือก 1 เพลงที่ดีที่สุดของแต่ละเดือนมาเข้าห้องอัดอย่างจริงจัง และขายโดยแบ่งกำไรกัน</p>
<p><strong>โครงการ CC ของประเทศสมาชิกต่างๆ ในเอเชีย</strong></p>
<p>ต่อจากการนำเสนอของเจ้าภาพฟิลิปปินส์ ก็เป็นการนำเสนอโครงการเด่นๆ ของประเทศที่มาร่วมงาน ซึ่งได้แก่ออสเตรเลีย จีน เกาหลีใต้ ไต้หวันสิงคโปร์ ฮ่องกง และไทย</p>
<p>เริ่มที่<a title="Creative Commons Australlia" href="http://www.creativecommons.org.au/">ออสเตรเลีย</a> โครงการเด่นคือสำนักงานสถิติแห่งชาติออสเตรเลีย (<a title="Australian Bureau of Statistics" href="http://www.abs.gov.au/">Australian Bureau of Statistics</a>) ได้ใช้ CC ในการเผยแพร่ข้อมูลทั้งหมด ซึ่งกว่าจะสำเร็จก็ต้องผ่านกระบวนการเจรจา โน้มน้าวใจ บวกกับการที่เจ้าหน้าที่ภายในมีความสนใจเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว</p>
<p>ต่อมาคือ <a title="ABC Pool" href="http://www.pool.org.au/">ABC Pool</a> เป็นเว็บแลกเปลี่ยนสื่อมัลติมีเดียที่เกี่ยวกับกับประเทศออสเตรเลียที่สนับสนุนโดยสถานีวิทยุ ABC Radio National ตามด้วยหนังสือ <a title="Stick This in Your Memory Hole" href="http://www.aduki.net.au/component/page,shop.product_details/flypage,shop.flypage/product_id,30/category_id,7/manufacturer_id,0/option,com_virtuemart/Itemid,35/vmcchk,1/">Stick This in Your Memory Hole</a> ที่มีเนื้อหาพูดถึงการเมืองและสังคมออสเตรเลียในโลกที่สับสนวุ่นวาย นอกจากนั้นยังมี <a title="Greens Blog" href="http://www.greensmps.org.au/blog">Greens Blog</a> ซึ่งเป็นช่องทางสื่อสารของพรรคกรีนในออสเตรเลีย ตามด้วยแคมเปญ <a title="YouDecide 2007" href="http://youdecide2007.org/">YouDecide 2007</a> ซึ่งเป็นพื้นที่กลางให้ประชาชนได้แสดงความเห็นต่อการเลือกตั้ง</p>
<p>เว็บสื่อของออสเตรเลียที่ใช้ CC ยังมี <a title="ACRO – Australian Creative Resource Online" href="http://www.acro.edu.au/">ACRO – Australian Creative Resource Online</a> เป็นเว็บรวมสื่อมัลติมีเดียที่สนับสนุนให้คนดาวน์โหลดไปใช้ต่อ และ <a title="Picture Australia" href="http://www.pictureaustralia.org/">Picture Australia</a> เป็นโครงการของหอสมุดแห่งชาติออสเตรเลียที่ให้ประชาชนส่งภาพเก่าๆ ในอดีตของออสเตรเลียมาเก็บและเผยแพร่</p>
<p>ประเทศ<a title="Creative Commons Australia" href="http://cn.creativecommons.org/en/">จีนแผ่นดินใหญ่</a> มีประชากรที่ใช้อินเทอร์เน็ตเยอะ จึงมีเนื้อหา CC เยอะตามได้ด้วย โครงการที่นำเสนอได้แก่บล็อกกลุ่มของชุมชนนักวิทยาศาสตร์ที่เขียนอธิบายเรื่องวิทยาศาสตร์ให้คนทั่วไปเข้าใจได้ง่ายๆ ซึ่งได้รับความนิยมสูง โดยมีคนเข้าชมกว่า 20,000 คนต่อวัน ตามด้วยโครงการ Minimidi เป็นการมหกรรมดนตรีกลางแจ้งขนาดใหญ่ที่รวมนักดนตรีแนวทดลองจำนวนมากเข้าด้วยกัน</p>
<p><a title="Creative Commons South Korea" href="http://creativecommons.org/international/kr/">เกาหลีใต้</a>เป็นประเทศที่มีบล็อกเกอร์จำนวนมากที่สุดประเทศหนึ่งในโลก (หลักล้าน) และบล็อกจำนวนมากเป็น CC เนื้อหามีหลากหลายและน่าสนใจ เช่นประสบการณ์ในการผ่าตัดเสริมสวย (ซึ่งนิยมกันมากในเกาหลี) ส่วนที่เป็นเว็บนาดใหญ่ก็มีเว็บ Portal ยอดนิยมอย่าง <a title="DAUM" href="http://www.daum.net/">DAUM</a> นอกจากนั้น <a title="bloter.net" href="http://bloter.net/">bloter.net</a> ซึ่งเดาว่าน่าจะเป็นเว็บข่าว IT แบบให้คนมาช่วยกันเขียนข่าวเหมือน <a title="Blognone" href="http://blognone.com">Blognone</a> สุดท้ายคือ <a title="Tistory" href="http://www.tistory.com/">Tistory</a> ซึ่งน่าจะเป็นเว็บรวมเรื่องเด่นในประวัติศาสตร์เกาหลี</p>
<p>ผมสังเกตว่าเกาหลีใต้มีรูปแบบการนำ CC ไปใช้ที่มีเอกลักษณ์และคล้ายกับของประเทศไทย ที่พฤติกรรมคนแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มอย่างชัดเจน คือคนสร้างเนื้อหาอย่างบล็อกเกอร์ และผู้ใช้ทั่วไปที่ชอบเข้าเว็บ Portal หรืออ่านข่าว</p>
<p>ประเทศต่อมาคือไต้หวัน แบ่งงาน CC ออกเป็นสามส่วน คือเว็บที่คนมาร่วมกันสร้างเนื้อหา เว็บสินค้าและบริการ และหน่วยงานภาครัฐ โดยในส่วนเว็บร่วมกันสร้างเนื้อหา มี Wiki เกี่ยกับเบสบอล และ Wiki เฉพาะทางอื่นๆ ในส่วนสินค้าและบริการ มีเว็บ <a title="streetvoice.com" href="http://tw.streetvoice.com/">streetvoice.com</a> เป็นเครือข่ายสังคมของคนทำเพลงที่อับโหลดงานโดยใช้ CC  และโปรแกรม Cyberlink PowerDirector 7 ซึ่งเป็นโปรแกรมตัดต่อวิดีโอชื่อดัง ที่มีฟังชั่นให้ผู้ใช้แลกเปลี่ยนและดาวน์โหลดไฟล์วิดีโอจากแหล่งข้อมูลออนไลน์ที่ใช้ CC ได้</p>
<p>ส่วนภาครัฐ ไต้หวันมีโครงการ E-Learning ของรัฐ ที่มุ่งเน้นการ<a title="Digital Archives Taiwan" href="http://catalog.digitalarchives.tw">แปลงสื่อในห้องสมุดและพิพิธภัณฑ์ให้เผยแพร่ในรูปแบบดิจิตอล</a> ตอนนี้มีสื่อพร้อมข้อมูล Meta Data กว่า 3.6 ล้านชิ้นแล้ว</p>
<p>ประเทศ<a title="Creative Commons Singapore" href="http://creativecommonssingapore.wordpress.com/">สิงคโปร์</a>เพิ่งแปลงสัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์เสร็จ และโชคดีที่รัฐบาลเป็นกลุ่มแรกๆ ที่ใช้ CC เพราะต้องการโหนกระแส ส่วนผู้ใช้อื่นๆ ส่วนมากเป็นบล็อกเกอร์</p>
<p>ฮ่องกงถึงแม้จะไม่ใช่ประเทศอย่างเป็นทางการ (เป็นส่วนหนึ่งของจีน) แต่ก็มีกฎหมายเฉพาะของตัวเอง ดังนั้นจึงมี<a title="Creative Commons HongKong" href="http://hk.creativecommons.org/">ครีเอทีฟคอมมอนส์ฮ่องกง</a> ซึ่งเพิ่งแปลงสัญญาอนุญาตเสร็จไปเช่นกัน โครงการเด่นๆ ก็มี <a title="Open Radio" href="http://www.openradiohk.com/">Open Radio</a> และ <a title="Daayu" href="http://www.daayu.com">Daayu</a> เว็บอับโหลดภาพคล้าย Flickr แต่เน้นการอับโหลดจากมือถือซึ่งเป้นที่นิยมของชาวฮ่องกงมาก สโลแกนของเว็บนี้คือ “When iPhone meets Creative Commons”</p>
<p>โครงการในอนาคตของฮ่องกงคือการทำคลังสื่อเพื่อรักษาประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของฮ่องกง สังเกตว่าโครงการประเภทคลังสื่อจะเป็นโครงการที่ทุกประเทศมีและตั้งใจจะให้เป็น CC เพื่อให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้อดีตและรากเหง้าของตนโดยไม่ขาดช่วง นี่น่าจะเป็นเหตุผลและตัวอย่างที่ดีที่ประเทศไทยจะมีโครงการประเภท <a title="Thailand Digital Library" href="http://dreaminfection.com/?p=94">Thailand Digital Library</a> บ้าง</p>
<p>วันแรกยังไม่หมด ยังมีการนำเสนอเรื่ององค์กรที่เป็นผู้รับผิดชอบการสนับสนุน CC ในแต่ละประเทศ รวมทั้งโครงการ CC ที่แต่ละ Jurisdiction ร่วมกันทำ</p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/guopai.wordpress.com/189/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/guopai.wordpress.com/189/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/guopai.wordpress.com/189/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/guopai.wordpress.com/189/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/guopai.wordpress.com/189/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/guopai.wordpress.com/189/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/guopai.wordpress.com/189/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/guopai.wordpress.com/189/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/guopai.wordpress.com/189/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/guopai.wordpress.com/189/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=guopai.wordpress.com&blog=1309104&post=189&subd=guopai&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://guopai.wordpress.com/2009/02/08/%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b9%8c-%e0%b8%9c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/996ed0cee2ef962ddfa3eaa731e0d0c2?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F1.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">guopai</media:title>
		</media:content>
	</item>
	</channel>
</rss>