ว่าด้วยการบริจาค
ทำไมเราถึงควรบริจาค? วันนี้มาลองคิดและสรุปเหตุผลได้บางส่วน ดังนี้
1. การให้ของที่เหมาะสมกับผู้รับที่ถูกต้อง อาจเป็นจุดคานงัดที่พลิกชีวิตของผู้รับ
อันนี้เป็นเหตุผลเชิงอรรถประโยชน์นิยม (Utilitarianism) ลองจินตนาการดูว่าการให้อาหารกับผู้ประสบภัยที่กำลังอดอยาก หมายถึงการที่คนคนนั้นสามารถมีชีวิตอยู่ได้แทนที่จะต้องตาย (Life or Death) ส่วนการให้หนังสือที่เสริมสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนที่ไม่เคยมีโอกาสเข้าถึงและอ่านหนังสือดีๆ นอกเหนือจากหนังสือเรียน อาจหมายถึงการที่เด็กคนนั้นจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีปัญญาพอที่จะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและมีคุณภาพ (Happiness or Suffer)
2. การให้เป็นกระแส ที่ระบาดสู่คนข้างเคียง ทำให้เกิดการให้มากขึ้นอีกเป็นทวีคูณ
ถ้าสังคมมีกลไกในการเผยแพร่เรื่องราวการให้ทั้งในระดับชุมชนและระดับใหญ่ มีโอกาสที่จะเกิดพฤติกรรมเลียนแบบ ทั้งที่เลียนแบบเพราะได้รับแรงบันดาลใจ เห็นว่าเป็นการกระทำที่ดีอย่างจริงใจ หรือเลียนแบบเพราะแรงกดดันของสังคม การเลียนแบบนั้นโดยทั่วไปจะแผ่ขยายอย่างทวีคูณ (Exponential growth) อย่างรวดเร็วจนกลายเป็นการให้ขนานใหญ่ ซึ่งในระยะยาว จะลดปัญหาของทั้งสังคม ทำให้สังคมโดยรวมมีความสุข มีคุณภาพมากขึ้น
3. การให้เป็นการขัดเกลา ฝึกฝนตนเอง ให้ละความโลภและการยึดติดกับตัวตน
การให้โดยไม่เบียดเบียนการใช้ชีวิตตามปกติ เป็นการฝึกให้เรามองเห็นความจริงว่า ไม่มีสิ่งไหนเป็นของเรา ความเป็นเจ้าของนั้นเป็นแนวคิดที่มนุษย์สร้างขึ้นเมื่อไม่นานมานี้เอง และผลักดันให้คนหลงผิด เห็นว่าสิ่งต่างๆ เป็นของเรา เมื่อเรามีมากขึ้น ความหลงผิดนี้ก็จะทับถมทวีความหนักหน่วงมากยิ่งขึ้น การพ้นจากความหลงผิดว่าสิ่งต่างๆ มีตัวตน เป็นของเราของเขานั้น เป็นหนึ่งในความรู้ที่สำคัญในการพ้นทุกข์อย่างยั่งยืนตามหลักพุทธศาสนา (อนิจจัง = สิ่งต่างๆ ไม่เที่ยง, ทุกขัง = ชีวิตเป็นทุกข์, อนัตตา = สิ่งต่างๆ ไม่มีตัวตน)

