<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>

<channel>
	<title>Entangled &#187; ปัญญา</title>
	<atom:link href="http://guopai.wordpress.com/tag/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://guopai.wordpress.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Thu, 31 Dec 2009 16:24:51 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<cloud domain='guopai.wordpress.com' port='80' path='/?rsscloud=notify' registerProcedure='' protocol='http-post' />
<image>
		<url>http://www.gravatar.com/blavatar/ca20a0bb77f121829e70e9b98a59fae6?s=96&#038;d=http://s.wordpress.com/i/buttonw-com.png</url>
		<title>Entangled &#187; ปัญญา</title>
		<link>http://guopai.wordpress.com</link>
	</image>
	<atom:link rel="search" type="application/opensearchdescription+xml" href="http://guopai.wordpress.com/osd.xml" title="Entangled" />
		<item>
		<title>ปัญญาที่หายไป (และทำยังไงให้ไม่หาย)</title>
		<link>http://guopai.wordpress.com/2008/03/12/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%9b-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%84/</link>
		<comments>http://guopai.wordpress.com/2008/03/12/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%9b-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%84/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 11 Mar 2008 19:14:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>guopai</dc:creator>
				<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อมูล]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญญา]]></category>
		<category><![CDATA[openschool]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://guopai.wordpress.com/?p=37</guid>
		<description><![CDATA[ผมเคยจินตนาการว่ากำลังยืนอยู่หน้าชั้นหนังสือของปราชญ์ท่านหนึ่ง ในชั้นประกอบด้วยงานเขียนทั้งที่เป็นหนังสือ จดหมาย และบันทึกลายมือ กระดาษเป็นสีเหลืองกรอบ ฝุ่นจับหนา
ฉับพลันนั้น ผมร้องไห้ เพราะทั้งปีติที่ได้เห็นกองความรู้ (ที่กลั่นออกมาแล้ว) ขนาดมหาศาล และสะเทือนใจ ที่หนังสือเหล่านั้นก็ยังคงอยู่ในห้องเล็กๆ นั่น และตายไปพร้อมๆ กับชีวิตของปราชญ์ท่านนั้น
จุดก้าวกระโดดที่ทำให้มนุษยชาติมีความรู้กันถ้วนหน้าโดยฉับพลัน คือการประดิษฐ์แท่นพิมพ์ Gutenburg ที่ทำให้คนทั่วไปเข้าถึงความรู้และข้อมูลได้ง่าย พอมาถึงตอนนี้ อินเทอร์เน็ตเป็นก้าวกระโดดก้าวที่สอง ที่ลดปราการการเข้าถึงความรู้ แต่สิ่งที่เราเห็นบนอินเทอร์เน็ต (โดยเฉพาะในไทย) คือข้อมูลขยะและความรู้ปลอม (Pseudo-science) การเผยแพร่อบายมุขและการแสดงออกอย่างไร้สำนึก อินเทอร์เน็ตในฐานะ &#8220;พาหะ&#8221; ในการเผยแพร่และกระจายความรู้ กลับถูกใช้ไปอีกทาง
คำถามคือ จะทำอย่างไรให้อินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือในการสร้างความรู้และปัญญาอย่างแท้จริง?
ผมจินตนาการถึงระบบที่บันทึกความรู้ที่เป็นข้อมูล เช่น งานวิจัย สถิติ และความรู้ที่เป็นทัศนะอันทรงภูมิ ของ &#8220;ปราชญ์&#8221; หรือผู้รู้ในสายนั้นๆ และเผยแพร่ให้ใครก็ได้สามารถเข้าถึงและนำไปใช้ เป็นจุดตั้งต้น และแรงบันดาลใจที่จะศึกษาหาความรู้ในเรื่องนั้นๆ ต่อไป
ดังนั้น ถ้าคุณอยากรู้เรื่องเกษตรปราณีต คุณอาจไม่ต้องไปถามดอกเตอร์ด้านการเกษตร แต่ไปถามเกษตรกรที่ทำเรื่องนี้จริงๆ
ผมจินตนาการถึงระบบที่บันทึกความรู้และทัศนะที่ปราณีต คือ มีหลักคิดที่ชัดเจน ลึกซึ้ง หลักแหลม และรอบด้าน ไม่ใช่ความรู้แดกด่วนที่ได้มาจากการตัดแปะ
ผมจินตนาการถึงระบบที่เมื่อคนเข้ามาใช้ อ่าน ดู แล้วจะเกิดแรงบันดาลใจให้คิดต่อ ค้นต่อ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=guopai.wordpress.com&blog=1309104&post=37&subd=guopai&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>ผมเคยจินตนาการว่ากำลังยืนอยู่หน้าชั้นหนังสือของปราชญ์ท่านหนึ่ง ในชั้นประกอบด้วยงานเขียนทั้งที่เป็นหนังสือ จดหมาย และบันทึกลายมือ กระดาษเป็นสีเหลืองกรอบ ฝุ่นจับหนา</p>
<p>ฉับพลันนั้น ผมร้องไห้ เพราะทั้งปีติที่ได้เห็นกองความรู้ (ที่กลั่นออกมาแล้ว) ขนาดมหาศาล และสะเทือนใจ ที่หนังสือเหล่านั้นก็ยังคงอยู่ในห้องเล็กๆ นั่น และตายไปพร้อมๆ กับชีวิตของปราชญ์ท่านนั้น</p>
<p>จุดก้าวกระโดดที่ทำให้มนุษยชาติมีความรู้กันถ้วนหน้าโดยฉับพลัน คือการประดิษฐ์แท่นพิมพ์ Gutenburg ที่ทำให้คนทั่วไปเข้าถึงความรู้และข้อมูลได้ง่าย พอมาถึงตอนนี้ อินเทอร์เน็ตเป็นก้าวกระโดดก้าวที่สอง ที่ลดปราการการเข้าถึงความรู้ แต่สิ่งที่เราเห็นบนอินเทอร์เน็ต (โดยเฉพาะในไทย) คือข้อมูลขยะและความรู้ปลอม (Pseudo-science) การเผยแพร่อบายมุขและการแสดงออกอย่างไร้สำนึก อินเทอร์เน็ตในฐานะ &#8220;พาหะ&#8221; ในการเผยแพร่และกระจายความรู้ กลับถูกใช้ไปอีกทาง</p>
<p>คำถามคือ จะทำอย่างไรให้อินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือในการสร้างความรู้และปัญญาอย่างแท้จริง?</p>
<p>ผมจินตนาการถึงระบบที่บันทึก<b>ความรู้ที่เป็นข้อมูล</b> เช่น งานวิจัย สถิติ และ<b>ความรู้ที่เป็นทัศนะ</b>อันทรงภูมิ ของ &#8220;ปราชญ์&#8221; หรือผู้รู้ในสายนั้นๆ และเผยแพร่ให้ใครก็ได้สามารถเข้าถึงและนำไปใช้ เป็นจุดตั้งต้น และแรงบันดาลใจที่จะศึกษาหาความรู้ในเรื่องนั้นๆ ต่อไป</p>
<p>ดังนั้น ถ้าคุณอยากรู้เรื่องเกษตรปราณีต คุณอาจไม่ต้องไปถามดอกเตอร์ด้านการเกษตร แต่ไปถามเกษตรกรที่ทำเรื่องนี้จริงๆ</p>
<p>ผมจินตนาการถึงระบบที่บันทึก<b>ความรู้และทัศนะที่ปราณีต</b> คือ มีหลักคิดที่ชัดเจน ลึกซึ้ง หลักแหลม และรอบด้าน ไม่ใช่ความรู้แดกด่วนที่ได้มาจากการตัดแปะ</p>
<p>ผมจินตนาการถึงระบบที่เมื่อคนเข้ามาใช้ อ่าน ดู แล้วจะเกิด<b>แรงบันดาลใจ</b>ให้คิดต่อ ค้นต่อ ศึกษาต่อ และ<b>แลกเปลี่ยน</b>ความสนใจนั้นกับคนอื่น</p>
<p>บางคนอาจจะบอกว่า wikipedia คือคำตอบ แต่ที่ผ่านมาเราก็รู้กันว่าแนวคิด the wisdom of crowds ใช้ได้กับสังคมที่คนกระตือรือร้นและเป็นฝ่ายรุก และคนส่วนมากมีปัญญาความคิดพอสมควร</p>
<p>แต่นั่นไม่ใช่ลักษณะของสังคมไทย</p>
<p>หากเราเชื่อเรื่องทางสายกลาง ผมคิดว่าแนวคิดการทำระบบเก็บข้อมูลและความรู้ของผู้รู้ ตามประเด็นที่น่าสนใจ ผสานกับการให้ผู้ใช้มีส่วนร่วมในการคัดเลือกประเด็น ถกเถียง แลกเปลี่ยน น่าจะเป็นคำตอบที่สมดุลของการใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อพัฒนาความรู้และปัญญา ในบริบทของประเทศไทย</p>
<p><b>นี่คือสิ่งหลักๆ ที่ผมอยากจะทำให้สำเร็จก่อนตาย</b></p>
<p>และเรากำลังวางแผนที่จะทำจริงๆ ครับ อ่านเพิ่มเติมที่บันทึก <a href="http://dreaminfection.com/?p=46" target="_blank">การเก็บปัญญาดิจิตอลของคนไทยไว้เพื่อคนในอนาคต (และปัจจุบัน)</a> ของคุณสุนิตย์ได้เลย</p>
<img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/guopai.wordpress.com/37/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/guopai.wordpress.com/37/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/guopai.wordpress.com/37/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/guopai.wordpress.com/37/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/guopai.wordpress.com/37/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/guopai.wordpress.com/37/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/guopai.wordpress.com/37/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/guopai.wordpress.com/37/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/guopai.wordpress.com/37/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/guopai.wordpress.com/37/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/guopai.wordpress.com/37/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/guopai.wordpress.com/37/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=guopai.wordpress.com&blog=1309104&post=37&subd=guopai&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://guopai.wordpress.com/2008/03/12/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%9b-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%84/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/996ed0cee2ef962ddfa3eaa731e0d0c2?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F1.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">guopai</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ทัศนะ &#8220;รักตัวเองดีที่สุด&#8221; กับโลกทุนนิยมเสรี</title>
		<link>http://guopai.wordpress.com/2008/02/19/%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%a8%e0%b8%99%e0%b8%b0-%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b8/</link>
		<comments>http://guopai.wordpress.com/2008/02/19/%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%a8%e0%b8%99%e0%b8%b0-%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b8/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 19 Feb 2008 15:37:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>guopai</dc:creator>
				<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อมูล]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ทัศนคติ]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนนิยม]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญญา]]></category>
		<category><![CDATA[รักตัวเอง]]></category>
		<category><![CDATA[วัยรุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[อนาธิปไตย]]></category>
		<category><![CDATA[อารยธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เสรีภาพ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://guopai.wordpress.com/?p=24</guid>
		<description><![CDATA[หลังจากที่ได้สอนนักศึกษาปริญญาตรีมา 3 เทอม ผมพบสิ่งที่น่าสังเกตอย่างหนึ่ง ก็คือคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะที่มีความรู้ มีการศึกษา มักมีทัศนะ &#8220;รักตัวเองดีที่สุด&#8221;
ทัศนะ &#8220;รักตัวเองดีที่สุด&#8221; มันจะถูกเอ่ยหรือแสดงออกเมื่อคนคนนั้นผ่านเหตุการณ์อะไรสักอย่างในชีวิตที่สะเทือนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความผิดหวังเรื่องความรัก พวกเขามักจะคิดว่า ไม่มีใครรักเราจริง (เว้นเสียต่อพ่อแม่พี่น้อง) ดังนั้น เราควรจะรักตัวเอง ใส่ใจตัวเอง ไม่เอาตัวเราไปเกาะยึด หรือตั้งความหวังกับใคร
ทัศนะรักตัวเอง มักจะมาคู่กับความต้องการที่จะมีชีวิตอิสระ ทั้งแบบที่ทำได้จริง (ที่บ้านปล่อยเสรีอยู่แล้ว) กับแบบที่อยากจะทำ (ที่บ้านเข้มงวด) ซึ่งเป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เนื่องจากการถูกกดทับโดยระบบสังคม และใจแบบวัยรุ่นที่ไม่ต้องการกรอบมาจำกัดจินตนาการและพัฒนาการของตน
ผมบอกไม่ได้ว่าทัศนะรักตัวเอง หรือความต้องการเสรีภาพสุดโต่ง ดีหรือไม่ และจะส่งผลต่อสังคมโดยรวมในอนาคต เมื่อคนเหล่านี้เติบโตเป็นผู้ใหญ่อย่างไร แต่อยากจะตั้งข้อสังเกตว่า ทั้งความรักตัวเอง และความต้องการเสรีภาพ อันที่จริงมีความสอดคล้องกับแนวคิดทางการเมืองและเศรษฐกิจแบบทุนนิยมเสรีและอนาธิปไตย ที่เคลื่อนไหวบนพื้นฐานว่ามนุษย์ทุกคนควรทำสิ่งที่คิดว่าดีที่สุดสำหรับตน โดยปราศจากกลไกปกครองหรือควบคุม แล้วโลกจะเคลื่อนเข้าสู่ดุลยภาพและดำเนินไปได้ด้วยดีอย่างมีประสิทธิภาพเอง ซึ่งจุดนี้ ผมพอจะมีจุดยืนที่ชัดระดับหนึ่งว่า ไม่เห็นด้วย
ผมเชื่อว่า โลกทุนนิยมและเสรีนิยมสุดโต่งกำลังนำเราสู่ขาลงของอารยธรรม เริ่มตั้งแต่กระบวนการผลิตที่ตอบสนองความต้องการของคนส่วนมาก (ที่ไม่จำเป็นต้องฉลาด) ในระบบอุตสาหกรรม นำมาสู่สินค้าเช่นอาหารที่ไม่ใช่ &#8220;อาหาร&#8221; อีกต่อไป วัฒนธรรมและความอ่อนช้อยที่ถูกสืบทอดมา กำลังถูกแทนที่ด้วยประสิทธิภาพและความ &#8220;เหมือนๆ กันหมด&#8221; ความลึกซึ้งของภูมิปัญญาถูกแทนที่ด้วย &#8220;ข้อมูล&#8221; [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=guopai.wordpress.com&blog=1309104&post=24&subd=guopai&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>หลังจากที่ได้สอนนักศึกษาปริญญาตรีมา 3 เทอม ผมพบสิ่งที่น่าสังเกตอย่างหนึ่ง ก็คือคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะที่มีความรู้ มีการศึกษา มักมีทัศนะ &#8220;รักตัวเองดีที่สุด&#8221;</p>
<p>ทัศนะ &#8220;รักตัวเองดีที่สุด&#8221; มันจะถูกเอ่ยหรือแสดงออกเมื่อคนคนนั้นผ่านเหตุการณ์อะไรสักอย่างในชีวิตที่สะเทือนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความผิดหวังเรื่องความรัก พวกเขามักจะคิดว่า ไม่มีใครรักเราจริง (เว้นเสียต่อพ่อแม่พี่น้อง) ดังนั้น เราควรจะรักตัวเอง ใส่ใจตัวเอง ไม่เอาตัวเราไปเกาะยึด หรือตั้งความหวังกับใคร</p>
<p>ทัศนะรักตัวเอง มักจะมาคู่กับความต้องการที่จะมีชีวิตอิสระ ทั้งแบบที่ทำได้จริง (ที่บ้านปล่อยเสรีอยู่แล้ว) กับแบบที่อยากจะทำ (ที่บ้านเข้มงวด) ซึ่งเป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เนื่องจากการถูกกดทับโดยระบบสังคม และใจแบบวัยรุ่นที่ไม่ต้องการกรอบมาจำกัดจินตนาการและพัฒนาการของตน</p>
<p>ผมบอกไม่ได้ว่าทัศนะรักตัวเอง หรือความต้องการเสรีภาพสุดโต่ง ดีหรือไม่ และจะส่งผลต่อสังคมโดยรวมในอนาคต เมื่อคนเหล่านี้เติบโตเป็นผู้ใหญ่อย่างไร แต่อยากจะตั้งข้อสังเกตว่า ทั้งความรักตัวเอง และความต้องการเสรีภาพ อันที่จริงมีความสอดคล้องกับแนวคิดทางการเมืองและเศรษฐกิจแบบทุนนิยมเสรีและอนาธิปไตย ที่เคลื่อนไหวบนพื้นฐานว่ามนุษย์ทุกคนควรทำสิ่งที่คิดว่าดีที่สุดสำหรับตน โดยปราศจากกลไกปกครองหรือควบคุม แล้วโลกจะเคลื่อนเข้าสู่ดุลยภาพและดำเนินไปได้ด้วยดีอย่างมีประสิทธิภาพเอง ซึ่งจุดนี้ ผมพอจะมีจุดยืนที่ชัดระดับหนึ่งว่า ไม่เห็นด้วย</p>
<p>ผมเชื่อว่า โลกทุนนิยมและเสรีนิยมสุดโต่งกำลังนำเราสู่ขาลงของอารยธรรม เริ่มตั้งแต่กระบวนการผลิตที่ตอบสนองความต้องการของคนส่วนมาก (ที่ไม่จำเป็นต้องฉลาด) ในระบบอุตสาหกรรม นำมาสู่สินค้าเช่นอาหารที่ไม่ใช่ &#8220;อาหาร&#8221; อีกต่อไป วัฒนธรรมและความอ่อนช้อยที่ถูกสืบทอดมา กำลังถูกแทนที่ด้วยประสิทธิภาพและความ &#8220;เหมือนๆ กันหมด&#8221; ความลึกซึ้งของภูมิปัญญาถูกแทนที่ด้วย &#8220;ข้อมูล&#8221; จำนวนมหาศาลที่คนหลงคิดว่ามันคือ &#8220;ความรู้&#8221; หรือ &#8220;ปัญญา&#8221; สิ่งที่มีค่ากับสังคมและมนุษย์กำลังจะหายไป สิ่งแวดล้อมและธรรมชาติถูกทำลาย สักวัน เราอาจมีชีวิตอยู่ใน Galactic Empire ที่ยิ่งใหญ่ แต่ต้องมุดไปอยู่ใต้ดินและกินยีสต์แทนอาหารจริงเหมือนในนิยายของ Isaac Asimov ก็เป็นได้ นั่นเป็นชีวิตที่น่าอยู่หรือ?</p>
<img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/guopai.wordpress.com/24/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/guopai.wordpress.com/24/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/guopai.wordpress.com/24/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/guopai.wordpress.com/24/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/guopai.wordpress.com/24/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/guopai.wordpress.com/24/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/guopai.wordpress.com/24/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/guopai.wordpress.com/24/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/guopai.wordpress.com/24/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/guopai.wordpress.com/24/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/guopai.wordpress.com/24/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/guopai.wordpress.com/24/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=guopai.wordpress.com&blog=1309104&post=24&subd=guopai&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://guopai.wordpress.com/2008/02/19/%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%a8%e0%b8%99%e0%b8%b0-%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b8/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/996ed0cee2ef962ddfa3eaa731e0d0c2?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F1.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">guopai</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>เทคโนโลยีช่วยให้คน &#8220;อ่านหนังสือ&#8221; มากขึ้นไม่ได้</title>
		<link>http://guopai.wordpress.com/2008/02/18/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%84%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://guopai.wordpress.com/2008/02/18/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%84%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 18 Feb 2008 16:08:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>guopai</dc:creator>
				<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[การอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อมูล]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญญา]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[Kindle]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://guopai.wordpress.com/?p=22</guid>
		<description><![CDATA[ระยะนี้กำลังถกกับคนรอบข้างถึงแนวโน้มการอ่านหนังสือของคน และบทบาทของเทคโนโลยีกับการอ่านหนังสือ ได้ข้อสรุป (ที่สรุปเอง) บางประการ
เดิมหลายๆ คนเชื่อว่า อินเทอร์เน็ตจะทำให้คนอ่านมากขึ้น แต่เมื่อลองคิดดีๆ แล้ว คนอ่านมากไม่ได้หมายความว่าคนจะอ่านอย่าง &#8220;มีคุณภาพ&#8221; หรืออ่านแล้วได้ความรู้ พัฒนาตัวตน เพราะการอ่านหรือการรับสารใดๆ มี 2 เป้าหมาย คือ อ่านเพื่อรับข้อมูล กับ อ่านเพื่อสร้างความรู้และปัญญา ทั้งสองอย่างนั้นต่างกันมาก เช่น การอ่านข่าวเพื่อรับข้อมูลเป็นหลัก การอ่านค้นหาเนื้อหาในเว็บเพื่อรับข้อมูลเป็นหลัก
การอ่านบนเว็บ คนมักจะใช้เวลาสั้น และอ่านหลายอย่างในระยะเวลาหนึ่งๆ ไม่เหมือนกับการอ่านหนังสือ ที่ใช้เวลานาน อ่านเป็นเรื่องๆ เรื่องหนึ่งหลายร้อยหน้า ผมเชื่อว่าการอ่านอย่างหลังจะส่งผลให้เกิดความรู้และปัญญามากกว่าการอ่านแบบแรก เพราะข้อมูลจะถูกซึมซับไปทีละน้อย แต่ลึก ต่างจากการอ่านฉาบฉวย ที่ได้ข้อมูลเอาไปใช้งานระยะสั้นได้จริง แต่ไม่ได้สร้างองค์ความรู้หรือทำให้เราได้คิดอะไรจริงๆ จังๆ
แล้วทำไมพฤติกรรมการอ่านบนเว็บถึงเป็นอย่างนั้น ก็มีหลายเหตุผล เหตุผลหลักน่าจะเป็นธรรมชาติของเว็บ ที่เข้าถึงง่าย สร้างเนื้อหาง่าย ทำให้คนโดยเฉลี่ยที่ไม่ใช่คนที่ถนัดทางการเขียน หรือมีความรู้ลึกซึ้ง สามารถเขียนได้ ในเว็บ เราอ่านสิ่งที่คนจำนวนมากเขียน ซึ่งต่างคนต่างก็รู้เรื่องที่ตนรู้ มารวมกัน ปะติดปะต่อกัน กลายเป็นชิ้นส่วนของข้อมูล หรือกลายเป็นองค์ความรู้ในที่สุด
ธรรมชาติของเว็บอีกข้อ คือการเชื่อมโยง (link) ที่ทำได้ง่ายดาย [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=guopai.wordpress.com&blog=1309104&post=22&subd=guopai&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>ระยะนี้กำลังถกกับคนรอบข้างถึงแนวโน้มการอ่านหนังสือของคน และบทบาทของเทคโนโลยีกับการอ่านหนังสือ ได้ข้อสรุป (ที่สรุปเอง) บางประการ</p>
<p>เดิมหลายๆ คนเชื่อว่า อินเทอร์เน็ตจะทำให้คนอ่านมากขึ้น แต่เมื่อลองคิดดีๆ แล้ว คนอ่านมากไม่ได้หมายความว่าคนจะอ่านอย่าง &#8220;มีคุณภาพ&#8221; หรืออ่านแล้วได้ความรู้ พัฒนาตัวตน เพราะการอ่านหรือการรับสารใดๆ มี 2 เป้าหมาย คือ อ่านเพื่อรับข้อมูล กับ อ่านเพื่อสร้างความรู้และปัญญา ทั้งสองอย่างนั้นต่างกันมาก เช่น การอ่านข่าวเพื่อรับข้อมูลเป็นหลัก การอ่านค้นหาเนื้อหาในเว็บเพื่อรับข้อมูลเป็นหลัก</p>
<p>การอ่านบนเว็บ คนมักจะใช้เวลาสั้น และอ่านหลายอย่างในระยะเวลาหนึ่งๆ ไม่เหมือนกับการอ่านหนังสือ ที่ใช้เวลานาน อ่านเป็นเรื่องๆ เรื่องหนึ่งหลายร้อยหน้า <b>ผมเชื่อว่าการอ่านอย่างหลังจะส่งผลให้เกิดความรู้และปัญญามากกว่าการอ่านแบบแรก</b> เพราะข้อมูลจะถูกซึมซับไปทีละน้อย แต่ลึก ต่างจากการอ่านฉาบฉวย ที่ได้ข้อมูลเอาไปใช้งานระยะสั้นได้จริง แต่ไม่ได้สร้างองค์ความรู้หรือทำให้เราได้คิดอะไรจริงๆ จังๆ</p>
<p>แล้วทำไมพฤติกรรมการอ่านบนเว็บถึงเป็นอย่างนั้น ก็มีหลายเหตุผล เหตุผลหลักน่าจะเป็นธรรมชาติของเว็บ ที่เข้าถึงง่าย สร้างเนื้อหาง่าย ทำให้คนโดยเฉลี่ยที่ไม่ใช่คนที่ถนัดทางการเขียน หรือมีความรู้ลึกซึ้ง สามารถเขียนได้ ในเว็บ เราอ่านสิ่งที่คนจำนวนมากเขียน ซึ่งต่างคนต่างก็รู้เรื่องที่ตนรู้ มารวมกัน ปะติดปะต่อกัน กลายเป็นชิ้นส่วนของข้อมูล หรือกลายเป็นองค์ความรู้ในที่สุด</p>
<p>ธรรมชาติของเว็บอีกข้อ คือการเชื่อมโยง (link) ที่ทำได้ง่ายดาย เมื่อเราอ่านเรื่องหนึ่งๆ อยู่ เราสามารถคลิกไปเรื่องอื่นที่สนใจได้อย่างรวดเร็ว ทำให้มักจะไม่สามารถอ่านเรื่องเรื่องหนึ่งได้ตั้งแต่ต้นจนจบ แต่จะรู้กว้าง รู้หลายเรื่อง แต่ไม่รู้ลึก</p>
<p>เหตุผลอีกข้อที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน คือข้อจำกัดเรื่องอุปกรณ์ การอ่านจากหน้าจอเป็นเวลานานๆ ต่อเนื่องทำให้ตาล้า เพราะหน้าจอถูกออกแบบมาเพื่อแสดงผลหลากหลายประเภท โดยเฉพาะภาพ ภาพเคลื่อนไหว ที่มี contrast มาก แต่การอ่านต้องการจอที่ contrast ต่ำ และใช้แสงธรรมชาติถ้าเป็นไปได้ ธรรมชาติของร่างกายจึงปฏิเสธการอ่านบนหน้าจอเป็นระยะเวลานาน</p>
<p><b>คำถามที่สำคัญในขั้นนี้ คือถ้ามีการพัฒนาอุปกรณ์อ่านหนังสือโดยเฉพาะ (เช่น Amazon&#8217;s Kindle) ที่มีหน้าจอที่ออกแบบมาให้อ่านข้อความ และตัวเครื่องที่ขนาดและรูปร่างใกล้เคียงกับหนังสือ สามารถใช้งานได้นานโดยไม่ต้องชาร์จ คนจะอ่านหนังสือ digital อย่างมีคุณภาพเหมือนหนังสือธรรมดาหรือไม่</b></p>
<p><img src="http://guopai.files.wordpress.com/2008/02/kindle.jpg?w=245&#038;h=283" alt="Amazon’s Kindle" align="right" height="283" width="245" />คำตอบของผมคือ อาจเป็นไปได้ระดับหนึ่ง แต่ปัญหาที่สำคัญก็คือ คงไม่มีบริษัทในระบบทุนนิยมใดๆ ที่บ้าพอที่จะทำอุปกรณ์ดังว่าออกมาขาย เพราะความต้องการอ่านหนังสือทั่วโลกมีไม่มากขนาดที่ทำแล้วจะขายได้คุ้มทุน ลองคิดดูเล่นๆ ว่า เมื่อ 10-20 ปีก่อน ยอดพิมพ์หนังสือให้คุ้มทุก คือประมาณ 3,000 เล่ม เวลาผ่านไปหลายทศวรรษ ก็ยังพิมพ์กัน 3,000 เล่มอยู่ ทั้งๆ ที่คนรู้หนังสือกันมากขึ้น จบปริญญากันมากขึ้น เมื่อเทียบกับความจริงข้อนี้ ก็ต้องถือว่า คน (อย่างน้อยก็คนไทย) อ่านหนังสือกันน้อยลง จะไปมี demand ซื้ออุปกรณ์อ่านหนังสือ digital ได้อย่างไร</p>
<p>สรุปความเห็นของผมก็คือ <b>เทคโนโลยีทำให้คน &#8220;อ่าน&#8221; มากขึ้น แต่ &#8220;อ่านหนังสือ&#8221; น้อยลง</b> เพราะการอ่านส่วนมากจะเป็นไปเพื่อเอา &#8220;ข้อมูล&#8221; ไม่ใช่สร้าง &#8220;ความรู้&#8221; ซึ่งอินเทอร์เน็ตและหน้าจอเหมาะมากกับการอ่านเอาข้อมูล แต่ไม่เหมาะเลยกับการอ่านเอาความรู้ การ &#8220;อ่านหนังสือ&#8221; ทั้งบนกระดาษและบนอุปกรณ์อื่นๆจะมีแนวโน้มลดลง คนจะเรียนรู้กันโดยการดูและฟังมากขึ้น อย่างที่เราเพิ่งเห็นว่าความนิยมเว็บ YouTube แซงหน้า Google ไปแล้ว</p>
<p>แต่จะมีการเรียนรู้แบบใดที่ทำให้คนละเอียด ลึกซึ้ง และนำไปสู่ปัญญาได้เท่าหนังสือกระดาษ&#8230;</p>
<img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/guopai.wordpress.com/22/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/guopai.wordpress.com/22/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/guopai.wordpress.com/22/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/guopai.wordpress.com/22/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/guopai.wordpress.com/22/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/guopai.wordpress.com/22/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/guopai.wordpress.com/22/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/guopai.wordpress.com/22/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/guopai.wordpress.com/22/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/guopai.wordpress.com/22/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/guopai.wordpress.com/22/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/guopai.wordpress.com/22/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=guopai.wordpress.com&blog=1309104&post=22&subd=guopai&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://guopai.wordpress.com/2008/02/18/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%84%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/996ed0cee2ef962ddfa3eaa731e0d0c2?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F1.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">guopai</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://guopai.files.wordpress.com/2008/02/kindle.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">Amazon’s Kindle</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ความไม่รู้เกิดจากการ &#8220;ขาดทัศนคติต่อการเข้าถึงความรู้&#8221;</title>
		<link>http://guopai.wordpress.com/2008/02/12/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%82/</link>
		<comments>http://guopai.wordpress.com/2008/02/12/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%82/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 11 Feb 2008 17:27:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>guopai</dc:creator>
				<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[งาน]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อมูล]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ทัศนคติ]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญญา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://guopai.wordpress.com/?p=20</guid>
		<description><![CDATA[ความหมกมุ่นที่เกี่ยวกับเรื่องงานของผม ในระยะหลังๆ คนหนีไม่พ้นคำถามที่ว่า ทำอย่างไรจะทำให้คนมี &#8220;ปัญญา&#8221; กันมากขึ้น และมีอย่างมีคุณภาพ
แน่นอน การมีปัญญาประกอบด้วยปัจจัยหลายประการ ซึ่งเท่าที่สรุปเอง ได้แก่

การคิดอย่างเสรี ไร้กรอบ
การคิดอย่างวิพากษ์ มีเหตุผล ลึกซึ้ง
การคิดอย่างมีข้อมูล

ในที่นี่จะขอพูดถึงปัญหาเรื่อง &#8220;การคิดอย่างมีข้อมูล&#8221; โดยปัญหาที่พบคือ คนจำนวนมากคิดไม่เป็น แก้ปัญหาไม่ได้ ไม่รู้จักพัฒนา (aka ไม่มีปัญญา) คำอธิบายพื้นฐานที่ตอบปัญหาข้อนี้ได้ ก็คือคนจำนวนมากเข้าไม่ถึงข้อมูล 
ลองมาคิดดูว่าคำอธิบายนี้เป็นจริงหรือไม่ ในโลกที่ข้อมูลอยู่ใกล้ หยิบจับได้เพียงแค่คลิก เรายังเห็นคนจำนวนมากไม่สนใจที่จะหยิบจับ หรือแม้แต่ &#8220;เริ่มคิด&#8221; ที่จะหยิบจับข้อมูลเหล่านั้น มาใช้แก้ปัญหาหรือพัฒนาตัวเองและสิ่งรอบข้าง ส่วนจำนวนมากทำอะไรซ้ำซาก ไม่ขวนขวายหาสิ่งใหม่ ทั้งๆ ที่ถ้าคิดจะขวนขวาย ข้อมูลเหล่านั้นก็ได้มาง่ายเหลือเกิน ไม่ว่าจากการถาม จากสื่อ ทั้งสื่อเก่า และสื่อใหม่ เช่นอินเทอร์เน็ต
นั่งคิดๆ ก็สรุปพอได้ว่า ปัญหาไม่ใช่คนเข้าไม่ถึงข้อมูลและความรู้ แต่ปัญหาคือคน &#8220;ขาดทัศนคติต่อการเข้าถึงข้อมูลและความรู้&#8221; กล่าวคือ ไม่เห็นความสำคัญและไม่ใส่ใจที่จะเข้าถึงสิ่งเหล่านั้น
แล้วทำอย่างไรคนถึงจะกระตือรือร้นในการเข้าถึงข้อมูลเพื่อเรียนรู้ แก้ปัญหา และพัฒนา ด้วยตัวเอง ผมเชื่อว่าคนเราจะทำอะไร ต้องเกิดจากแรงกระตุ้น &#8220;ภายใน&#8221; มากกว่าแรงกระตุ้นภายนอก เช่น ทำตามๆ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=guopai.wordpress.com&blog=1309104&post=20&subd=guopai&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>ความหมกมุ่นที่เกี่ยวกับเรื่องงานของผม ในระยะหลังๆ คนหนีไม่พ้นคำถามที่ว่า ทำอย่างไรจะทำให้คนมี &#8220;ปัญญา&#8221; กันมากขึ้น และมีอย่างมีคุณภาพ</p>
<p>แน่นอน การมีปัญญาประกอบด้วยปัจจัยหลายประการ ซึ่งเท่าที่สรุปเอง ได้แก่</p>
<ol>
<li>การคิดอย่างเสรี ไร้กรอบ</li>
<li>การคิดอย่างวิพากษ์ มีเหตุผล ลึกซึ้ง</li>
<li>การคิดอย่างมีข้อมูล</li>
</ol>
<p>ในที่นี่จะขอพูดถึงปัญหาเรื่อง &#8220;การคิดอย่างมีข้อมูล&#8221; โดยปัญหาที่พบคือ คนจำนวนมากคิดไม่เป็น แก้ปัญหาไม่ได้ ไม่รู้จักพัฒนา (aka ไม่มีปัญญา) คำอธิบายพื้นฐานที่ตอบปัญหาข้อนี้ได้ ก็คือคนจำนวนมาก<b>เข้าไม่ถึงข้อมูล </b></p>
<p>ลองมาคิดดูว่าคำอธิบายนี้เป็นจริงหรือไม่ ในโลกที่ข้อมูลอยู่ใกล้ หยิบจับได้เพียงแค่คลิก เรายังเห็นคนจำนวนมากไม่สนใจที่จะหยิบจับ หรือแม้แต่ &#8220;เริ่มคิด&#8221; ที่จะหยิบจับข้อมูลเหล่านั้น มาใช้แก้ปัญหาหรือพัฒนาตัวเองและสิ่งรอบข้าง ส่วนจำนวนมากทำอะไรซ้ำซาก ไม่ขวนขวายหาสิ่งใหม่ ทั้งๆ ที่ถ้าคิดจะขวนขวาย ข้อมูลเหล่านั้นก็ได้มาง่ายเหลือเกิน ไม่ว่าจากการถาม จากสื่อ ทั้งสื่อเก่า และสื่อใหม่ เช่นอินเทอร์เน็ต</p>
<p>นั่งคิดๆ ก็สรุปพอได้ว่า ปัญหาไม่ใช่คนเข้าไม่ถึงข้อมูลและความรู้ แต่ปัญหาคือคน <b>&#8220;ขาดทัศนคติต่อการเข้าถึงข้อมูลและความรู้&#8221;</b> กล่าวคือ ไม่เห็นความสำคัญและไม่ใส่ใจที่จะเข้าถึงสิ่งเหล่านั้น</p>
<p>แล้วทำอย่างไรคนถึงจะกระตือรือร้นในการเข้าถึงข้อมูลเพื่อเรียนรู้ แก้ปัญหา และพัฒนา ด้วยตัวเอง ผมเชื่อว่าคนเราจะทำอะไร ต้องเกิดจากแรงกระตุ้น &#8220;ภายใน&#8221; มากกว่าแรงกระตุ้นภายนอก เช่น ทำตามๆ กัน หรือแรงจูงใจทางเศรษฐกิจ คนเราจะทำอะไรจริงๆ จังๆ เพราะ &#8220;อยากทำ&#8221; จากข้างใน เช่น อยากเล่นดนตรีเพราะฟังเพลงแล้วมีความสุข มากกว่าอยากเล่นเพราะทำเป็นอาชีพได้ อยากทำอาหารเพราะมีความสุขเวลาผัดกับข้าว มากกว่าอยากทำเพราะราคาถูกกว่าซื้อ อยากทำงานเพราะเป็นสิ่งที่เราสนใจ มากกว่าอยากทำงานเพราะได้เงิน <b>อยากเรียนรู้เพราะการได้คิดและได้รู้ทำให้เราเข้าใจโลกมากขึ้น มากกว่าอยากรู้เพราะจะทำให้เราดูฉลาดในสายตาเพื่อน</b></p>
<p>ดังนั้น การให้การศึกษาเพื่อทำให้คนมีทัศนคติต่อการเข้าถึงความรู้เพื่อเรียนรู้ จึงควรมุ่งเน้นไปที่การชี้ให้เห็นว่า &#8220;การรู้&#8221; ทำให้เราเข้าใจโลก ชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหา และพัฒนา มากกว่าการรู้เพื่อประกอบอาชีพ หรือรู้เพื่อเป็นการปูทางไปสู่ความสำเร็จอื่น</p>
<p>ขออภัยที่เขียนสั้นมาก จริงๆ อยากขยายความเกือบทุกบรรทัด แต่หมดแรงแล้วตอนนี้ ขอให้อ่าน between-the-line ละกันครับ</p>
<img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/guopai.wordpress.com/20/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/guopai.wordpress.com/20/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/guopai.wordpress.com/20/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/guopai.wordpress.com/20/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/guopai.wordpress.com/20/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/guopai.wordpress.com/20/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/guopai.wordpress.com/20/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/guopai.wordpress.com/20/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/guopai.wordpress.com/20/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/guopai.wordpress.com/20/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/guopai.wordpress.com/20/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/guopai.wordpress.com/20/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=guopai.wordpress.com&blog=1309104&post=20&subd=guopai&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://guopai.wordpress.com/2008/02/12/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%82/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/996ed0cee2ef962ddfa3eaa731e0d0c2?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F1.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">guopai</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ด้านกลับของเทคโนโลยี</title>
		<link>http://guopai.wordpress.com/2008/01/13/%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5/</link>
		<comments>http://guopai.wordpress.com/2008/01/13/%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 13 Jan 2008 16:54:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>guopai</dc:creator>
				<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[ความจับจด]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญญา]]></category>
		<category><![CDATA[อารยธรรม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://guopai.wordpress.com/2008/01/13/%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5/</guid>
		<description><![CDATA[ผมทำงานเกี่ยวกับเทคโนโลยีโดยตรง แต่หลังๆ เริ่มไม่ศรัทธาเทคโนโลยี ผมคิดว่าเทคโนโลยีอาจส่งผลร้ายเทียบเท่าหรือมากกว่าผลดี มันอาจจุดชนวนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่แก่อารยธรรมมนุษย์ยิ่งกว่าการพัฒนาแท่นพิมพ์ Gutenberg แต่ผมไม่แน่ใจว่าพัฒนาการนั้นจะนำโลกไปสู่อะไรกันแน่
สิ่งที่ผมเห็นก็คือ โลกที่ข้อมูลล้นหลาม หยิบฉวยได้ทุกเมื่อ ปัญหาเดิมของการพัฒนมนุษย์และสังคม คือ การเข้าไม่ถึงข้อมูล แต่ตอนนี้ ทุกคนเข้าถึงข้อมูลได้ ปัญหาอยู่ที่ว่า จะจัดการกับข้อมูลปริมาณมหาศาลเหล่านั้นได้อย่างไร
ปัญหานี้อาจตอบไม่ยาก เรามีบริษัท Google ที่มีภารกิจ &#8220;จัดการข้อมูลโลกให้เข้าถึงได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยทุกๆ คน&#8221; เรามีความพยายามมากมายที่จะพัฒนาทั้งเทคนิคและนโยบายที่จะทำให้ข้อมูลที่คนคนหนึ่งต้องการ ถูกรวบรวม เชื่อมโยง อย่างมีความหมาย ให้เข้าถึงได้เมื่อต้องการภายในเสี้ยววินาที
แต่เรื่องที่ยากกว่าและยังไม่มีใครตอบได้ คือ &#8220;คนจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นเมื่อเข้าถึงข้อมูลเหล่านั้นหรือไม่&#8221; นี่เป็นคำถามที่ Subjective มาก เพราะเราต้องมานั่งถามว่า แล้ว &#8220;คุณภาพชีวิต&#8221; ที่ว่านั่นมันคืออะไร?
ผมเองก็ไม่มีคำตอบให้ แต่ให้ลองจินตนาการถึงสังคมที่เด็กไม่ต้องใช้จินตนาการวาดภาพประเทศอื่นๆ เพราะเข้าเน็ตก็มีรูปให้ดู ลองคิดถึงเด็กมัธยมที่เวลาจะทำการบ้านการแค่เข้าไปหาคำตอบสำเร็จรูปในเน็ต หรือไม่ก็ใช้ระบบถามตอบให้คนอื่นมาช่วย ลองคิดถึงหนุ่มสาวที่ไม่รู้รสละเมียดละไมและความรู้สึกของการรอคอยเมื่อเขียนจดหมายรักหากัน ทุกคนจะใจร้อน ใจเร็ว รอไม่เป็นกับทุกๆ เรื่อง เพราะเคยชินกับการฉวยจับทุกๆ อย่างได้ภายในเสี้ยววินาที ลองคิดถึงนักวิจัยที่เก็บนิดนี่หน่อยจากเน็ต แล้วเอามาผสมกันเป็นงานวิจัยอลังการ แทนที่จะค้นคว้าเจาะลึก ทำความเข้าใจเรื่องนั้นๆ อย่างถึงรากด้วยตัวของตัวเอง ห้องสมุดจะไม่มีความหมาย ความตรากตรำจะไม่เป็นที่รู้จัก และอื่นๆ และอื่นๆ&#8230;
สรุปก็คือ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=guopai.wordpress.com&blog=1309104&post=6&subd=guopai&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>ผมทำงานเกี่ยวกับเทคโนโลยีโดยตรง แต่หลังๆ เริ่มไม่ศรัทธาเทคโนโลยี ผมคิดว่าเทคโนโลยีอาจส่งผลร้ายเทียบเท่าหรือมากกว่าผลดี มันอาจจุดชนวนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่แก่อารยธรรมมนุษย์ยิ่งกว่าการพัฒนาแท่นพิมพ์ Gutenberg แต่ผมไม่แน่ใจว่าพัฒนาการนั้นจะนำโลกไปสู่อะไรกันแน่</p>
<p>สิ่งที่ผมเห็นก็คือ โลกที่ข้อมูลล้นหลาม หยิบฉวยได้ทุกเมื่อ ปัญหาเดิมของการพัฒนมนุษย์และสังคม คือ การเข้าไม่ถึงข้อมูล แต่ตอนนี้ ทุกคนเข้าถึงข้อมูลได้ ปัญหาอยู่ที่ว่า จะจัดการกับข้อมูลปริมาณมหาศาลเหล่านั้นได้อย่างไร</p>
<p>ปัญหานี้อาจตอบไม่ยาก เรามีบริษัท Google ที่มีภารกิจ &#8220;จัดการข้อมูลโลกให้เข้าถึงได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยทุกๆ คน&#8221; เรามีความพยายามมากมายที่จะพัฒนาทั้งเทคนิคและนโยบายที่จะทำให้ข้อมูลที่คนคนหนึ่งต้องการ ถูกรวบรวม เชื่อมโยง อย่างมีความหมาย ให้เข้าถึงได้เมื่อต้องการภายในเสี้ยววินาที</p>
<p>แต่เรื่องที่ยากกว่าและยังไม่มีใครตอบได้ คือ &#8220;คนจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นเมื่อเข้าถึงข้อมูลเหล่านั้นหรือไม่&#8221; นี่เป็นคำถามที่ Subjective มาก เพราะเราต้องมานั่งถามว่า แล้ว &#8220;คุณภาพชีวิต&#8221; ที่ว่านั่นมันคืออะไร?</p>
<p>ผมเองก็ไม่มีคำตอบให้ แต่ให้ลองจินตนาการถึงสังคมที่เด็กไม่ต้องใช้จินตนาการวาดภาพประเทศอื่นๆ เพราะเข้าเน็ตก็มีรูปให้ดู ลองคิดถึงเด็กมัธยมที่เวลาจะทำการบ้านการแค่เข้าไปหาคำตอบสำเร็จรูปในเน็ต หรือไม่ก็ใช้ระบบถามตอบให้คนอื่นมาช่วย ลองคิดถึงหนุ่มสาวที่ไม่รู้รสละเมียดละไมและความรู้สึกของการรอคอยเมื่อเขียนจดหมายรักหากัน ทุกคนจะใจร้อน ใจเร็ว รอไม่เป็นกับทุกๆ เรื่อง เพราะเคยชินกับการฉวยจับทุกๆ อย่างได้ภายในเสี้ยววินาที ลองคิดถึงนักวิจัยที่เก็บนิดนี่หน่อยจากเน็ต แล้วเอามาผสมกันเป็นงานวิจัยอลังการ แทนที่จะค้นคว้าเจาะลึก ทำความเข้าใจเรื่องนั้นๆ อย่างถึงรากด้วยตัวของตัวเอง ห้องสมุดจะไม่มีความหมาย ความตรากตรำจะไม่เป็นที่รู้จัก และอื่นๆ และอื่นๆ&#8230;</p>
<p>สรุปก็คือ เทคโนโลยีมีด้านกลับ อันได้แก่การทำให้ทุกอย่าง &#8220;ง่าย&#8221; เกินไปจนกลายเป็นความจับจด ความไม่มีสมาธิ ความตื้นเขินไร้ &#8220;ปัญญา&#8221; ผมว่าเราต้องคิดเรื่องนี้กันก่อนจะสายเกินไป ไม่อย่างนั้น เราอาจกำลังมีชีวิตอยู่ในวาระสุดท้ายของโลกที่คนมี &#8220;ปัญญา&#8221; ก็ได้ ใครจะรู้</p>
<img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/guopai.wordpress.com/6/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/guopai.wordpress.com/6/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/guopai.wordpress.com/6/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/guopai.wordpress.com/6/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/guopai.wordpress.com/6/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/guopai.wordpress.com/6/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/guopai.wordpress.com/6/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/guopai.wordpress.com/6/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/guopai.wordpress.com/6/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/guopai.wordpress.com/6/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/guopai.wordpress.com/6/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/guopai.wordpress.com/6/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=guopai.wordpress.com&blog=1309104&post=6&subd=guopai&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://guopai.wordpress.com/2008/01/13/%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/996ed0cee2ef962ddfa3eaa731e0d0c2?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F1.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">guopai</media:title>
		</media:content>
	</item>
	</channel>
</rss>