<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>

<channel>
	<title>Entangled</title>
	<atom:link href="http://guopai.wordpress.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://guopai.wordpress.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Mon, 09 Jan 2012 06:18:47 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
<cloud domain='guopai.wordpress.com' port='80' path='/?rsscloud=notify' registerProcedure='' protocol='http-post' />
<image>
		<url>http://s2.wp.com/i/buttonw-com.png</url>
		<title>Entangled</title>
		<link>http://guopai.wordpress.com</link>
	</image>
	<atom:link rel="search" type="application/opensearchdescription+xml" href="http://guopai.wordpress.com/osd.xml" title="Entangled" />
	<atom:link rel='hub' href='http://guopai.wordpress.com/?pushpress=hub'/>
		<item>
		<title>เราอยู่ในสังคมที่เดินหน้าสู่ความผิดปกติ</title>
		<link>http://guopai.wordpress.com/2011/12/06/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ab/</link>
		<comments>http://guopai.wordpress.com/2011/12/06/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ab/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 06 Dec 2011 06:55:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>guopai</dc:creator>
				<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ความปกติ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://guopai.wordpress.com/?p=480</guid>
		<description><![CDATA[เรามักจะคุ้นเคยกับสิ่งที่อยู่รอบตัวจนลืมที่จะมองมันด้วยสายตาที่เป็นกลาง ด้วยเหตุด้วยผล และด้วยความแยบคาย เรามักจะรู้สึกว่าสิ่งต่างๆ รอบตัวคือความปกติ ในขณะที่สิ่งที่เราไม่คุ้นเคยหรือคนที่ไม่เหมือนกับเรานั้นผิดปกติ ถ้าความปกติคือความไม่ทุกข์ร้อน ไม่เสียดทาน คือความสบาย ความง่าย และความสุข ผมคิดว่าวิถีชีวิตที่เราเป็นกันอยู่นั้นห่างไกลจากความปกติมากนัก ลองมาดูทีละเรื่อง เริ่มที่อาหารการกิน การที่อาหารทุกมื้อที่กินจะมีส่วนประกอบของสารสังเคราะห์ที่ไม่เป็นธรรมชาติอยู่เสมอ ไม่น่าจะถือว่าเป็นความปกติ ทุกวันนี้ เป็นเรื่องยากมากที่เราจะสามารถกินอาหารธรรมชาติที่ร้อยเปอร์เซ็นในแต่ละมื้อ อาหารที่หาซื้อได้ง่ายมักจะเป็นอาหารที่มีพิษเสมอ ในเรื่องการเดินทาง เราไม่ควรที่จะต้องเครียดทุกครั้งที่อยู่บนถนน ไม่ควรที่จะต้องเสียเงิน เสียเวลา เสียสุขภาพกาย เสียสุขภาพจิต ไปกับการเดินทาง เพื่อไปประชุมหรือทำธุระที่ส่วนมากไม่ได้มีสาระสำคัญกับชีวิต ในเมืองหรือริมถนน เราไม่ควรที่จะต้องกลั้นลมหายใจ ด้วยความรังเกียจสารพิษที่อยู่ในอากาศ หรือกลัวที่จะใช้เท้าเปล่าสัมผัสกับพื้นและสิ่งต่างๆ ในพื้นที่สาธารณะ ในการทำงาน เราไม่ควรที่จะต้องตื่นแต่เช้า รีบเร่งกดดัน แข่งกับเวลาเพื่อมารวมตัวกันที่ที่ทำงาน เพื่อทำงานที่ไม่จำเป็นต้องทำร่วมกับใคร หรืองานที่ใช้เทคโนโลยีย่นระยะทางทำให้สื่อสารกันได้ เราไม่ควรที่จะต้องทำงานที่เราไม่มีความคิด ความเห็น อุดมการณ์ หรือเป้าหมายที่สอดคล้องกับสาระสำคัญของงานนั้นๆ และยิ่งไม่ควรที่จะต้องทำงานซ้ำซากที่ไม่ได้พัฒนาตนเอง ลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ของตน เกษตรกรไม่ควรที่จะต้องซื้อเมล็ดพันธุ์ที่ราคาแพงขึ้นเรื่อยๆ เพื่อปลูกเป็นรายครั้ง และซื้อปุ๋ยเคมีปริมาณมหาศาลเพื่อทำให้เมล็ดพันธุ์ปลอมๆ นั้นโตได้และขายได้ในราคาที่ไม่เคยขยับขึ้นตามราคาวัตถุดิบ ธนาคารไม่ควรปล่อยกู้ให้โครงการที่ไม่เห็นอนาคต และไม่ควรมีระบบสินเชื่อเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล เงินไม่ควรจะเป็นปัจจัยหลักในการดำรงชีวิต เงินไม่ควรสำคัญกว่างานหรือการกระทำ คนเราควรอยู่ได้อย่างมีคุณภาพและมีศักดิ์ศรีถ้าเขาเลือกที่จะไม่หาเงิน เด็กไม่ควรจะต้องถูกจำกัดจินตนาการและความอยากรู้อยากเห็น เพียงเพราะพ่อแม่ระแวงคนแปลกหน้า [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=guopai.wordpress.com&amp;blog=1309104&amp;post=480&amp;subd=guopai&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เรามักจะคุ้นเคยกับสิ่งที่อยู่รอบตัวจนลืมที่จะมองมันด้วยสายตาที่เป็นกลาง ด้วยเหตุด้วยผล และด้วยความแยบคาย เรามักจะรู้สึกว่าสิ่งต่างๆ รอบตัวคือความปกติ ในขณะที่สิ่งที่เราไม่คุ้นเคยหรือคนที่ไม่เหมือนกับเรานั้นผิดปกติ</p>
<p>ถ้าความปกติคือความไม่ทุกข์ร้อน ไม่เสียดทาน คือความสบาย ความง่าย และความสุข ผมคิดว่าวิถีชีวิตที่เราเป็นกันอยู่นั้นห่างไกลจากความปกติมากนัก</p>
<p>ลองมาดูทีละเรื่อง เริ่มที่อาหารการกิน การที่อาหารทุกมื้อที่กินจะมีส่วนประกอบของสารสังเคราะห์ที่ไม่เป็นธรรมชาติอยู่เสมอ ไม่น่าจะถือว่าเป็นความปกติ ทุกวันนี้ เป็นเรื่องยากมากที่เราจะสามารถกินอาหารธรรมชาติที่ร้อยเปอร์เซ็นในแต่ละมื้อ อาหารที่หาซื้อได้ง่ายมักจะเป็นอาหารที่มีพิษเสมอ</p>
<p>ในเรื่องการเดินทาง เราไม่ควรที่จะต้องเครียดทุกครั้งที่อยู่บนถนน ไม่ควรที่จะต้องเสียเงิน เสียเวลา เสียสุขภาพกาย เสียสุขภาพจิต ไปกับการเดินทาง เพื่อไปประชุมหรือทำธุระที่ส่วนมากไม่ได้มีสาระสำคัญกับชีวิต</p>
<p>ในเมืองหรือริมถนน เราไม่ควรที่จะต้องกลั้นลมหายใจ ด้วยความรังเกียจสารพิษที่อยู่ในอากาศ หรือกลัวที่จะใช้เท้าเปล่าสัมผัสกับพื้นและสิ่งต่างๆ ในพื้นที่สาธารณะ</p>
<p>ในการทำงาน เราไม่ควรที่จะต้องตื่นแต่เช้า รีบเร่งกดดัน แข่งกับเวลาเพื่อมารวมตัวกันที่ที่ทำงาน เพื่อทำงานที่ไม่จำเป็นต้องทำร่วมกับใคร หรืองานที่ใช้เทคโนโลยีย่นระยะทางทำให้สื่อสารกันได้ เราไม่ควรที่จะต้องทำงานที่เราไม่มีความคิด ความเห็น อุดมการณ์ หรือเป้าหมายที่สอดคล้องกับสาระสำคัญของงานนั้นๆ และยิ่งไม่ควรที่จะต้องทำงานซ้ำซากที่ไม่ได้พัฒนาตนเอง ลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ของตน</p>
<p>เกษตรกรไม่ควรที่จะต้องซื้อเมล็ดพันธุ์ที่ราคาแพงขึ้นเรื่อยๆ เพื่อปลูกเป็นรายครั้ง และซื้อปุ๋ยเคมีปริมาณมหาศาลเพื่อทำให้เมล็ดพันธุ์ปลอมๆ นั้นโตได้และขายได้ในราคาที่ไม่เคยขยับขึ้นตามราคาวัตถุดิบ</p>
<p>ธนาคารไม่ควรปล่อยกู้ให้โครงการที่ไม่เห็นอนาคต และไม่ควรมีระบบสินเชื่อเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล</p>
<p>เงินไม่ควรจะเป็นปัจจัยหลักในการดำรงชีวิต เงินไม่ควรสำคัญกว่างานหรือการกระทำ คนเราควรอยู่ได้อย่างมีคุณภาพและมีศักดิ์ศรีถ้าเขาเลือกที่จะไม่หาเงิน</p>
<p>เด็กไม่ควรจะต้องถูกจำกัดจินตนาการและความอยากรู้อยากเห็น เพียงเพราะพ่อแม่ระแวงคนแปลกหน้า หรือสภาพแวดล้อมนั้นไม่ปลอดภัย และยิ่งไม่ควรที่จะต้องถูกบังคับให้เรียน ให้มีชีวิตอยู่ตามแบบแผนที่เป็นกลไก</p>
<p>ยามเจ็บป่วย เราไม่ควรที่จะต้องพึ่งพาคนอื่นตลอดเวลา ไม่ควรที่จะต้องตกเป็นภาระของสังคม และยิ่งไม่ควรที่จะต้องตกเป็นทาสของยาและระบบสาธารณสุขที่ไม่เข้าใจการดูแลสุขภาพอย่างเป็นองค์รวมและสมดุล</p>
<p>ในเวลาที่จะตาย เราไม่ควรต้องกังวลกับทรัพย์สิน กับความซับซ้อนของเรื่องมรดก และยิ่งไม่ควรต้องอยู่ในภาวะที่เลือกที่ตายและสภาพในการตายไม่ได้</p>
<p>สภาพแวดล้อมของสังคมสมัยใหม่กำลังมุ่งหน้าไปสู่ความหายนะ คนเราถูกหลอกและกล่อมให้เชื่อว่าเรากำลังมีชีวิตที่มีความสุข เป็นชีวิตในฝันที่ตัวเองไม่ต้องออกแรงก็อยู่เฉยๆ ได้อย่างสบาย หรือถูกทำให้เชื่อและหวังอย่างนั้น ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงแล้ว ชีวิตในฝันนั้นต้องแลกมาด้วยแรงเสียดทานและความผิดปกติในทุกๆ มิติของชีวิต ตั้งแต่อาหาร สุขภาพ จิตใจ การทำงาน สิ่งแวดล้อม การเงิน และการตาย เรากำลังอยู่ในสังคมที่แทบจะไม่หลงเหลืออะไรที่เรียกได้ว่าปกติอีกต่อไป</p>
<p>ต้นเหตุของความผิดปกติเหล่านี้ ล้วนมีที่มาจากความโลภ ความไม่รู้จักพอ ความต้องการสบายและรังเกียจการลงมือทำ กิเลสที่ติดมากับมนุษย์เหล่านี้ถูกปลุกให้ตื่นและเติบโตเต็มที่ภายใต้ระบบทุนนิยมและบริโภคนิยม ซึ่งได้ทำให้เรื่องที่น่ารังเกียจที่ติดมากับมนุษย์เหล่านี้กลายเป็นเรื่องปกติและพึงปรารถนา เรากำลังอยู่ในระบบโลกที่ทุกอย่างกลับหัวตรงกันข้ามกับสิ่งที่ควรจะเป็นอย่างสิ้นเชิง และกำลังขยายโลกที่กลับหัวนี้ กัดกร่อนคุณค่าและสาระสำคัญของการมีชีวิตอยู่โดยที่คนส่วนมากไม่รู้สึกตัว</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ในฐานะบุคคลที่คิดและตัดสินใจเองได้ด้วยสติปัญญา ผมคิดว่าเรายังสามารถกลับวิถีชีวิตให้เป็นปกติอีกครั้งหนึ่งได้ ถ้าเรามองเห็นความสำคัญของมัน และมีความกล้าหาญเพียงพอ ความกล้าที่ว่านี้ คือความกล้าที่จะถอดรื้อความคุ้นเคยเดิมๆ และเสาะหา ทดลอง สร้างสรรค์วิถีที่ในจิตใจเบื้องลึกบอกเราว่านี่คือความปกติอย่างเป็นธรรมชาติ ถ้าเราเชื่อว่ามนุษย์เกิดมาพร้อมกับทางเลือก นี่เป็นโอกาสที่ดีที่สุดที่เราจะใช้ทางเลือกนั้น เลือกสิ่งที่เป็นปกติ ด้วยความกล้า ความเฉียบขาด และด้วยความใตร่ตรอง</p>
<br />Filed under: <a href='http://guopai.wordpress.com/category/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a1/'>สังคม</a>, <a href='http://guopai.wordpress.com/category/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1/'>สิ่งแวดล้อม</a>, <a href='http://guopai.wordpress.com/category/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/'>สุขภาพ</a> Tagged: <a href='http://guopai.wordpress.com/tag/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%b4/'>ความปกติ</a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/guopai.wordpress.com/480/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/guopai.wordpress.com/480/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/guopai.wordpress.com/480/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/guopai.wordpress.com/480/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/guopai.wordpress.com/480/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/guopai.wordpress.com/480/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/guopai.wordpress.com/480/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/guopai.wordpress.com/480/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/guopai.wordpress.com/480/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/guopai.wordpress.com/480/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/guopai.wordpress.com/480/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/guopai.wordpress.com/480/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/guopai.wordpress.com/480/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/guopai.wordpress.com/480/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=guopai.wordpress.com&amp;blog=1309104&amp;post=480&amp;subd=guopai&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://guopai.wordpress.com/2011/12/06/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ab/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/996ed0cee2ef962ddfa3eaa731e0d0c2?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F1.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">guopai</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>วัดความสำเร็จของชีวิตด้วยมาตรวัดภายใน</title>
		<link>http://guopai.wordpress.com/2011/11/15/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%88%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%94/</link>
		<comments>http://guopai.wordpress.com/2011/11/15/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%88%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%94/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 14 Nov 2011 19:01:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>guopai</dc:creator>
				<category><![CDATA[ธรรมะ]]></category>
		<category><![CDATA[ความสำเร็จ]]></category>
		<category><![CDATA[ไตรสิกขา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://guopai.wordpress.com/?p=476</guid>
		<description><![CDATA[คนเราชอบที่จะประเมินตนเองด้วยหลายเหตุผล บางทีการประเมินตนเองก็เป็นไปเพื่อสร้างความรู้สึกปลอดภัย อุ่นใจ มั่นคง เมื่อเรารู้ว่าเราเป็นคนที่เกิดมาแล้วมีความหมาย มีคุณค่า ซึ่งอันที่จริงความต้องการความรู้สึกมีคุณค่านี้ก็เกิดจากเราที่รักตัวเองมากนั่นเอง แต่ไม่ว่าอย่างไร เราคนธรรมดาก็ยังหนีไม่พ้นความกลัวและความต้องการที่จะมีคุณค่า เราอยากตอบได้ว่าเมื่อเรากำลังจะตาย เรามองย้อนกลับไปทั้งชีวิต เราได้ทำอะไรสำเร็จบ้าง ได้ทิ้งคุณค่าหรือพัฒนาอะไรไว้บ้าง การประเมินค่าความสำเร็จของชีวิตไม่ใช่เรื่องผิดหรือแปลกอะไร แต่สิ่งที่เป็นปัญหาคือการที่เรามักใช้ปัจจัยภายนอกมาชี้วัดคุณค่าซึ่งเป็นเรื่องภายใน เป็นเรื่องปัจเจกของเรา เรามักคิดว่าต้องทำงานให้ได้ผลสำเร็จ ต้องยิ่งใหญ่เป็นที่ยอมรับ ต้องทิ้งผลงานที่คนจะจดจำ ต้องได้รับการยอมรับจากที่ทำงานและคนรอบข้าง ลองคิดดูดีๆ ว่าสิ่งเหล่านี้เมื่อเราทำสำเร็จแล้วในระดับหนึ่งๆ เรารู้สึกอย่างไรกับ &#8220;ชีวิตของเรา&#8221; ต้องเน้นว่ารู้สึกอย่างไร &#8220;กับชีวิตของเรา&#8221; ไม่ใช่ &#8220;รู้สึกอย่างไรกับความสำเร็จนั้น&#8221; เพราะมันเป็นคนละเรื่องกัน คนส่วนมากทำงานจนสำเร็จเมื่อวัดจากมาตรวัดภายนอก แต่ภายในกลับยังรู้สึกเป็นทุกข์ ว่างเปล่า และหลอกตัวเองไปวันๆ ว่าชีวิตของฉันนั้นเต็มและมีคุณค่า ทั้งๆ ที่ลึกๆ แล้วไม่ใช่ แต่ตัวเองไม่เคยยอมรับ การใช้ปัจจัยภายนอกมาประเมินความสำเร็จของชีวิตนั้นเป็นข้อผิดพลาดอย่างยิ่งของคนจำนวนมาก โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่เหินห่างจากการมองโลกภายใน ใช้ชีวิต &#8220;ภายนอก&#8221; จนตายไปก็ยังไม่รู้ว่าความหมายของชีวิต &#8220;ของตน&#8221; นั้นคืออะไร ปรากฏการณ์นี้เป็นโรคระบาดที่แสดงออกผ่านวาทกรรมเรื่อง &#8220;ความกลวงเปล่าของชีวิต&#8221; ที่แพร่หลายในวรรณกรรม ดนตรี ภาพยนต์ และศิลปะต่างๆ ในยุคสมัยใหม่และหลังจากนั้นเป็นต้นมา แล้วอะไรคือตัวชี้วัดความสำเร็จของชีวิตที่แท้จริง? อะไรคือตัวชี้วัดที่เราควรหันหน้าไปหาและพัฒนาไปในทางดังกล่าว เพื่อทำให้ชีวิตมีความสุขอย่างแท้จริง? [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=guopai.wordpress.com&amp;blog=1309104&amp;post=476&amp;subd=guopai&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>คนเราชอบที่จะประเมินตนเองด้วยหลายเหตุผล บางทีการประเมินตนเองก็เป็นไปเพื่อสร้างความรู้สึกปลอดภัย อุ่นใจ มั่นคง เมื่อเรารู้ว่าเราเป็นคนที่เกิดมาแล้วมีความหมาย มีคุณค่า ซึ่งอันที่จริงความต้องการความรู้สึกมีคุณค่านี้ก็เกิดจากเราที่รักตัวเองมากนั่นเอง</p>
<p>แต่ไม่ว่าอย่างไร เราคนธรรมดาก็ยังหนีไม่พ้นความกลัวและความต้องการที่จะมีคุณค่า เราอยากตอบได้ว่าเมื่อเรากำลังจะตาย เรามองย้อนกลับไปทั้งชีวิต เราได้ทำอะไรสำเร็จบ้าง ได้ทิ้งคุณค่าหรือพัฒนาอะไรไว้บ้าง</p>
<p>การประเมินค่าความสำเร็จของชีวิตไม่ใช่เรื่องผิดหรือแปลกอะไร แต่สิ่งที่เป็นปัญหาคือการที่เรามักใช้ปัจจัยภายนอกมาชี้วัดคุณค่าซึ่งเป็นเรื่องภายใน เป็นเรื่องปัจเจกของเรา เรามักคิดว่าต้องทำงานให้ได้ผลสำเร็จ ต้องยิ่งใหญ่เป็นที่ยอมรับ ต้องทิ้งผลงานที่คนจะจดจำ ต้องได้รับการยอมรับจากที่ทำงานและคนรอบข้าง</p>
<p>ลองคิดดูดีๆ ว่าสิ่งเหล่านี้เมื่อเราทำสำเร็จแล้วในระดับหนึ่งๆ เรารู้สึกอย่างไรกับ &#8220;ชีวิตของเรา&#8221; ต้องเน้นว่ารู้สึกอย่างไร &#8220;กับชีวิตของเรา&#8221; ไม่ใช่ &#8220;รู้สึกอย่างไรกับความสำเร็จนั้น&#8221; เพราะมันเป็นคนละเรื่องกัน คนส่วนมากทำงานจนสำเร็จเมื่อวัดจากมาตรวัดภายนอก แต่ภายในกลับยังรู้สึกเป็นทุกข์ ว่างเปล่า และหลอกตัวเองไปวันๆ ว่าชีวิตของฉันนั้นเต็มและมีคุณค่า ทั้งๆ ที่ลึกๆ แล้วไม่ใช่ แต่ตัวเองไม่เคยยอมรับ</p>
<p>การใช้ปัจจัยภายนอกมาประเมินความสำเร็จของชีวิตนั้นเป็นข้อผิดพลาดอย่างยิ่งของคนจำนวนมาก โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่เหินห่างจากการมองโลกภายใน ใช้ชีวิต &#8220;ภายนอก&#8221; จนตายไปก็ยังไม่รู้ว่าความหมายของชีวิต &#8220;ของตน&#8221; นั้นคืออะไร ปรากฏการณ์นี้เป็นโรคระบาดที่แสดงออกผ่านวาทกรรมเรื่อง &#8220;ความกลวงเปล่าของชีวิต&#8221; ที่แพร่หลายในวรรณกรรม ดนตรี ภาพยนต์ และศิลปะต่างๆ ในยุคสมัยใหม่และหลังจากนั้นเป็นต้นมา</p>
<p><strong>แล้วอะไรคือตัวชี้วัดความสำเร็จของชีวิตที่แท้จริง? อะไรคือตัวชี้วัดที่เราควรหันหน้าไปหาและพัฒนาไปในทางดังกล่าว เพื่อทำให้ชีวิตมีความสุขอย่างแท้จริง?</strong></p>
<p>ผมคิดว่า ตัวชี้วัดดังกล่าวนั้น คือสภาวะของจิตใจเรานี่เอง จิตใจเป็นเรื่องที่อยู่ใกล้ตัวมากที่สุด เป็นเรื่องภายในมากที่สุด และเป็นเรื่องที่กระทบต่อชีวิตทั้งที่จับต้องได้และจับต้องไม่ได้มากที่สุด ดังนั้น คำถามที่ว่าชีวิตจะสำเร็จหรือไม่ ควรทำความเข้าใจว่าความสำเร็จของชีวิตนั่นคือความสุข และสิ่งที่ชี้วัดความสุขได้ดีที่สุด คือสภาพจิตที่เป็นสุขนั่นเอง</p>
<p>ทีนี้ คำถามต่อไปก็คือ สภาพจิตที่เป็นสุขนั้นควรมีหน้าตาเป็นอย่างไร เราควรรู้สึกอย่างไรถึงจะเรียกว่ามีจิตใจที่เป็นสุข วิธีการตอบคำถามนี้ ให้ลองคิดว่าจิตใจแบบไหนที่ไม่เป็นสุข แล้วหาสภาวะที่ตรงกันข้าม ยกตัวอย่างเช่น จิตใจที่โกรธนั้นไม่เป็นสุข ดังนั้น สภาวะจิตที่เป็นสุขคือความสงบ เบิกบาน ให้อภัย เป็นต้น</p>
<p>ด้วยวิธีการนี้ เราก็จะได้รายการของตัวชี้วัด &#8220;ภายใน&#8221; ที่ทำให้จิตใจเป็นสุข ซึ่งก็คือความสำเร็จของชีวิตนั่นเอง แต่ตัวชี้วัดที่ได้นั้นคงมีเยอะมากมาย และพูดๆ ไปก็ซ้ำซาก ดูแบนๆ เพราะดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ใครๆ ก็รู้ เช่น ต้องมีจิตใจสงบ แจ่มใส เบิกบาน มีจิตใจดี เมตตา ให้อภัย และอื่นๆ ฟังๆ ดูไม่ต่างจากหนังสือธรรมะหรือหนังสือสอนคุณธรรม</p>
<p>ดังนั้น ผมจึงคิดว่า เราควรรวมกลุ่มตัวชี้วัดเหล่านี้ไว้ด้วยกัน จัดระบบให้เป็นหมวด โดยแต่ละหมวดมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน และมีเหตุผลรองรับในตัวเองอย่างชัดแจ้ง นอกจากนั้น ยังควรหาตัวอย่างเหตุการณ์หรือสภาวะที่ทำให้เราเกิดสภาวะจิตใจที่สอดคล้องกับหมวดนั้นๆ เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนได้</p>
<p>จึงอยากลองสรุปตัวชี้วัดความสำเร็จในชีวิตของผม ซึ่งก็ไม่จำเป็นต้องเหมือนกับใคร</p>
<p><strong>1. มีจิตใจแช่มชื่นเบิกบาน:</strong> ข้อนี้สำคัญตรงที่เป็นพื้นฐานของการพัฒนาจิตใจอื่นๆ ถ้าลองพิจารณาดีๆ จะพบว่า ถึงแม้เราจะมีจิตใจที่ตั้งมั่น แน่วแน่ ฉลาดหลักแหลม ทำอะไรได้ดีและสำเร็จแค่ไหนก็ตาม ส่วนมากเรายังคงรู้สึกหม่นหมองในใจ อยากหาอะไรมาทำให้ใจตัวเองโล่งเบาสบาย นั่นเป็นเพราะความสำเร็จหรือการได้มาซึ่งสิ่งต่างๆ นั้น เป็นเรื่องภายนอก เป็นเรื่องวัตถุทั้งสิ้น เราต้องฝึกวางสภาพจิตใจ (Mental alignment) ให้ &#8220;เป็นปกติ&#8221; ซึ่งหมายถึงการที่จิตใจไม่มีเรื่องทุกข์ร้อนหรือแรงเสียดทาน เช่น ความอยากและความกลัว เป็นต้น เมื่อจิตใจปลอดจากแรงเสียดทานพวกนี้ มันจะเข้าสู่สภาพปกติ นั่นคือสภาพที่ว่าง แจ่มใส เบิกบานนั่นเอง</p>
<p><strong>2. มีจิตใจละเอียดประณีต:</strong> ข้อนี้มีความสำคัญสองประการ ประการแรก คือความสำคัญโดยตัวมันเอง การมีจิตใจละเอียดประณีต ทำให้เกิดสมาธิที่มีคุณภาพ ซึ่งเมื่อเราอยู่ในสภาวะที่มีสมาธิอย่างมีคุณภาพนั้นจะทำให้จิตใจมีความสุขเป็นอย่างมาก ลองนึกถึงตอนทำอาหาร สร้างงานศิลปะ ทำงานที่ต้องใช้ความละเอียดประณีต ช่วงเวลาเหล่านั้นทำให้เรามีความสุข เราสามารถขยายสภาวะของความมีสมาธินี้ไปยังช่วงเวลาอื่นๆ โดยไม่จำเป็นต้องทำให้เกิดเฉพาะในช่วงที่ทำกิจกรรมที่ต้องใช้สมาธิแต่อย่างเดียว</p>
<p>ความสำคัญประการที่สอง นั่นคือสภาวะจิตที่ละเอียดประณีต เป็นทางเชื่อมไปสู่การพัฒนาจิตขั้นที่สูงขึ้น นั่นคือจิตใจที่ถูกฝึกให้ละเอียดนั้นจะทำให้เรามองเห็นความเป็นจริงของธรรมชาติได้มากขึ้น ตรงขึ้น ชัดขึ้น การเห็นความจริงอย่างชัดและตรงนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง และเป็นปลายทางของการพัฒนาจิต ซึ่งก็คือปลายทางของความสุขนั่นเอง โดยจะอธิบายในส่วนถัดไป</p>
<p><strong>3. มีจิตใจเที่ยงตรง มองเห็นความจริงตามที่เป็นอย่างทะลุปรุโปร่ง</strong> การมองเห็นและเข้าใจปรากฏการณ์ทุกอย่างตามความเป็นจริง ตามเหตุตามผลที่แท้จริงโดยปราศจากอคติ เป็นปลายทางของการพัฒนาจิต โดยต้องอาศัยจิตใจที่เบิกบานและตั้งมั่นละเอียด เป็นพื้นฐาน การเข้าใจความจริงอย่างถึงที่สุดนี้ ทำให้ใจเราเองปลอดจากการกระทบเสียดแทง เพราะเราเห็นเหตุหรือที่มาของทุกๆ ปรากฏการณ์ เห็นห่วงโซ่ของเหตุการณ์ที่มาลงเอยเป็นปรากฏการณ์ปัจจุบัน ความเข้าใจเหล่านี้จะไปหักล้างกับแรงเสียดทานระหว่างเรากับปรากฏการณ์ภายนอก เพราะเรามองเห็นและเข้าใจหมดว่าอะไรคืออะไร มองทุกอย่างด้วยสายตาของผู้สังเกต ไม่ใช่ผู้ร่วมอยู่ในเหตุการณ์ ทำให้เราไม่เอาตัวเราเข้าไปร่วมอยู่ในวงของแรงกระทบต่างๆ แต่จะมองผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับแรงกระทบนั้นอย่างเมตตา อย่างเข้าอกเข้าใจ และที่สำคัญที่สุด คือทำให้เราหาทางออกและการปฏิบัติที่สอดคล้องกับเงื่อนไขของธรรมชาติมากที่สุดโดยปราศจากอคติ ทั้งหมดนี้ อาจสรุปด้วยคำคำเดียว ว่าคือการมีปัญญานั่นเอง</p>
<p>อันที่จริง สภาวะจิตทั้งสามนี้ อาจเรียกได้ว่าเป็นกระบวนพัฒนาศีล สมาธิ ปัญญา ตามหลักไตรสิกขา ซึ่งในทางปฏิบัติแล้วพัฒนาคู่ขนานกันไปได้ และจะเสริมสร้างซึ่งกันและกันอย่างไม่มีข้อจำกัด แปลง่ายๆ ว่าทำอะไรก่อนได้ก็ทำเลย แต่ควรตรวจสอบตนเองอยู่เสมอๆ ว่าแต่ละข้อทำได้มาก บ่อย หรือมีคุณภาพเพียงใด</p>
<br />Filed under: <a href='http://guopai.wordpress.com/category/%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%b0/'>ธรรมะ</a> Tagged: <a href='http://guopai.wordpress.com/tag/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%88/'>ความสำเร็จ</a>, <a href='http://guopai.wordpress.com/tag/%e0%b9%84%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%b2/'>ไตรสิกขา</a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/guopai.wordpress.com/476/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/guopai.wordpress.com/476/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/guopai.wordpress.com/476/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/guopai.wordpress.com/476/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/guopai.wordpress.com/476/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/guopai.wordpress.com/476/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/guopai.wordpress.com/476/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/guopai.wordpress.com/476/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/guopai.wordpress.com/476/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/guopai.wordpress.com/476/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/guopai.wordpress.com/476/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/guopai.wordpress.com/476/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/guopai.wordpress.com/476/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/guopai.wordpress.com/476/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=guopai.wordpress.com&amp;blog=1309104&amp;post=476&amp;subd=guopai&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://guopai.wordpress.com/2011/11/15/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%88%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/996ed0cee2ef962ddfa3eaa731e0d0c2?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F1.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">guopai</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>เตรียมตัวอยู่กับน้ำท่วมให้ได้ 1 เดือน</title>
		<link>http://guopai.wordpress.com/2011/10/22/%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%a7/</link>
		<comments>http://guopai.wordpress.com/2011/10/22/%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%a7/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 22 Oct 2011 03:24:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>guopai</dc:creator>
				<category><![CDATA[อื่นๆ]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://guopai.wordpress.com/?p=473</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อกรุงเทพฯ มีแนวโน้มว่าจะท่วม 4-6 สัปดาห์ ก็ต้องเตรียมตัวขนานใหญ่ ตอนนี้เกือบพร้อมแล้ว เลยลองเขียนไว้ว่าต้องคิดและเตรียมอะไรบ้าง 1. อยู่หรือหนี? ข้อแรกคือต้องประเมินภาพรวมเพื่อกำหนดยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุด นั่นคือ จะอยู่ที่บ้าน หรือหนีไปอยู่ที่อื่น พอดีบ้างที่อยู่เป็นคอนโด ข้อดีคืออยู่สูง ข่าวของส่วนตัวไม่ท่วม รถไปจอดชั้นสองได้ มีพื้นที่พอสมควรอยู่ไม่อึดอัด และที่คอนโดเตรียมระบบช่วยเหลือไว้ดีพอสมควร มีไฟสำรอง ไฟส่วนกลางให้ชาร์จอุปกรณ์ได้จากเครื่องปั่นไฟ ส่วนข้อเสียคือในละแวกที่เดินไปถึงนั้นไม่มีร้านค้าหรือร้านอาหาร ต้องเตรียมไว้เองลูกเดียว สรุปคือ จะอยู่ครับ แต่แน่นอนว่าสามารถปรับเปลี่ยนได้ ถ้าสถานการณ์ไม่ดีก็พร้อมจะอพยพออกไปอยู่ที่อื่น ซึ่งมีที่สำรองให้ไปได้ 2 ที่ ถ้าไม่ท่วมเสียก่อน 2. น้ำดื่มน้ำใช้ ถ้ามีประปาก็ไม่ต้องห่วงมาก เพราะมีเครื่องกรองน้ำ (ที่ไม่ใช้ไฟฟ้า) ทีนี้ถ้าไม่มีน้ำประปา ก็ต้องเตรียมสำรองน้ำ ตอนนี้มีอยู่สองถังใหญ่ บวกอ่างอาบน้ำ เป็นน้ำใช้ ส่วนน้ำกิน มีถัง 6 ลิตรหลายไป บวกกล่องพลาสติกขนาดใหญ่ น่าจะพออยู่ได้ 1 เดือน 3. ไฟฟ้า ถ้ามีการตัดไฟฟ้า ปัญหาที่สำคัญคือจะปรุงอาหารอย่างไร คำตอบคือใช้เตาแก๊ส ซึ่งมีถังแก๊สอยู่ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=guopai.wordpress.com&amp;blog=1309104&amp;post=473&amp;subd=guopai&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อกรุงเทพฯ มีแนวโน้มว่าจะท่วม 4-6 สัปดาห์ ก็ต้องเตรียมตัวขนานใหญ่ ตอนนี้เกือบพร้อมแล้ว เลยลองเขียนไว้ว่าต้องคิดและเตรียมอะไรบ้าง</p>
<p>1. อยู่หรือหนี?</p>
<p>ข้อแรกคือต้องประเมินภาพรวมเพื่อกำหนดยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุด นั่นคือ จะอยู่ที่บ้าน หรือหนีไปอยู่ที่อื่น พอดีบ้างที่อยู่เป็นคอนโด ข้อดีคืออยู่สูง ข่าวของส่วนตัวไม่ท่วม รถไปจอดชั้นสองได้ มีพื้นที่พอสมควรอยู่ไม่อึดอัด และที่คอนโดเตรียมระบบช่วยเหลือไว้ดีพอสมควร มีไฟสำรอง ไฟส่วนกลางให้ชาร์จอุปกรณ์ได้จากเครื่องปั่นไฟ ส่วนข้อเสียคือในละแวกที่เดินไปถึงนั้นไม่มีร้านค้าหรือร้านอาหาร ต้องเตรียมไว้เองลูกเดียว</p>
<p>สรุปคือ จะอยู่ครับ แต่แน่นอนว่าสามารถปรับเปลี่ยนได้ ถ้าสถานการณ์ไม่ดีก็พร้อมจะอพยพออกไปอยู่ที่อื่น ซึ่งมีที่สำรองให้ไปได้ 2 ที่ ถ้าไม่ท่วมเสียก่อน</p>
<p>2. น้ำดื่มน้ำใช้</p>
<p>ถ้ามีประปาก็ไม่ต้องห่วงมาก เพราะมีเครื่องกรองน้ำ (ที่ไม่ใช้ไฟฟ้า) ทีนี้ถ้าไม่มีน้ำประปา ก็ต้องเตรียมสำรองน้ำ ตอนนี้มีอยู่สองถังใหญ่ บวกอ่างอาบน้ำ เป็นน้ำใช้ ส่วนน้ำกิน มีถัง 6 ลิตรหลายไป บวกกล่องพลาสติกขนาดใหญ่ น่าจะพออยู่ได้ 1 เดือน</p>
<p>3. ไฟฟ้า</p>
<p>ถ้ามีการตัดไฟฟ้า ปัญหาที่สำคัญคือจะปรุงอาหารอย่างไร คำตอบคือใช้เตาแก๊ส ซึ่งมีถังแก๊สอยู่ 2 ถัง น่าจะยังไม่หมดเร็ว และมีถ่านหุงต้มสำรองอีกหลายถุง ส่วนการสื่อสารมีโทรศัพท์บ้าน ไม่รู้ว่าจะใช้ได้หรือเปล่า ส่วนมือถือชาร์จเอาที่ชั้นลอย มีเครื่องปั่นไฟกลาง</p>
<p>4. อาหาร</p>
<p>เตรียมตุนข้าวสารไว้แล้ว มีเครื่องปรุงเช่นน้ำปลา ซีอิ็ว มีหมูแห้ง น้ำพริก บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เส้นแบบต่างๆ แต่คงต้องเตรียมเพิ่มเรื่อยๆ จนมั่นใจว่าพอ</p>
<p>&nbsp;</p>
<br />Filed under: <a href='http://guopai.wordpress.com/category/%e0%b8%ad%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%86/'>อื่นๆ</a> Tagged: <a href='http://guopai.wordpress.com/tag/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1/'>น้ำท่วม</a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/guopai.wordpress.com/473/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/guopai.wordpress.com/473/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/guopai.wordpress.com/473/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/guopai.wordpress.com/473/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/guopai.wordpress.com/473/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/guopai.wordpress.com/473/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/guopai.wordpress.com/473/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/guopai.wordpress.com/473/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/guopai.wordpress.com/473/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/guopai.wordpress.com/473/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/guopai.wordpress.com/473/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/guopai.wordpress.com/473/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/guopai.wordpress.com/473/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/guopai.wordpress.com/473/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=guopai.wordpress.com&amp;blog=1309104&amp;post=473&amp;subd=guopai&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://guopai.wordpress.com/2011/10/22/%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/996ed0cee2ef962ddfa3eaa731e0d0c2?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F1.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">guopai</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>หมูอบโรสแมรี่เสริฟพร้อมข้าวหอมมะลิและผักเคียง</title>
		<link>http://guopai.wordpress.com/2011/10/21/%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9f%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad/</link>
		<comments>http://guopai.wordpress.com/2011/10/21/%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9f%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 21 Oct 2011 12:59:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>guopai</dc:creator>
				<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ทำอาหาร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://guopai.wordpress.com/?p=470</guid>
		<description><![CDATA[หลังเตรียมการรับมือน้ำท่วมไปได้พอประมาณก็ถึงเวลาต้องกิน วันนี้เลยลองทำ &#8220;หมูอบโรสแมรี่เสริฟพร้อมข้าวหอมมะลิและผักเคียง&#8221; โดยมั่วๆ เอาจากเครื่องปรุงและวัตถุดิบที่หาได้เมื่อตอนเย็น (ไม่มีรูปให้ดูนะครับ จินตนาการเอาเองตามสะดวก) เมนูนี้ใช้เวลาปรุงทั้งสิ้น 30 นาที เหมาะมากกับผู้ที่ไม่มีฝีมือทำกับข้าวเช่นผม และไม่อยากให้ครัวเลอะเทอะ แต่อยากกินของอร่อยระดับภัตตาคาร เครื่องปรุง: ข้าวหอมมะลิ หุงสุก ไม่แห้ง ไม่แฉะเกินไป หมูสันนอกประมาณครึ่งชิ้นจากแพ็กที่ขายตามห้าง ติดมันได้นิดหน่อย เอาแบบดีๆ และสดๆ ผักต่างๆ ที่ต้องการผัดเป็นเครื่องเคียง ของผมใช้คะน้า มะเขือม่วง แครอท และหอมใหญ่ หั่นแบบไหนก็ได้ตามสะดวก กระเทียมใหญ่ 1 กลีบต่อหมู 1 ชิ้น หั่นฝานบางๆ โรสแมรี่อบแห้ง มีขายทั่วไปตามแผนกเครื่องปรุง ซ้อสวูสเตอร์ (Worcestershire&#8217;s Source) ถ้าไม่มีเอาซีอิ๊วผสมน้ำส้มสายชู (หมัก) หรือผสมไวน์ก็ได้ แต่ไม่รับประกันความเสี่ยงนะครับ เกลือทะเล หรือเกลือธรรมดาก็ได้แต่ไม่อร่อยเท่า พริกไทยดำบด เนยสดชนิดไม่เค็ม วิธีปรุง: หุงข้าวให้สุกไว้ก่อน เตรียมหมู เริ่มที่ล้างหมูให้สะอาด วางบนถาดเตาอบ (ใช้เตาอบเล็กๆ เครื่องละพันก็ได้) เอาฟอยล์ดอลูมิเนียมรองก็ดี [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=guopai.wordpress.com&amp;blog=1309104&amp;post=470&amp;subd=guopai&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>หลังเตรียมการรับมือน้ำท่วมไปได้พอประมาณก็ถึงเวลาต้องกิน วันนี้เลยลองทำ &#8220;หมูอบโรสแมรี่เสริฟพร้อมข้าวหอมมะลิและผักเคียง&#8221; โดยมั่วๆ เอาจากเครื่องปรุงและวัตถุดิบที่หาได้เมื่อตอนเย็น</p>
<p>(ไม่มีรูปให้ดูนะครับ จินตนาการเอาเองตามสะดวก)</p>
<p>เมนูนี้ใช้เวลาปรุงทั้งสิ้น 30 นาที เหมาะมากกับผู้ที่ไม่มีฝีมือทำกับข้าวเช่นผม และไม่อยากให้ครัวเลอะเทอะ แต่อยากกินของอร่อยระดับภัตตาคาร</p>
<p>เครื่องปรุง:</p>
<ul>
<li>ข้าวหอมมะลิ หุงสุก ไม่แห้ง ไม่แฉะเกินไป</li>
<li>หมูสันนอกประมาณครึ่งชิ้นจากแพ็กที่ขายตามห้าง ติดมันได้นิดหน่อย เอาแบบดีๆ และสดๆ</li>
<li>ผักต่างๆ ที่ต้องการผัดเป็นเครื่องเคียง ของผมใช้คะน้า มะเขือม่วง แครอท และหอมใหญ่ หั่นแบบไหนก็ได้ตามสะดวก</li>
<li>กระเทียมใหญ่ 1 กลีบต่อหมู 1 ชิ้น หั่นฝานบางๆ</li>
<li>โรสแมรี่อบแห้ง มีขายทั่วไปตามแผนกเครื่องปรุง</li>
<li>ซ้อสวูสเตอร์ (Worcestershire&#8217;s Source) ถ้าไม่มีเอาซีอิ๊วผสมน้ำส้มสายชู (หมัก) หรือผสมไวน์ก็ได้ แต่ไม่รับประกันความเสี่ยงนะครับ</li>
<li>เกลือทะเล หรือเกลือธรรมดาก็ได้แต่ไม่อร่อยเท่า</li>
<li>พริกไทยดำบด</li>
<li>เนยสดชนิดไม่เค็ม</li>
</ul>
<p>วิธีปรุง:</p>
<ul>
<li>หุงข้าวให้สุกไว้ก่อน</li>
<li>เตรียมหมู เริ่มที่ล้างหมูให้สะอาด วางบนถาดเตาอบ (ใช้เตาอบเล็กๆ เครื่องละพันก็ได้) เอาฟอยล์ดอลูมิเนียมรองก็ดี จะได้เก็บน้ำไว้ราดทีหลัง</li>
<li>โรยเกลือ พริกไทย ราดซ้อสวูสเตอร์บนหมู วางกระเทียมกระจายให้ทั่ว และโรยโรสแมรี่ เยอะหน่อยก็ได้</li>
<li>เอาหมูเข้าเตาอบ ตั้ง 180 องศา เวลา 20 นาที อย่าใช้ความร้อนเยอะกว่านั้นแล้วคิดว่าจะประหยัดเวลา เพราะเนื้อจะไม่นุ่ม</li>
<li>ระหว่างรอ เตรียมผัก ตั้งกระทะ ทำให้ร้อนแล้วลดไฟเหลือเบาๆ ใส่เนย รอให้เนยละลายให้หมด ใส่ผักทั้งหมดลงไปผัด ผัดได้ซักครึ่งทางโรยเกลือ พริกไทย แล้วผัดต่อจนหอมและผักเริ่มดูนุ่ม เอาขึ้นวางบนจานไว้มุมนึง</li>
<li>ตักข้าวใส่ถ้วย ประคบถ้วยลงบนจานที่อีกมุมนึง</li>
<li>หมูน่าจะเสร็จแล้ว ตักวางบนจานอีกมุมที่เหลือ เอาช้อนตักน้ำในถาดราดลงไปด้วย</li>
<li>เสร็จแล้ว กินได้เลย</li>
</ul>
<p>สังเกตว่าเมนูนี้ไม่ใช้น้ำมันพืชหรือสารสังเคราะห์ที่ผ่านกระบวนการอุตสาหกรรมเลย มีคุณค่าอาหารครบ ทั้งโปรตีนจากหมู คาร์โบไฮเดรตจากข้าว ไขมันจากหมูและเนย (ซึ่งดีกว่าน้ำมันพืชผ่านกระบวนการแน่นอน อย่าไปเชื่อสื่อกระแสหลัก หาอ่านเหตุผลได้จากหนังสือหลายเล่ม เช่น <a href="http://www.google.co.th/url?sa=t&amp;rct=j&amp;q=in%20defense%20of%20food&amp;source=web&amp;cd=1&amp;sqi=2&amp;ved=0CCkQFjAA&amp;url=http%3A%2F%2Fwww.amazon.com%2FDefense-Food-Eaters-Manifesto%2Fdp%2F1594201455&amp;ei=6GqhTpLMB4nZrQfXt9nYDg&amp;usg=AFQjCNHekCfXqmDt3mPM4w7BfluJknR54Q&amp;sig2=bzLHbHRpegtj_VQjToLwGw">In Defense of Food</a>) ไฟเบอร์และวิตามินจากผัก และประโยชน์ด้านการต่อต้านมะเร็งและลดไขมันในเลือดจากกระเทียม</p>
<p>จากประสบการณ์ ขอคอนเฟิร์มว่า การทำอาหารกินเองอย่างมีความรู้บ้างนั้นดีกว่าซื้อกินแน่นอน เพราะนอกจากจะถูกกว่า ยังอร่อยกว่าและดีต่อสุขภาพกว่า เพราะเราสามารถเลือกวัตถุดิบธรรมชาติที่ไม่ผ่านกระบวนการอุตสาหกรรม หรือผ่านน้อยที่สุดได้ และยังเป็นการสร้างสรรค์ ฟื้นฟูและพัฒนาจิตใจ แทนที่จะเป็นการบริโภคแต่อย่างเดียวอีกด้วย เมื่อเรามองว่าการทำอาหารนั้นเป็นกิจกรรมที่บูรณาการชีวิตอย่างรอบด้าน ก็จะไม่มีข้ออ้างเรื่องไม่มีเวลาหรือไม่สะดวกอีกต่อไป เราไม่ได้มองการทำอาหารว่าเป็นภาระ แต่เป็นกิจกรรมสร้างสรรค์</p>
<br />Filed under: <a href='http://guopai.wordpress.com/category/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/'>สุขภาพ</a> Tagged: <a href='http://guopai.wordpress.com/tag/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/'>ทำอาหาร</a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/guopai.wordpress.com/470/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/guopai.wordpress.com/470/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/guopai.wordpress.com/470/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/guopai.wordpress.com/470/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/guopai.wordpress.com/470/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/guopai.wordpress.com/470/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/guopai.wordpress.com/470/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/guopai.wordpress.com/470/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/guopai.wordpress.com/470/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/guopai.wordpress.com/470/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/guopai.wordpress.com/470/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/guopai.wordpress.com/470/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/guopai.wordpress.com/470/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/guopai.wordpress.com/470/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=guopai.wordpress.com&amp;blog=1309104&amp;post=470&amp;subd=guopai&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://guopai.wordpress.com/2011/10/21/%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9f%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/996ed0cee2ef962ddfa3eaa731e0d0c2?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F1.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">guopai</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ประสบการณ์ปฐมพยาบาลและรักษากระจกบาดหลังมือเอ็นฉีกขาด</title>
		<link>http://guopai.wordpress.com/2011/09/05/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%9b%e0%b8%90%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0/</link>
		<comments>http://guopai.wordpress.com/2011/09/05/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%9b%e0%b8%90%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 05 Sep 2011 05:57:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>guopai</dc:creator>
				<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ปฐมพยาบาล]]></category>
		<category><![CDATA[ผ่าตัด]]></category>
		<category><![CDATA[ห้ามเลือด]]></category>
		<category><![CDATA[เอ็นขาด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://guopai.wordpress.com/2011/09/05/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%9b%e0%b8%90%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0/</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อวานทำกระจกแตกบาดหลังมือ นิ้ว และข้อมือ เลยอยากเล่าประสบการณ์ตั้งแต่ตอนเริ่มเกิดจนถึงการรักษาให้ฟัง เผื่อใครเจอเหตุการณ์เช่นนี้อาจจะมีประโยชน์ครับ กระจกที่แตกบาดมือผมนั้นมีความบางและเปราะ จึงคมและบาดลึก ตอนแรกรู้สึกเจ็บมาก ชนิดที่เจ็บกว่าอุบัติเหตุทั่วไปเช่นหกล้มหรือหัวแตกมากนัก เลือดไหลออกมาเป็นทางเลอะเสื้อผ้าและพื้นไปหมด ผมยืนอยู่ไม่ไหวจึงล้มตัวลงนอน คิดว่าจะทำให้เลือดไหลช้าลงได้บ้าง จอยอยู่ตรงนั้นพอดี สิ่งแรกที่ทำคือนำกระดาษทิชชู่และผ้าขนหนูมากดตรงแผลไว้ สักพักเลือดยังไหลไม่หยุด จึงตกลงว่าควรไปโรงพยาบาล จุดที่ผมโดนบาดนั้นอยู่ไกลประตูบ้าน ดังนั้นจึงพยายามเดินไปหน้าบ้าน แต่พอเกือบถึงประตู เลือดผมยังไหลไม่หยุด ผมเริ่มรู้สึกจะเป็นลมอย่างรวดเร็ว จึงบอกจอยว่าไม่ไหวแล้ว แล้วล้มตัวลงนอนบนพื้น วินาทีนั้น รู้สึกถึงความเป็นความตาย เพราะกำลังจะเป็นลมในขณะที่เลือดยังไม่หยุดไหล สิ่งที่ช่วยชีวิตในตอนนั้น คือยาหอมครับ จอยตักยาหอมใส่ปาก สักพักผมก็เริ่มมีสติ และเคี้ยวยาหอมไปด้วย (คุณแม่บอกทีหลังว่า ต้องเป็นยาหอมอย่างดีที่มีส่วนผสมของชะมดและหญ้าฟรั่น จึงจะใช้ได้) จากนั้นจอยนึกถึง DoctorMe โปรแกรมบน iPhone ที่ช่วยกันกับทีมทำขึ้นมา เป็นโปรแกรมให้ความรู้ในการดูแลตนเองจากอาการเจ็บป่วยทั่วไปและอุบัติเหตุที่ได้รับความนิยมมาก เปิดหัวข้ออุบัติเหตุขึ้นมา แล้วกดดูหัวข้อ ห้ามเลือด จึงรู้ว่าที่กดแผลไว้นัืนทำถูกต้องแล้ว จากนั้นจอยถามผมว่าเป็นอย่างไร ตอนนั้นเลือดไหลช้าลงแล้ว และรู้สึกดีขึ้น จึงบอกไปว่า ok แล้ว จอยจึงรีบลงไปตามยามมาช่วยกัน ยามแนะนำให้ไปแท็กซี่ เพราะรถพยาบาลจะช้าเกินไป พอยามขึ้นมาถึง พอก็พอเดินได้ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=guopai.wordpress.com&amp;blog=1309104&amp;post=459&amp;subd=guopai&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวานทำกระจกแตกบาดหลังมือ นิ้ว และข้อมือ เลยอยากเล่าประสบการณ์ตั้งแต่ตอนเริ่มเกิดจนถึงการรักษาให้ฟัง เผื่อใครเจอเหตุการณ์เช่นนี้อาจจะมีประโยชน์ครับ</p>
<p>กระจกที่แตกบาดมือผมนั้นมีความบางและเปราะ จึงคมและบาดลึก ตอนแรกรู้สึกเจ็บมาก ชนิดที่เจ็บกว่าอุบัติเหตุทั่วไปเช่นหกล้มหรือหัวแตกมากนัก เลือดไหลออกมาเป็นทางเลอะเสื้อผ้าและพื้นไปหมด ผมยืนอยู่ไม่ไหวจึงล้มตัวลงนอน คิดว่าจะทำให้เลือดไหลช้าลงได้บ้าง</p>
<p>จอยอยู่ตรงนั้นพอดี สิ่งแรกที่ทำคือนำกระดาษทิชชู่และผ้าขนหนูมากดตรงแผลไว้ สักพักเลือดยังไหลไม่หยุด จึงตกลงว่าควรไปโรงพยาบาล จุดที่ผมโดนบาดนั้นอยู่ไกลประตูบ้าน ดังนั้นจึงพยายามเดินไปหน้าบ้าน แต่พอเกือบถึงประตู เลือดผมยังไหลไม่หยุด ผมเริ่มรู้สึกจะเป็นลมอย่างรวดเร็ว จึงบอกจอยว่าไม่ไหวแล้ว แล้วล้มตัวลงนอนบนพื้น</p>
<p>วินาทีนั้น รู้สึกถึงความเป็นความตาย เพราะกำลังจะเป็นลมในขณะที่เลือดยังไม่หยุดไหล สิ่งที่ช่วยชีวิตในตอนนั้น คือยาหอมครับ จอยตักยาหอมใส่ปาก สักพักผมก็เริ่มมีสติ และเคี้ยวยาหอมไปด้วย (คุณแม่บอกทีหลังว่า ต้องเป็นยาหอมอย่างดีที่มีส่วนผสมของชะมดและหญ้าฟรั่น จึงจะใช้ได้)</p>
<p>จากนั้นจอยนึกถึง DoctorMe โปรแกรมบน iPhone ที่ช่วยกันกับทีมทำขึ้นมา เป็นโปรแกรมให้ความรู้ในการดูแลตนเองจากอาการเจ็บป่วยทั่วไปและอุบัติเหตุที่ได้รับความนิยมมาก เปิดหัวข้ออุบัติเหตุขึ้นมา แล้วกดดูหัวข้อ ห้ามเลือด จึงรู้ว่าที่กดแผลไว้นัืนทำถูกต้องแล้ว</p>
<p>จากนั้นจอยถามผมว่าเป็นอย่างไร ตอนนั้นเลือดไหลช้าลงแล้ว และรู้สึกดีขึ้น จึงบอกไปว่า ok แล้ว จอยจึงรีบลงไปตามยามมาช่วยกัน ยามแนะนำให้ไปแท็กซี่ เพราะรถพยาบาลจะช้าเกินไป พอยามขึ้นมาถึง พอก็พอเดินได้ พยุงกันมานั่งรอแท็กซี่ตรง lobby ด้านล่าง</p>
<p>พอแท็กซี่มา จึงพยุงกันเดินไปขึ้นรถ ระหว่างเดินจะเป็นลมอีกรอบ แต่ฮึดจนขึ้นรถสำเร็จ ไปโรงพยาบาลจุฬารัตน์ 1 แถวบางพลี ซึ่งอยู่ใกล้บ้าน ภายนอกเป็นโรงพยาบาลเล็กๆ แต่ภายในให้บริการดี เป็นมืออาชีพ ประทับใจในการดูแลของบุคลากรทางการแพทย์มาก</p>
<p>พอถึงโรงพยาบาล ลงตรงห้องฉุกเฉิน พยาบาลชื่อคุณธกฤษให้นอนบนเตียง และสำรวจบาดแผล ใช้น้ำเกลือล้าง และบอกว่าเส้นเอ็นฉีกขาด แต่ขาดเท่าไหร่ต้องให้คุณหมอศัลยกรรมตรวจ จึงรู้ตอนนั้นว่าต้องผ่าตัด จากนั้น พยาบาลพันแผลเบื้องต้น ฉีดยาป้องกันบาดทะยักให้ และเข็นไปห้องผ่าตัดรอคุณหมอมา</p>
<p>คุณหมอศัลยแพทย์ ชื่อคุณหมอทนงศักดิ์ ตั้งเนาวรัตน์ ต้องขับรถกลับเข้ามาอีกครั้งเพราะเพิ่งทำ case เสร็จไปเมื่อเช้า พอมาถึงก็ไม่พูดพล่ำทำเพลง ตรวจดูบาดแผล จากนั้น คุณหมอกับพยาบาลผู้ช่วยสองคน จึงเริ่มกระบวนการผ่าตัด โดยปิดหน้าผมก่อน จากนั้นฉีดยาชาเฉพาะจุดเข้าที่แผลหลายเข็ม ซึ่งยาชานั้นเวลาฉีดจะปวดมาก ระหว่างฉีดและทำการเย็บซ่อมแซมเอ็นหลังมือเข้าด้วยกัน คุณหมอชวนคุยตลอด ทำให้คลายความจดจ่อออกจากการผ่าตัดได้มาก ระหว่างผ่านั้นไม่รู้สึกอะไร ยกเว้นความเจ็บแผลที่นิ้วกลาง ซึ่งไม่ได้ฉีดยาชา และนิ้วก้อยที่กระตุกเป็นบางครั้งจากการตัดต่อ</p>
<p>พอเย็บเอ็นหลังมือ และเย็บปิดปากแผลจุดต่างๆ เสร็จ ก็เหลือแผลสุดท้ายตรงข้อนิ้วกลาง คุณหมอให้เลือกว่าจะฉีดยาชาก่อน หรือจะเย็บเลย เข็มเดียว ผมเลือกให้ลุยเย็บเลย พอพูดจบวินาทีเดียว คุณหมอก็แทงเข็มเข้าโดยไม่รีรอและรวดเร็ว ความรู้สึกเจ็บและเสียวนิดหน่อย แต่ดีกว่าการฉีดยาชามาก</p>
<p>จากนั้นพยาบาลก็พันแผลให้ และให้ลุกขึ้นจากเตียง ซึ่งทำได้ไม่มีปัญหาอะไร ไปนั่งรอจ่ายเงินและรับยา</p>
<p>ยาที่ได้ เป็นยาปฏิชีวนะ ซึ่งต้องกินจนหมด และยาแก้ปวด พร้อมใบนัดมาล้างแผลทุกวัน และนัดพบคุณหมอในอีกสองวันถัดไป</p>
<p>วันนี้เป็นวันแรกที่ไปล้างแผล พยาบาลบอกว่าแผลปิดดี สัก 1 อาทิตย์น่าจะตัดไหมได้ ระหว่างนี้ ผมศึกษาเพิ่มเติ่มเกี่ยวกับการผ่าตัดซ่อมแซมเอ็นหลังมือ พบว่า เรียกว่า extensor tendon repair operation ซึ่งรายละเอียดอ่านได้ที่นี่ http://emedicine.medscape.com/article/109111-overview#showall</p>
<p>สิ่งที่เรียนรู้จากเรื่องนี้<br />
- คนรักและคนใกล้ชิด ช่วยชีวิตได้ ถ้าไม่มีจอยอยู่ตรงนั้น อาจจะเลือดออกจนหมดสติ และตายไปแล้ว<br />
- ยาหอมช่วยชีวิต ทำให้ไม่หมดสติ แต่ต้องเป็นยาหอมที่มีส่วนผสมของชะมดและหญ้าฟรั่น ต้องขอบคุณแม่ที่ทำยาหอมไว้ติดบ้าน<br />
- DoctorMe ช่วยชีวิต บอกวิธีห้ามเลือด แต่ปุ่มปฐมพยาบาลยังกดได้ยาก ไม่เด่นชัดเพียงพอ ใช้เวลางมสักพัก คงต้องปรับปรุง<br />
- คุณหมอบอกว่า ร่างกายมนุษย์ไม่มีส่วนใดเลยที่ถ้าขาดไปแล้วจะทำงานไม่ได้ ร่างกายมีแผนสำรองเสมอ เป็นความรู้ไหม่จริงๆ ครับ และขอบคุณคุณหมอและพยาบาลที่รักษาให้อย่างดี รวดเร็ว เป็นมืออาชีพจริงๆ<br />
- ใช้มือข้างหนึ่งไม่ได้ ต้องปรับตัวและหาวิธีดำเนินชีวิต ช่วยตัวเองให้ได้มากที่สุด นึกถึงอุปกรณ์ต่างๆ ที่น่าจะออกแบบให้คนพิการใช้ได้ด้วย เช่น รถ กล้องถ่ายรูป ห้องน้ำ เป็นต้น<br />
- เหนือสิ่งอื่นใด คือไม่ประมาทและครองสติทุกเมื่อ จะได้ไม่เกิดปัญหาครับ</p>
<br />Filed under: <a href='http://guopai.wordpress.com/category/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/'>สุขภาพ</a> Tagged: <a href='http://guopai.wordpress.com/tag/%e0%b8%9b%e0%b8%90%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a5/'>ปฐมพยาบาล</a>, <a href='http://guopai.wordpress.com/tag/%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%94/'>ผ่าตัด</a>, <a href='http://guopai.wordpress.com/tag/%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%94/'>ห้ามเลือด</a>, <a href='http://guopai.wordpress.com/tag/%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%94/'>เอ็นขาด</a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/guopai.wordpress.com/459/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/guopai.wordpress.com/459/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/guopai.wordpress.com/459/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/guopai.wordpress.com/459/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/guopai.wordpress.com/459/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/guopai.wordpress.com/459/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/guopai.wordpress.com/459/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/guopai.wordpress.com/459/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/guopai.wordpress.com/459/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/guopai.wordpress.com/459/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/guopai.wordpress.com/459/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/guopai.wordpress.com/459/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/guopai.wordpress.com/459/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/guopai.wordpress.com/459/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=guopai.wordpress.com&amp;blog=1309104&amp;post=459&amp;subd=guopai&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://guopai.wordpress.com/2011/09/05/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%9b%e0%b8%90%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/996ed0cee2ef962ddfa3eaa731e0d0c2?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F1.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">guopai</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>วันแห่งการเริ่มต้น 3 เรื่องสำคัญ</title>
		<link>http://guopai.wordpress.com/2011/08/31/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99-3-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7/</link>
		<comments>http://guopai.wordpress.com/2011/08/31/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99-3-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 30 Aug 2011 18:03:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>guopai</dc:creator>
				<category><![CDATA[การเรียนรู้]]></category>
		<category><![CDATA[งาน]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมะ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://guopai.wordpress.com/2011/08/31/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99-3-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7/</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้เป็นวันที่เต็มไปด้วยเหตุการณ์สำคัญในชีวิต ที่เป็นเรื่องของการเริ่มต้นเพื่อกำหนดสิ่งที่จะตามมาในระยะยาว จึงจดไว้เตือนความจำ เรื่องแรก: ตอนเช้า แถลงข่าวเปิดตัว DoctorMe งานเชิงผลิตภัณฑ์ตัวแรกที่ผมเป็นผู้รับผิดชอบการพัฒนา เป็นจุดเริ่มต้นของแนวทางการทำงานที่เน้นผลิตภัณฑ์ที่เห็นประโยชน์เป็นรูปธรรม โดยคงได้มีโอกาสดูแลอีกหลายๆ เรื่องในอนาคต เรื่องที่สอง: ตอนเย็น ได้สร้างเครือข่ายนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ที่สนใจการสร้างนวัตกรรมทางสังคมที่เน้นเทคโนโลยี เป็นจุดเริ่มต้นที่น่าจะมีส่วนสำคัญในการกำหนดอนาคตของ ChangeTECH ซึ่งผมร่วมงานอยู่ เรื่องที่สาม: ตอนดึก กลับมาบ้าน พบว่าหนังสือ &#8220;ฝันอยากเป็นคนธรรมดา&#8221; ซึ่งเป็นหนังสือรวมข้อเขียนและภาพถ่ายของคุณพ่อ คุณชัยพงษ์ กิตตินราดร ที่คุณแม่เรียบเรียงขึ้นหลังคุณพ่อเสียชีวิต ได้ตีพิมพ์เป็นรูปเล่มเรียบร้อยสวยงามแล้ว หนังสือเล่มนี้ลุ่มลึก เต็มไปด้วยข้อคิดภายใต้ภาษาที่สละสลวย ประกอบกับภาพถ่ายที่คุณพ่อได้ถ่ายมาทั้งชีวิต การอ่านหนังสือเล่มนี้ไม่ว่าตอนไหนเวลาไหน จะทำให้ผู้อ่านหวนทบทวนคุณค่าและความหมายของการเกิดมาเป็นมนุษย์ วันนี้จึงเป็นวันที่ดี เหนื่อยยาก แต่มีค่า เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของหลายๆ สิ่งที่สร้างสรรค์และสวยงาม Filed under: การเรียนรู้, งาน, ธรรมะ<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=guopai.wordpress.com&amp;blog=1309104&amp;post=458&amp;subd=guopai&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วันนี้เป็นวันที่เต็มไปด้วยเหตุการณ์สำคัญในชีวิต ที่เป็นเรื่องของการเริ่มต้นเพื่อกำหนดสิ่งที่จะตามมาในระยะยาว จึงจดไว้เตือนความจำ</p>
<p>เรื่องแรก: ตอนเช้า แถลงข่าวเปิดตัว DoctorMe งานเชิงผลิตภัณฑ์ตัวแรกที่ผมเป็นผู้รับผิดชอบการพัฒนา เป็นจุดเริ่มต้นของแนวทางการทำงานที่เน้นผลิตภัณฑ์ที่เห็นประโยชน์เป็นรูปธรรม โดยคงได้มีโอกาสดูแลอีกหลายๆ เรื่องในอนาคต</p>
<p>เรื่องที่สอง: ตอนเย็น ได้สร้างเครือข่ายนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ที่สนใจการสร้างนวัตกรรมทางสังคมที่เน้นเทคโนโลยี เป็นจุดเริ่มต้นที่น่าจะมีส่วนสำคัญในการกำหนดอนาคตของ ChangeTECH ซึ่งผมร่วมงานอยู่</p>
<p>เรื่องที่สาม: ตอนดึก กลับมาบ้าน พบว่าหนังสือ &#8220;ฝันอยากเป็นคนธรรมดา&#8221; ซึ่งเป็นหนังสือรวมข้อเขียนและภาพถ่ายของคุณพ่อ คุณชัยพงษ์ กิตตินราดร ที่คุณแม่เรียบเรียงขึ้นหลังคุณพ่อเสียชีวิต ได้ตีพิมพ์เป็นรูปเล่มเรียบร้อยสวยงามแล้ว หนังสือเล่มนี้ลุ่มลึก เต็มไปด้วยข้อคิดภายใต้ภาษาที่สละสลวย ประกอบกับภาพถ่ายที่คุณพ่อได้ถ่ายมาทั้งชีวิต การอ่านหนังสือเล่มนี้ไม่ว่าตอนไหนเวลาไหน จะทำให้ผู้อ่านหวนทบทวนคุณค่าและความหมายของการเกิดมาเป็นมนุษย์</p>
<p>วันนี้จึงเป็นวันที่ดี เหนื่อยยาก แต่มีค่า เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของหลายๆ สิ่งที่สร้างสรรค์และสวยงาม</p>
<br />Filed under: <a href='http://guopai.wordpress.com/category/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89/'>การเรียนรู้</a>, <a href='http://guopai.wordpress.com/category/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/'>งาน</a>, <a href='http://guopai.wordpress.com/category/%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%b0/'>ธรรมะ</a>  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/guopai.wordpress.com/458/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/guopai.wordpress.com/458/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/guopai.wordpress.com/458/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/guopai.wordpress.com/458/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/guopai.wordpress.com/458/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/guopai.wordpress.com/458/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/guopai.wordpress.com/458/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/guopai.wordpress.com/458/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/guopai.wordpress.com/458/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/guopai.wordpress.com/458/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/guopai.wordpress.com/458/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/guopai.wordpress.com/458/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/guopai.wordpress.com/458/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/guopai.wordpress.com/458/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=guopai.wordpress.com&amp;blog=1309104&amp;post=458&amp;subd=guopai&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://guopai.wordpress.com/2011/08/31/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99-3-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/996ed0cee2ef962ddfa3eaa731e0d0c2?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F1.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">guopai</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>กว่าจะเป็น DoctorMe: iPhone App ฟรีเพื่อการดูแลสุขภาพตัวแรกของไทย</title>
		<link>http://guopai.wordpress.com/2011/08/20/%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99-doctorme-iphone-app-%e0%b8%9f%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://guopai.wordpress.com/2011/08/20/%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99-doctorme-iphone-app-%e0%b8%9f%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 20 Aug 2011 07:47:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>guopai</dc:creator>
				<category><![CDATA[งาน]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[DoctorMe]]></category>
		<category><![CDATA[iPhone]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://guopai.wordpress.com/?p=456</guid>
		<description><![CDATA[(Cross post จาก http://ictplan.thaihealth.or.th/?p=829) คนเราทุกคนล้วนมีปัญหาสุขภาพ บ่อยครั้งที่เราหรือคนในครอบครัวเจ็บป่วย ก็พยายามดูแลกันเอง บางทีก็ปล่อยให้หายเอง บางทีก็ไปซื้อยามากิน จนถึงกับไม่ไหวก็ต้องไปโรงพยาบาล แน่นอนว่าการช่วยตัวเองเรื่องสุขภาพเป็นเรื่องที่ทุกคนอยากทำได้เอง จะได้บรรเทาอาการ หายเร็ว อาการเจ็บป่วยหรือเหตุฉุกเฉินหลายๆ อย่าง ถ้าเรารู้วิธีการรับมือ ก็สามารถทำได้เองทันที แต่ปัญหาคือจะมีสักกี่คนที่จะมีความรู้พอที่จะดูแลตนเองและคนรอบข้างได้เมื่อถึงคราวจำเป็น ส่วนข้อมูลที่มีในปัจจุบัน ถ้าเป็นหนังสือก็ไม่ได้อยู่กับเราตลอดเวลา ใช้เวลานานกว่าจะค้นแนวทางการปฏิบัติตัวเจอ ส่วนจะหาในอินเทอร์เน็ต ก็ไม่มั่นใจว่าข้อมูลที่มีอยู่มหาศาลนั้นเชื่อถือได้หรือไม่ ในขณะเดียวกัน คนปัจจุบันนิยมใช้ smartphone ติดตัวไปทุกที่ เราใช้โทรศัพท์ทำทุกอย่าง ตั้งแต่โทร แชท เช็คอีเมล ค้นหาข้อมูล เข้าเครือข่ายสังคม ถ่ายรูป ฟังเพลง อ่านข่าว เล่นเกม ยังไม่นับแอปพลิเคชั่นเพิ่มเติมที่มีให้เลือกใช้นับแสน ตั้งแต่ดูทีวี แต่งรูป แชร์ภาพ เช็คอินสถานที่ อ่านหนังสือ ซื้อตั๋วหนัง สั่งพิซซ่า และอื่นๆ อีกมากมาย จะดีไหมถ้าเราสามารถแก้ปัญหาสุขภาพเบื้องต้นด้วยตนเอง โดยใช้ข้อมูลจากโทรศัพท์ที่เราติดตัวไปทุกที่และใช้ทำทุกอย่าง? DoctorMe เป็นแอปพลิเคชั่นที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบคำถามข้างต้น พวกเราซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ที่ชอบเทคโนโลยีและอยากแก้ปัญหาสังคม จึงสร้าง DoctorMe ขึ้นมา [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=guopai.wordpress.com&amp;blog=1309104&amp;post=456&amp;subd=guopai&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>(Cross post จาก <a href="http://ictplan.thaihealth.or.th/?p=829">http://ictplan.thaihealth.or.th/?p=829</a>)</p>
<div>
<p><a href="http://doctorme.in.th/"><img class="alignleft" style="margin-left:10px;margin-right:10px;" title="00-doctorme" src="http://ictplan.thaihealth.or.th/wp-content/uploads/00-doctorme.png" alt="DoctorMe iPhone App ฟรีเพื่อการดูแลสุขภาพตัวแรกของไทย" width="211" height="385" /></a></p>
<p>คนเราทุกคนล้วนมีปัญหาสุขภาพ บ่อยครั้งที่เราหรือคนในครอบครัวเจ็บป่วย ก็พยายามดูแลกันเอง บางทีก็ปล่อยให้หายเอง บางทีก็ไปซื้อยามากิน จนถึงกับไม่ไหวก็ต้องไปโรงพยาบาล</p>
<p>แน่นอนว่าการช่วยตัวเองเรื่องสุขภาพเป็นเรื่องที่ทุกคนอยากทำได้เอง จะได้บรรเทาอาการ หายเร็ว อาการเจ็บป่วยหรือเหตุฉุกเฉินหลายๆ อย่าง ถ้าเรารู้วิธีการรับมือ ก็สามารถทำได้เองทันที แต่ปัญหาคือจะมีสักกี่คนที่จะมีความรู้พอที่จะดูแลตนเองและคนรอบข้างได้เมื่อถึงคราวจำเป็น ส่วนข้อมูลที่มีในปัจจุบัน ถ้าเป็นหนังสือก็ไม่ได้อยู่กับเราตลอดเวลา ใช้เวลานานกว่าจะค้นแนวทางการปฏิบัติตัวเจอ ส่วนจะหาในอินเทอร์เน็ต ก็ไม่มั่นใจว่าข้อมูลที่มีอยู่มหาศาลนั้นเชื่อถือได้หรือไม่</p>
<p>ในขณะเดียวกัน คนปัจจุบันนิยมใช้ smartphone ติดตัวไปทุกที่ เราใช้โทรศัพท์ทำทุกอย่าง ตั้งแต่โทร แชท เช็คอีเมล ค้นหาข้อมูล เข้าเครือข่ายสังคม ถ่ายรูป ฟังเพลง อ่านข่าว เล่นเกม ยังไม่นับแอปพลิเคชั่นเพิ่มเติมที่มีให้เลือกใช้นับแสน ตั้งแต่ดูทีวี แต่งรูป แชร์ภาพ เช็คอินสถานที่ อ่านหนังสือ ซื้อตั๋วหนัง สั่งพิซซ่า และอื่นๆ อีกมากมาย</p>
<p><strong>จะดีไหมถ้าเราสามารถแก้ปัญหาสุขภาพเบื้องต้นด้วยตนเอง โดยใช้ข้อมูลจากโทรศัพท์ที่เราติดตัวไปทุกที่และใช้ทำทุกอย่าง?</strong></p>
<p>DoctorMe เป็นแอปพลิเคชั่นที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบคำถามข้างต้น พวกเราซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ที่ชอบเทคโนโลยีและอยากแก้ปัญหาสังคม จึงสร้าง DoctorMe ขึ้นมา โดยมีสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นผู้สนับสนุน ส่วนทีมที่คิดและพัฒนา คือสถาบัน ChangeFusion และบริษัท โอเพ่นดรีม จำกัด ร่วมกับมูลนิธิหมอชาวบ้านซึ่งเป็นผู้ให้เนื้อหามาลงในแอปพลิเคชั่น</p>
<p><strong>เริ่มจากศูนย์</strong></p>
<p>ถึงแม้พวกเราจะคุ้นเคยกับเว็บและระบบข้อมูลที่แสดงผลผ่านจอคอมพิวเตอร์ แต่พอมาถึงแอปพลิเคชั่นบนอุปกรณ์เคลื่อนที่เช่นมือถือ ก็เป็นเรื่องใหม่ที่เรามีประสบการณ์น้อยมากในช่วงเริ่มแรก</p>
<p>การสร้าง DoctorMe เริ่มต้นด้วยแนวคิดกว้างๆ ว่าอยากทำแอปที่ช่วยให้คนดูแลสุขภาพด้วยตนเอง ติดตัวไปทุกที่ ใช้งานได้ง่ายที่สุด เร็วที่สุด โดยไม่จำเป็นต้องต่ออินเทอร์เน็ต เป็นเหมือนคู่มือที่พร้อมใช้ ทั้งเมื่อตนเองหรือคนรอบข้างเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ เช่นเป็นหวัด ปวดหัว ท้องเสีย หรือเจอเหตุฉุกเฉินเช่นตกน้ำ บาดแผล กระดูกหัก หรือต้องปั๊มหัวใจช่วยชีวิต</p>
<p>เราเริ่มด้วยการสำรวจสถานการณ์และตลาดของผู้ใช้ smartphone โดยเลือกสำรวจกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ใช้ไอโฟน พบว่าส่วนมากไม่นิยมจ่ายเงินซื้อแอป และใช้แอปอยู่ไม่กี่ประเภท เช่น ถ่ายรูป เครือข่ายสังคม และเล่นเกม แต่ข้อที่น่าสนใจ คือส่วนมากนิยมหาแอปใหม่ๆ มาลอง และถ้าใช้ได้ดี ตอบความต้องการได้ ก็จะเก็บไว้ใช้</p>
<p>￼<a href="http://ictplan.thaihealth.or.th/wp-content/uploads/01-research.jpg"><img title="01-research" src="http://ictplan.thaihealth.or.th/wp-content/uploads/01-research-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p>ในขณะเดียวกัน ทีมออกแบบก็ไปศึกษาแนวทางการออกแบบแอปพลิเคชั่นบน iPhone ซึ่งถือว่าเป็น Platform ที่ได้รับความนิยม และคนรุ่นใหม่ใช้มากในขณะนี้ เราไปหาตัวอย่างแอปดีๆ และน่าสนใจที่มีอยู่แล้ว และหาหนังสือเกี่ยวกับการออกแบบ iPhone App มาอ่าน</p>
<p>￼<a href="http://ictplan.thaihealth.or.th/wp-content/uploads/02-books.jpg"><img title="02-books" src="http://ictplan.thaihealth.or.th/wp-content/uploads/02-books-300x224.jpg" alt="" width="300" height="224" /></a></p>
<p>จากนั้น เราเริ่มออกแบบเค้าโครง ว่าแอปนี้จะทำอะไรได้ หน้าตาเบื้องต้นเป็นอย่างไร กดอะไรไปไหน นี่คือหน้าตาแรกสุดของแอปนี้</p>
<p>￼<a href="http://ictplan.thaihealth.or.th/wp-content/uploads/03-concept.jpg"><img title="03-concept" src="http://ictplan.thaihealth.or.th/wp-content/uploads/03-concept-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p>ในขณะเดียวกัน แอปพลิเคชั่นต้องมีเนื้อหา เราได้ลองสำรวจดู และพบว่าเนื้อหาที่น่าจะเหมาะกับประชาชนทั่วไป น่าจะอยู่ที่มูลนิธิหมอชาวบ้านซึ่งเราเคยร่วมงานกันมาแล้วในการพัฒนาเว็บไซต์หมอชาวบ้าน (http://doctor.or.th) จนเพิ่มยอดคนเข้าจากวันละหลักสิบเป็นหลายพัน เราเข้าไปคุยกับคุณณีน้อย ปิติเจริญ ผู้จัดการมูลนิธิหมอชาวบ้าน พี่ณีน้อยได้แนะนำให้รู้จักกับ รศ.นพ.สุรเกียรติ อาชานานุภาพ ผู้เขียนหนังสือคู่มือการตรวจวินิจฉัยโรค คู่มือหมอชาวบ้าน และเจ้าของคอลัมน์สารานุกรมทันโรคในนิตยสารหมอชาวบ้าน คุณหมอสุรเกียรติได้เสนอให้นำเนื้อหาในคู่มือหมอชาวบ้าน ไปดัดแปลงใส่ลงในแอป ซึ่งประกอบด้วยการดูแลตนเองจากอาการเจ็บป่วยเบื้องต้น การปฐมพยาบาล ข้อมูลการใช้ยาและสมุนไพร ทีมงานในภายหลังได้ขออนุญาตนำข้อมูลเกี่ยวกับโรคต่างๆ เกือบ 90 โรค จากสารานุกรมทันโรค เข้ามาประกอบด้วย โดยเชื่อมโยงเนื้อหาเข้ากับเนื้อหาเกี่ยวกับอาการในหนังสือคู่มือหมอชาวบ้าน ทำให้ข้อมูลทั้งหมดมีกว่า 200 รายการ</p>
<p>ตลอด 4 เดือนที่พัฒนาเนื้อหา ทีมงานได้ทำงานร่วมกับคุณหมอสุรเกียรติในการเชื่อมโยงเนื้อหาระหว่างอาการกับรายละเอียดของโรค รวมทั้งได้ปรับปรุง แก้ไขเนื้อหาให้ทันสมัยยิ่งขึ้น จนกลายเป็นเนื้อหาที่เห็นในแอปในปัจจุบัน คุณหมอสุรเกียรติ ยังวางแผนจะเขียนเนื้อหาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยจะนำมาอัปเดตในแอปอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><strong>ลงมือพัฒนา</strong></p>
<p>กลับมาถึงเรื่องการพัฒนาโปรแกรม ขั้นตอนต่อมาก็นำโครงร่างมาเขียนในคอมพิวเตอร์ เป็นโครงร่างอย่างละเอียด</p>
<p>￼<a href="http://ictplan.thaihealth.or.th/wp-content/uploads/04-first_mockup.png"><img title="04-first_mockup" src="http://ictplan.thaihealth.or.th/wp-content/uploads/04-first_mockup-300x211.png" alt="" width="300" height="211" /></a></p>
<p>พอได้โครงร่าง ทีมโปรแกรมก็เริ่มเขียนโปรแกรม จุดที่สำคัญในขั้นนี้ คือเรื่องเนื้อหา ซึ่งทีมโปรแกรมต้องหาวิธีให้ทีมเนื้อหานำข้อมูลมาใส่ จึงพัฒนาเว็บแอปขึ้นมาพิเศษเพื่อใส่ข้อมูลเนื้อหา โดยออกแบบช่องและวิธีการใส่ให้รองรับโครงสร้างเนื้อหา ซึ่งต้องมีการเชื่อมโยง แนะนำเนื้อหา การจัดหมวดหมู่อาการออกตามโซนร่างกายที่เกิดอาการ และรายละเอียดอื่นๆ อีกมากมาย เว็บแอปนี้จะเก็บข้อมูลทั้งหมดลงในระบบฐานข้อมูล ที่เชื่อมกับฐานข้อมูลของแอป เพื่อให้สามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมข้อมูลได้โดยสะดวกในอนาคต</p>
<p>￼<a href="http://ictplan.thaihealth.or.th/wp-content/uploads/05-webform.png"><img title="05-webform" src="http://ictplan.thaihealth.or.th/wp-content/uploads/05-webform-300x252.png" alt="" width="300" height="252" /></a></p>
<p>จากนี้ไป กระบวนการพัฒนาจะคู่ขนานกันไป ระหว่างการพัฒนาโปรแกรม กับการพัฒนาเนื้อหา โดยจะมีการเชื่อมกันตลอด ผ่านการ Workshop ร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ</p>
<p>ในส่วนการพัฒนาโปรแกรม ความท้าทายหลักคือการออกแบบส่วนติดต่อกับผู้ใช้ (User Interface) ให้ใช้งานง่าย เป็นธรรมชาติ และเข้าถึงข้อมูลได้จริง และมีเสถียรภาพ ไม่หลุดจากโปรแกรม ทั้งหมดเพื่อให้ผู้ใช้สามารถได้ประโยชน์จริงๆ จากการใช้ ไม่ว่าผู้ใช้จะชอบกดดู (Browse) หรือพิมพ์คำค้น (Search) นอกจากนั้น ยังต้องใส่ใจรายละเอียดเกี่ยวกับการแสดงผลเนื้อหาให้ดูสวยงาม เรียบร้อย</p>
<p>￼<a href="http://ictplan.thaihealth.or.th/wp-content/uploads/06-UI-design.jpg"><img title="06-UI-design" src="http://ictplan.thaihealth.or.th/wp-content/uploads/06-UI-design-223x300.jpg" alt="" width="223" height="300" /></a></p>
<p>ซึ่งเชื่อมโยงกับส่วนการพัฒนาเนื้อหา ซึ่งทีมเนื้อหาได้แปลงเนื้อหาทั้งหมดเป็นดิจิทัล ตรวจ Proof ความถูกต้องและการจัดรูปแบบอย่างละเอียด (เฉพาะกระบวนการนี้กินเวลาเกือบ 2 เดือน) และนำเอาเนื้อหาเข้าระบบเว็บฟอร์มทีละชิ้น โดยต้องตรวจ Proof และรูปแบบอีกรอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จะต้องใส่ใจในการจัดรูปแบบเนื้อหาให้ได้มาตรฐาน HTML เช่น การใส่ย่อหน้า ลำดับชั้นของเนื้อหา List แบบ Bullet และตัวเลข เพื่อให้เนื้อหาดูสวยงาม เป็นระเบียบ และยังทำให้เครื่องอ่าน Screen Reader อ่านเนื้อหาให้คนตาบอดฟังได้อย่างถูกต้องด้วย สิ่งที่สำคัญอีกเรื่อง คือการเชื่อมโยงเนื้อหา ซึ่งใช้วิธีพิเศษ ที่ทีมงานต้องละเอียดกับความถูกต้องของอักขระชนิดห้ามขาดห้ามเกินแม้แต่ตัวเดียว</p>
<p>ในส่วนภาพประกอบ ทีมงานต้องวาดใหม่ทั้งหมด โดยคัดลอกจากต้นฉบับ เพราะภาพต้นฉบับความละเอียดไม่เพียงพอ และมีสีสันไม่สวยงาม</p>
<p>เมื่อเนื้อหาทั้งหมดถูกนำขึ้นและตรวจสอบเสร็จแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการโฟกัสเรื่อง Design โดยเฉพาะหน้าตาของหน้าแรก โทนสี กราฟฟิกในส่วนต่างๆ โดยมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ 1 ครั้ง เพื่อปรับหน้าตาให้ดูเป็นมิตร สบายๆ มากกว่าเดิมซึ่งดูเป็นวิชาการ เป็นหมอมากเกินไป</p>
<p>￼<a href="http://ictplan.thaihealth.or.th/wp-content/uploads/07-second_mockup.png"><img title="07-second_mockup" src="http://ictplan.thaihealth.or.th/wp-content/uploads/07-second_mockup-200x300.png" alt="" width="200" height="300" /></a><br />
หน้าตาเดิม</p>
<p><a href="http://ictplan.thaihealth.or.th/wp-content/uploads/08-final.png"><img title="08-final" src="http://ictplan.thaihealth.or.th/wp-content/uploads/08-final.png" alt="" width="614" height="393" /></a></p>
<p>หน้าตาใหม่</p>
<p>ในระหว่างการพัฒนา ทีมงานได้รายงานกับคณะกรรมการของ สสส. ที่ดูแลแผนงานนี้เป็นระยะ และนำความเห็นของกรรมการเข้ามาประกอบการออกแบบและพัฒนา</p>
<p>จากนั้น มาถึงขั้นตอนสุดท้าย คือการทดสอบโดยรวมก่อนเปิดให้ดาวน์โหลด เน้นการทดสอบประสิทธิภาพ ตรวจหา Bug และหาช่องว่างหรือข้อผิดพลาดอื่นๆ (ซึ่งพบเรื่อยๆ) และนำไปแก้ไขจนดีพอที่จะส่งให้ Apple ตรวจพิจารณาให้ปล่อยดาวน์โหลดได้ ซึ่ง Apple ก็ให้ผ่านตั้งแต่ครั้งแรกที่่ส่งตรวจ</p>
<p><strong>เสียงตอบรับ</strong></p>
<p>ทีมบริหาร ทีมออกแบบ และทีมพัฒนาโปรแกรม ได้ทำงานร่วมกับทีมการตลาด ในการวางแผนการตลาดของแอป DoctorMe โดยได้ฝ่าย CSR ของบริษัท DTAC เป็นที่ปรึกษา โดยทาง DTAC ได้ให้คำแนะนำว่าให้เพิ่ม Feature ที่ใช้ประโยชน์จากเครือข่าย 3G เช่นการดูคลิปวิธีการปฐมพยาบาล ทำให้ผู้ใช้จะสามารถเข้าใจวิธีการได้ง่ายกว่าการอ่านแต่อย่างเดียว โดยเฉพาะในเรื่องที่ต้องใช้เทคนิควิธีการในการปฏิบัติ ซึ่งปัจจุบัน ทีมงานกำลังเตรียมเนื้อหาใหม่นี้เพื่อเสริมเข้าไปในแอป จากนั้นจึงจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยในปัจจุบันให้ดาวน์โหลดเป็นเวอร์ชั่นทดลองใช้ก่อน และกำลังเก็บความคิดเห็นจากผู้ใช้ในวงกว้างเพื่อนำมาพัฒนาเป็นตัวสมบูรณ์</p>
<p>ภายหลังการเปิดให้ดาวน์โหลดรุ่นทดสอบ พบว่ามีผู้สนใจจำนวนมาก ภายในไม่กี่ชั่วโมง DoctorMe ได้เป็น iPhone App ฟรีอันดับ 1 ในหมวด Health &amp; Fitness และในวันถัดไปได้อยู่อันดับที่ 3 เมื่อคิดรวมจากทุกหมวด (ไต่มาจากอันดับ 185, 75, 9, และ 8 ในวันก่อนหน้า) โดยได้คะแนนโหวตเฉลี่ยเต็ม 5 ดาว (ณ วันที่ 20 สิงหาคม 2554) ซึ่งน่ายินดีมากว่ามีผู้ให้ความสนใจจำนวนมากและเห็นว่าเป็นแอปที่มีประโยชน์และมีคุณภาพ</p>
<p>￼<a href="http://ictplan.thaihealth.or.th/wp-content/uploads/09-top-health.png"><img title="09-top-health" src="http://ictplan.thaihealth.or.th/wp-content/uploads/09-top-health-300x87.png" alt="" width="300" height="87" /></a><br />
อันดับ 1 ในหมวด Health &amp; Fitness</p>
<p>￼<a href="http://ictplan.thaihealth.or.th/wp-content/uploads/10-third-overall.png"><img title="10-third-overall" src="http://ictplan.thaihealth.or.th/wp-content/uploads/10-third-overall-300x161.png" alt="" width="300" height="161" /></a><br />
อันดับที่ 3 รวมจากทุกหมวด</p>
<p>￼<a href="http://ictplan.thaihealth.or.th/wp-content/uploads/11-five-star.png"><img title="11-five-star" src="http://ictplan.thaihealth.or.th/wp-content/uploads/11-five-star-188x300.png" alt="" width="188" height="300" /></a><br />
ได้คะแนนเฉลี่ยห้าดาวเต็ม</p>
<p><strong>อนาคต</strong></p>
<p>DoctorMe เป็นก้าวแรกขององค์กรบริการสาธารณะอย่าง สสส. ที่ให้บริการเครื่องมือทางเทคโนโลยีสำหรับประชาชนอย่างแพร่หลาย โดยใช้วิธีการทำงานแบบสร้างนวัตกรรมร่วมกันกับเครือข่ายและผู้สนใจ พวกเราหวังว่า แอปพลิเคชั่นลักษณะนี้น่าจะให้ประโยชน์โดยตรงแก่ประชาชน โดยมีแผนจะขยายไปยัง Platform อื่น เช่น Android และเว็บไซต์ทั่วไป ทำให้คนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงได้ และจะขยายความสามารถให้ตอบสนองความท้าทายด้านสุขภาพได้ดีขึ้น เช่น การสามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลตนเองที่สอดคล้องกับอาการเจ็บป่วยที่มีอยู่แล้วหรือ Lifestyle ของผู้ใช้ได้ รวมทั้งการสร้างกิจกรรมบนระบบดิจิทัลที่ช่วยกระตุ้น ส่งเสริม ให้ประชาชนมีวิถีชีวิตที่สร้างเสริมสุขภาพทั้งทางกาย การใจ ทางปัญญา และของทั้งสังคม</p>
<p><a href="http://doctorme.in.th/">ดาวน์โหลด DoctorMe ได้แล้ววันนี้ ฟรี ที่นี่ครับ</a></p>
</div>
<br />Filed under: <a href='http://guopai.wordpress.com/category/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/'>งาน</a>, <a href='http://guopai.wordpress.com/category/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/'>สุขภาพ</a>, <a href='http://guopai.wordpress.com/category/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5/'>เทคโนโลยี</a> Tagged: <a href='http://guopai.wordpress.com/tag/doctorme/'>DoctorMe</a>, <a href='http://guopai.wordpress.com/tag/iphone/'>iPhone</a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/guopai.wordpress.com/456/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/guopai.wordpress.com/456/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/guopai.wordpress.com/456/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/guopai.wordpress.com/456/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/guopai.wordpress.com/456/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/guopai.wordpress.com/456/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/guopai.wordpress.com/456/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/guopai.wordpress.com/456/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/guopai.wordpress.com/456/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/guopai.wordpress.com/456/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/guopai.wordpress.com/456/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/guopai.wordpress.com/456/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/guopai.wordpress.com/456/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/guopai.wordpress.com/456/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=guopai.wordpress.com&amp;blog=1309104&amp;post=456&amp;subd=guopai&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://guopai.wordpress.com/2011/08/20/%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99-doctorme-iphone-app-%e0%b8%9f%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/996ed0cee2ef962ddfa3eaa731e0d0c2?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F1.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">guopai</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://ictplan.thaihealth.or.th/wp-content/uploads/00-doctorme.png" medium="image">
			<media:title type="html">00-doctorme</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://ictplan.thaihealth.or.th/wp-content/uploads/01-research-300x225.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">01-research</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://ictplan.thaihealth.or.th/wp-content/uploads/02-books-300x224.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">02-books</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://ictplan.thaihealth.or.th/wp-content/uploads/03-concept-300x225.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">03-concept</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://ictplan.thaihealth.or.th/wp-content/uploads/04-first_mockup-300x211.png" medium="image">
			<media:title type="html">04-first_mockup</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://ictplan.thaihealth.or.th/wp-content/uploads/05-webform-300x252.png" medium="image">
			<media:title type="html">05-webform</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://ictplan.thaihealth.or.th/wp-content/uploads/06-UI-design-223x300.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">06-UI-design</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://ictplan.thaihealth.or.th/wp-content/uploads/07-second_mockup-200x300.png" medium="image">
			<media:title type="html">07-second_mockup</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://ictplan.thaihealth.or.th/wp-content/uploads/08-final.png" medium="image">
			<media:title type="html">08-final</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://ictplan.thaihealth.or.th/wp-content/uploads/09-top-health-300x87.png" medium="image">
			<media:title type="html">09-top-health</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://ictplan.thaihealth.or.th/wp-content/uploads/10-third-overall-300x161.png" medium="image">
			<media:title type="html">10-third-overall</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://ictplan.thaihealth.or.th/wp-content/uploads/11-five-star-188x300.png" medium="image">
			<media:title type="html">11-five-star</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ทำไมการเกิดถึงเป็นทุกข์?</title>
		<link>http://guopai.wordpress.com/2011/07/20/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%82/</link>
		<comments>http://guopai.wordpress.com/2011/07/20/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%82/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 19 Jul 2011 18:05:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator>guopai</dc:creator>
				<category><![CDATA[ธรรมะ]]></category>
		<category><![CDATA[ไตรลักษณ์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://guopai.wordpress.com/?p=452</guid>
		<description><![CDATA[ในพระพุทธศาสนา การที่เราจะพ้นจากความทุกข์ได้ ต้องเข้าใจกฏธรรมชาติ 3 ประการ หรือกฏไตรลักษณ์ อันได้แก่ อนิจจัง (ความไม่เที่ยง), ทุกขัง (ความเป็นทุกข์), และอนัตตา (ความไม่มีตัวตน) และมองเห็นธรรมชาติทั้งสามประการนี้ในทุกสิ่ง ตั้งแต่เริ่มศึกษาพุทธศาสนาเป็นต้นมา ผมพบว่าธรรมชาติสามประการนี้ ข้อที่เข้าใจได้ไม่ยาก คืออนิจจัง เพราะเราสามารถเข้าใจได้ด้วยเหตุผล ว่าสิ่งต่างๆ เปลี่ยนแปลงไม่มีทางหยุดนิ่ง หรือถ้าฝึกวิปัสสนา ก็จะ &#8220;เห็น&#8221; ความไม่หยุดนิ่ง เปลี่ยนแปลงเสมอของสิ่งต่างๆ โดยเฉพาะร่างกายและจิตใจของเราอย่างถ่องแท้ ส่วนเรื่องอนัตตา ถึงแม้จะเข้าใจยากขึ้นอีกนิด ก็ไม่ยากจนเกินไป เพราะเมื่อเข้าใจอนิจจังแล้ว ย่อมเข้าใจและเห็นต่อได้ ว่าการที่สิ่งต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ตามเหตุปัจจัย หมายถึงไม่มีอะไรคงอยู่เป็นรูปเป็นร่าง เป็นตัวเป็นตนได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว แต่ยังมีอีกข้อที่เหลือ คือทุกขัง หรือการเกิดนั่นเป็นทุกข์ ที่ทำอย่างไรผมก็ไม่สามารถเข้าใจหรือมองเห็นได้ชัดๆ เสียทีเดียว การเกิดจะเป็นทุกข์ &#8220;เสมอไป&#8221; ได้อย่างไร ในเมื่อชีวิตของเราต้องเจอทั้งทุกข์ ทั้งสุข ผสมปนเปกันไป ในเวลาที่เราทุกข์ นั่นเราสัมผัสได้ แต่ในเวลาที่เรามีความสุข เราก็สัมผัสได้ถึงความสุข ประสบกับมันตรงหน้า จะทุกข์ไปได้อย่างไร? แต่เมื่อไม่นานมานี้ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=guopai.wordpress.com&amp;blog=1309104&amp;post=452&amp;subd=guopai&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ในพระพุทธศาสนา การที่เราจะพ้นจากความทุกข์ได้ ต้องเข้าใจกฏธรรมชาติ 3 ประการ หรือกฏไตรลักษณ์ อันได้แก่ อนิจจัง (ความไม่เที่ยง), ทุกขัง (ความเป็นทุกข์), และอนัตตา (ความไม่มีตัวตน) และมองเห็นธรรมชาติทั้งสามประการนี้ในทุกสิ่ง</p>
<p>ตั้งแต่เริ่มศึกษาพุทธศาสนาเป็นต้นมา ผมพบว่าธรรมชาติสามประการนี้ ข้อที่เข้าใจได้ไม่ยาก คืออนิจจัง เพราะเราสามารถเข้าใจได้ด้วยเหตุผล ว่าสิ่งต่างๆ เปลี่ยนแปลงไม่มีทางหยุดนิ่ง หรือถ้าฝึกวิปัสสนา ก็จะ &#8220;เห็น&#8221; ความไม่หยุดนิ่ง เปลี่ยนแปลงเสมอของสิ่งต่างๆ โดยเฉพาะร่างกายและจิตใจของเราอย่างถ่องแท้ ส่วนเรื่องอนัตตา ถึงแม้จะเข้าใจยากขึ้นอีกนิด ก็ไม่ยากจนเกินไป เพราะเมื่อเข้าใจอนิจจังแล้ว ย่อมเข้าใจและเห็นต่อได้ ว่าการที่สิ่งต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ตามเหตุปัจจัย หมายถึงไม่มีอะไรคงอยู่เป็นรูปเป็นร่าง เป็นตัวเป็นตนได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว</p>
<p>แต่ยังมีอีกข้อที่เหลือ คือทุกขัง หรือการเกิดนั่นเป็นทุกข์ ที่ทำอย่างไรผมก็ไม่สามารถเข้าใจหรือมองเห็นได้ชัดๆ เสียทีเดียว การเกิดจะเป็นทุกข์ &#8220;เสมอไป&#8221; ได้อย่างไร ในเมื่อชีวิตของเราต้องเจอทั้งทุกข์ ทั้งสุข ผสมปนเปกันไป ในเวลาที่เราทุกข์ นั่นเราสัมผัสได้ แต่ในเวลาที่เรามีความสุข เราก็สัมผัสได้ถึงความสุข ประสบกับมันตรงหน้า จะทุกข์ไปได้อย่างไร?</p>
<p>แต่เมื่อไม่นานมานี้ ผมคิดว่าผมเริ่มค้นพบคำตอบ ว่าทำไมการเกิดจึงเป็นทุกข์ วิธีการเห็นความจริงข้อนี้ คือลองมองดูว่า เมื่อคนเราเกิดมา เราต้องใช้ความพยายามมากมาย เพื่อทำให้มีชีวิตรอด เพื่อรักษาสมดุลให้ชีวิตนี้อยู่ไปได้ เราต้องหาอะไรมากินให้ได้วันละสามมื้อ ต้องหาเครื่องแต่งตัวทำให้ร่างกายไม่หนาวหรือไม่ร้อนเกินไป ต้องหาที่อยู่ที่ไม่ใกล้เมืองนักเพราะมลภาวะเยอะ แต่ก็ไม่ไกลเกินไปจนเดินทางไม่สะดวก ต้องคอยออกกำลังกายเพื่อล้างพลังงานสะสมส่วนเกินที่ได้จากการกิน (ซึ่งก็เป็นเรื่องที่จะเป็นอีกนั่นล่ะ) ต้องทำงานเพื่อให้ได้เงินมาเลี้ยงชีวิต ต้องหาอุปกรณ์เครื่องใช้มาประกอบการทำงาน ต้องเรียนให้สูงๆ จะได้เป็นทุนในอนาคต ต้องคอยศึกษาหาความรู้เพื่อให้ทันการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ</p>
<p>ชีวิตคนเราตั้งแต่เกิดมา อยู่เฉยๆ ไม่ได้เลย ต้องถูกเหตุปัจจัยบังคับให้ต้องทำโน่นทำนี่ตลอด และทุกสิ่งที่ทำ ก็เพื่อให้ตัวเองพ้นทุกข์ มีชีวิตรอด ทำด้วยแรงผลักดันจากสองสิ่งเท่านั้น คือความกลัว และความอยาก</p>
<p>การเกิดมาของคนเรา มีเหตุมีที่มาที่เราควบคุมไม่ได้ มองไม่เห็น พอเกิดมาแล้ว ก็ถูกผลักดันด้วยความกลัวและความอยาก ทำสิ่งต่างๆ อยู่ตลอดเวลา คนที่ทำอ่อนเกินไป ก็จะยังพบกับความทุกข์เพราะไม่สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ ส่วนคนที่ทำมากเกินไป ก็พบกับความทุกข์เช่นกัน เพราะไปสร้างความอยากและความขัดแย้งต่อไม่รู้จักจบ</p>
<p>แต่คนที่มีปัญญา เมื่อเกิดมาพบกับความทุกข์แล้ว ย่อมดำเนินชีวิตบนทางสายกลาง เพราะทางสายกลาง เป็นทางที่ทำให้ดับทุกข์ได้มากที่สุด และสร้างทุกข์ใหม่น้อยที่สุด ทางสายกลางเป็นจุดสมดุลที่ละเอียดอ่อน ระหว่างการกระทำที่อ่อนและแข็งจนเกินไป จุดสมดุลนี้เข้าถึงได้ยาก เพราะมันอยู่บนเส้นบางๆ แต่เมื่อเข้าถึงด้วยสติปัญญาแล้ว จะทำให้ชีวิตเบาสบายและมีโอกาสพ้นทุกข์อย่างแท้จริงได้มากที่สุด</p>
<p>การเกิดมาพบกับความทุกข์ เราไม่สามารถเลือกและกำหนดได้ แต่สิ่งที่เราทำได้ คือการเลือกใช้ชีวิตให้สมดุล บนเงื่อนไข เหตุ ปัจจัย สภาพแวดล้อมของแต่ละคน เพื่อลดความทุกข์จากการเกิดมาให้ได้มากที่สุด จนไปถึงการพ้นทุกข์ในที่สุด เมื่อคนคนนั้นมองเห็นความไม่เที่ยง ความเป็นทุกข์ดีพอ จนทำให้ละสิ่งที่ละยากที่สุด นั่นคือตัวตนของเรานั่นเอง</p>
<br />Filed under: <a href='http://guopai.wordpress.com/category/%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%b0/'>ธรรมะ</a> Tagged: <a href='http://guopai.wordpress.com/tag/%e0%b9%84%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b9%8c/'>ไตรลักษณ์</a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/guopai.wordpress.com/452/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/guopai.wordpress.com/452/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/guopai.wordpress.com/452/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/guopai.wordpress.com/452/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/guopai.wordpress.com/452/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/guopai.wordpress.com/452/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/guopai.wordpress.com/452/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/guopai.wordpress.com/452/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/guopai.wordpress.com/452/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/guopai.wordpress.com/452/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/guopai.wordpress.com/452/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/guopai.wordpress.com/452/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/guopai.wordpress.com/452/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/guopai.wordpress.com/452/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=guopai.wordpress.com&amp;blog=1309104&amp;post=452&amp;subd=guopai&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://guopai.wordpress.com/2011/07/20/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%82/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/996ed0cee2ef962ddfa3eaa731e0d0c2?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F1.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">guopai</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>เจริญสติด้วยการกิน</title>
		<link>http://guopai.wordpress.com/2011/06/20/%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%8d%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://guopai.wordpress.com/2011/06/20/%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%8d%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 20 Jun 2011 15:33:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>guopai</dc:creator>
				<category><![CDATA[ธรรมะ]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[กินอย่างมีสติ]]></category>
		<category><![CDATA[เจริญสติ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://guopai.wordpress.com/?p=447</guid>
		<description><![CDATA[การกินอย่างมีสติเป็นวิธีฝึกสติวิธีหนึ่งที่เรียบง่าย ทำได้ทุกครั้งเมื่อกินอะไรก็ตาม อีกทั้งยังได้สุขภาพที่ดีและรสชาติที่แท้จริงของอาหาร วิธีการก็ง่ายมาก ทุกคำที่เคี้ยว ให้เคี้ยวอย่างต่ำ 50 ครั้งแล้วจึงกลืน ระหว่างที่เคี้ยวสังเกตรสชาติ สัมผัส และกลิ่นของอาหาร จะเห็นว่าเมื่อเคี้ยวสักครั้งที่ 30-40 เป็นต้นไป รส สัมผัส และกลิ่นที่ละเอียดจะถูกเปิดเผยออกมาอย่างที่ไม่เคยรับรู้มาก่อน ด้วยวิธีนี้ เราจะไม่จำเป็นต้องกินอาหารรสจัดหรืออาหารที่ปรุงแต่งมาก เพราะเมื่อเคี้ยวไปมากๆ อาหารปรุงแต่งจะเปิดเผยรส กลิ่น สัมผัสแบบสังเคราะห์และหยาบออกมา ตรงกันข้ามกับอาหารธรรมชาติและอาหารสด ที่เปิดเผยรส กลิ่น สัมผัส ที่นุ่มนวล ละเอียดขึ้นเรื่อยๆ ทุกคำที่เคี้ยว เมื่อกินอย่างมีสติ เราจะถึงกับแยกออกได้ ว่าผักนี้สดหรือไม่ มีสารพิษหรือเป็นออร์แกนิก หรือเนื้อสัตว์นี้ถูกปรุงมานานแล้วหรือยัง สดแค่ไหน น้ำมันที่ใช้มีคุณภาพแค่ไหน ใส่ผงชูรสหรือไม่ นอกจากนั้น การกินอย่างมีสติจะทำให้เรากินน้อยลง เพราะร่างกายมีเวลาส่งสัญญาณบอกเราเมื่อได้รับอาหารพอแล้ว อีกทั้งยังย่อยง่ายขึ้น เพราะอาหารถูกย่อยในปากไปมากแล้วก่อนกลืน เป็นการควบคุมน้ำหนักและเสริมสร้างโภชนาการที่ดีได้เป็นอย่างดี ผมเคยได้ยินแนวคิดการเคี้ยว 50 ครั้งมานานแล้ว แต่ล่าสุดได้อ่านจากหนังสือของท่านติช นัท ฮันฮ์ แล้วก็ลองมาทำกับตัวเองในมื้อที่ไม่จำเป็นต้องรีบเร่ง พบว่าระหว่างกิน เราจะมีความสุขในช่วงเวลานั้น อยู่กับการกิน สัมผัส [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=guopai.wordpress.com&amp;blog=1309104&amp;post=447&amp;subd=guopai&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>การกินอย่างมีสติเป็นวิธีฝึกสติวิธีหนึ่งที่เรียบง่าย ทำได้ทุกครั้งเมื่อกินอะไรก็ตาม อีกทั้งยังได้สุขภาพที่ดีและรสชาติที่แท้จริงของอาหาร</p>
<p>วิธีการก็ง่ายมาก <strong>ทุกคำที่เคี้ยว ให้เคี้ยวอย่างต่ำ 50 ครั้งแล้วจึงกลืน</strong> ระหว่างที่เคี้ยวสังเกตรสชาติ สัมผัส และกลิ่นของอาหาร จะเห็นว่าเมื่อเคี้ยวสักครั้งที่ 30-40 เป็นต้นไป รส สัมผัส และกลิ่นที่ละเอียดจะถูกเปิดเผยออกมาอย่างที่ไม่เคยรับรู้มาก่อน ด้วยวิธีนี้ เราจะไม่จำเป็นต้องกินอาหารรสจัดหรืออาหารที่ปรุงแต่งมาก เพราะเมื่อเคี้ยวไปมากๆ อาหารปรุงแต่งจะเปิดเผยรส กลิ่น สัมผัสแบบสังเคราะห์และหยาบออกมา ตรงกันข้ามกับอาหารธรรมชาติและอาหารสด ที่เปิดเผยรส กลิ่น สัมผัส ที่นุ่มนวล ละเอียดขึ้นเรื่อยๆ ทุกคำที่เคี้ยว</p>
<p>เมื่อกินอย่างมีสติ เราจะถึงกับแยกออกได้ ว่าผักนี้สดหรือไม่ มีสารพิษหรือเป็นออร์แกนิก หรือเนื้อสัตว์นี้ถูกปรุงมานานแล้วหรือยัง สดแค่ไหน น้ำมันที่ใช้มีคุณภาพแค่ไหน ใส่ผงชูรสหรือไม่</p>
<p>นอกจากนั้น การกินอย่างมีสติจะทำให้เรากินน้อยลง เพราะร่างกายมีเวลาส่งสัญญาณบอกเราเมื่อได้รับอาหารพอแล้ว อีกทั้งยังย่อยง่ายขึ้น เพราะอาหารถูกย่อยในปากไปมากแล้วก่อนกลืน เป็นการควบคุมน้ำหนักและเสริมสร้างโภชนาการที่ดีได้เป็นอย่างดี</p>
<p>ผมเคยได้ยินแนวคิดการเคี้ยว 50 ครั้งมานานแล้ว แต่ล่าสุดได้อ่านจากหนังสือของท่านติช นัท ฮันฮ์ แล้วก็ลองมาทำกับตัวเองในมื้อที่ไม่จำเป็นต้องรีบเร่ง พบว่าระหว่างกิน เราจะมีความสุขในช่วงเวลานั้น อยู่กับการกิน สัมผัส รสชาติ และกลิ่นที่เปลี่ยนไปเสมอของอาหารแต่ละคำ เป็นความสุขที่เรียบง่ายและประณีต เป็นความสุขที่เกิดขึ้นได้ในวันธรรมดาๆ ในวิถีชีวิตปกตินี่เองโดยไม่ต้องไปแสวงหาที่ไหน นอกจากนั้น ยังเป็นการค้นพบสิ่งแปลกใหม่ที่เราได้รับจากสัมผัสที่ละเอียดขึ้นจากการมีสติมากขึ้นนี่เอง</p>
<br />Filed under: <a href='http://guopai.wordpress.com/category/%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%b0/'>ธรรมะ</a>, <a href='http://guopai.wordpress.com/category/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/'>สุขภาพ</a> Tagged: <a href='http://guopai.wordpress.com/tag/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%b4/'>กินอย่างมีสติ</a>, <a href='http://guopai.wordpress.com/tag/%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%8d%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%b4/'>เจริญสติ</a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/guopai.wordpress.com/447/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/guopai.wordpress.com/447/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/guopai.wordpress.com/447/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/guopai.wordpress.com/447/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/guopai.wordpress.com/447/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/guopai.wordpress.com/447/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/guopai.wordpress.com/447/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/guopai.wordpress.com/447/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/guopai.wordpress.com/447/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/guopai.wordpress.com/447/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/guopai.wordpress.com/447/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/guopai.wordpress.com/447/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/guopai.wordpress.com/447/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/guopai.wordpress.com/447/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=guopai.wordpress.com&amp;blog=1309104&amp;post=447&amp;subd=guopai&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://guopai.wordpress.com/2011/06/20/%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%8d%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/996ed0cee2ef962ddfa3eaa731e0d0c2?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F1.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">guopai</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>แก้ปัญหาด้วยอะไร?</title>
		<link>http://guopai.wordpress.com/2011/05/31/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/</link>
		<comments>http://guopai.wordpress.com/2011/05/31/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 30 May 2011 17:29:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>guopai</dc:creator>
				<category><![CDATA[งาน]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมะ]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญญา]]></category>
		<category><![CDATA[สติ]]></category>
		<category><![CDATA[สมาธิ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://guopai.wordpress.com/?p=442</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้ผมแก้ปัญหาในชีวิตที่สำคัญได้สองปัญหา ปัญหาหนึ่งเป็นเรื่องส่วนตัว อีกปัญหาเป็นเรื่องงาน ทั้งสองปัญหานี้ค้างคาในใจ กลายเป็นแรงกดดันเหมือนแบกโลกไว้มานานนับปี มองย้อนไป อยากลองสรุปไว้ว่า ปัญหาทั้งสองนั้นแก้ได้โดยใช้อะไรบ้าง? 1. ความเด็ดเดี่ยว ตั้งมั่นว่าจะแก้ปัญหาให้ได้ (Focus) 2. มองให้ออกว่าปัจจัยที่แท้จริงที่ทำให้เกิดปัญหานั้นคืออะไร ตีแผ่ให้แตก (Identification of causes and factors) 3. หาจุดแทรกแซงที่จะแก้ปัญหานั้น (Identification of effective intervention point) 4. แทรกแซงด้วยวิธีการที่เหมาะสมที่จะได้ผลลัพธ์ โดยคำนึงว่าวิธีการที่เลือกจะต้องสอดคล้องกับระบบของปัญหานั้นๆ คือไหลไปกับระบบ ไม่ขวางระบบ บางที วิธีการอาจจะเป็นเพียงคำพูดคำเดียว ที่จี้ตรงจุดและทำให้เกิดการคิดนอกกรอบหรือคิดในสิ่งที่ไม่เคยคิด (Employ the appropriate method of intervention) ถ้าแก้ถูกจุด กฏธรรมชาติจะจัดสรรทางออกเอง ตามกลไกของเหตุปัจจัย โดยเราไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติม เพียงแค่ทำในส่วนเริ่มต้นให้ถูกต้อง สอดคล้องกับความเป็นจริงเท่านั้น แต่จะเริ่มให้ถูกได้ ต้องอาศัยจิตที่มีทั้งสติ คือตื่นตัว รู้ตัว รู้สถานการณ์ รู้ความเป็นจริง มีสมาธิคือความตั้งมั่น แน่วแน่ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=guopai.wordpress.com&amp;blog=1309104&amp;post=442&amp;subd=guopai&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วันนี้ผมแก้ปัญหาในชีวิตที่สำคัญได้สองปัญหา ปัญหาหนึ่งเป็นเรื่องส่วนตัว อีกปัญหาเป็นเรื่องงาน ทั้งสองปัญหานี้ค้างคาในใจ กลายเป็นแรงกดดันเหมือนแบกโลกไว้มานานนับปี</p>
<p>มองย้อนไป อยากลองสรุปไว้ว่า ปัญหาทั้งสองนั้นแก้ได้โดยใช้อะไรบ้าง?</p>
<p>1. ความเด็ดเดี่ยว ตั้งมั่นว่าจะแก้ปัญหาให้ได้ (Focus)</p>
<p>2. มองให้ออกว่าปัจจัยที่แท้จริงที่ทำให้เกิดปัญหานั้นคืออะไร ตีแผ่ให้แตก (Identification of causes and factors)</p>
<p>3. หาจุดแทรกแซงที่จะแก้ปัญหานั้น (Identification of effective intervention point)</p>
<p>4. แทรกแซงด้วยวิธีการที่เหมาะสมที่จะได้ผลลัพธ์ โดยคำนึงว่าวิธีการที่เลือกจะต้องสอดคล้องกับระบบของปัญหานั้นๆ คือไหลไปกับระบบ ไม่ขวางระบบ บางที วิธีการอาจจะเป็นเพียงคำพูดคำเดียว ที่จี้ตรงจุดและทำให้เกิดการคิดนอกกรอบหรือคิดในสิ่งที่ไม่เคยคิด (Employ the appropriate method of intervention)</p>
<p>ถ้าแก้ถูกจุด กฏธรรมชาติจะจัดสรรทางออกเอง ตามกลไกของเหตุปัจจัย โดยเราไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติม เพียงแค่ทำในส่วนเริ่มต้นให้ถูกต้อง สอดคล้องกับความเป็นจริงเท่านั้น แต่จะเริ่มให้ถูกได้ ต้องอาศัยจิตที่มีทั้ง<strong>สติ</strong> คือตื่นตัว รู้ตัว รู้สถานการณ์ รู้ความเป็นจริง มี<strong>สมาธิ</strong>คือความตั้งมั่น แน่วแน่ มั่นคงต่อ Subject ซึ่งก็คือปัญหาที่กำลังเผชิญ และมี<strong>ปัญญา</strong> คือการมองเห็นความจริงทะลุปรุโปร่ง เข้าใจเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อแทรกแซงได้ถูกจุด</p>
<br />Filed under: <a href='http://guopai.wordpress.com/category/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/'>งาน</a>, <a href='http://guopai.wordpress.com/category/%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%b0/'>ธรรมะ</a> Tagged: <a href='http://guopai.wordpress.com/tag/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2/'>ปัญญา</a>, <a href='http://guopai.wordpress.com/tag/%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%b4/'>สติ</a>, <a href='http://guopai.wordpress.com/tag/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%b4/'>สมาธิ</a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/guopai.wordpress.com/442/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/guopai.wordpress.com/442/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/guopai.wordpress.com/442/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/guopai.wordpress.com/442/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/guopai.wordpress.com/442/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/guopai.wordpress.com/442/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/guopai.wordpress.com/442/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/guopai.wordpress.com/442/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/guopai.wordpress.com/442/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/guopai.wordpress.com/442/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/guopai.wordpress.com/442/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/guopai.wordpress.com/442/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/guopai.wordpress.com/442/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/guopai.wordpress.com/442/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=guopai.wordpress.com&amp;blog=1309104&amp;post=442&amp;subd=guopai&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://guopai.wordpress.com/2011/05/31/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/996ed0cee2ef962ddfa3eaa731e0d0c2?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F1.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">guopai</media:title>
		</media:content>
	</item>
	</channel>
</rss>
