<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>

<channel>
	<title>Entangled &#187; เสรีภาพ</title>
	<atom:link href="http://guopai.wordpress.com/tag/%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://guopai.wordpress.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Thu, 31 Dec 2009 16:24:51 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<cloud domain='guopai.wordpress.com' port='80' path='/?rsscloud=notify' registerProcedure='' protocol='http-post' />
<image>
		<url>http://www.gravatar.com/blavatar/ca20a0bb77f121829e70e9b98a59fae6?s=96&#038;d=http://s.wordpress.com/i/buttonw-com.png</url>
		<title>Entangled &#187; เสรีภาพ</title>
		<link>http://guopai.wordpress.com</link>
	</image>
	<atom:link rel="search" type="application/opensearchdescription+xml" href="http://guopai.wordpress.com/osd.xml" title="Entangled" />
		<item>
		<title>ร่องรอยอุดมคติอเมริกันในสังคมไทย</title>
		<link>http://guopai.wordpress.com/2009/05/02/%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://guopai.wordpress.com/2009/05/02/%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 02 May 2009 10:31:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>guopai</dc:creator>
				<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[สิืทธิ]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อสารมวลชน]]></category>
		<category><![CDATA[อุดมคติ]]></category>
		<category><![CDATA[เสรีภาพ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://guopai.wordpress.com/?p=265</guid>
		<description><![CDATA[กำลังอ่านแนวทางการวิจัยทางวิชาการสื่อสารมวลชน เปรียบเทียบมโนทัศน์ของทฤษฎีสื่อสารมวลชนกระแสหลัก ที่นำโดยนักวิชาการอเมริกันตั้งแต่ทศวรรษ 40 เป็นต้นมา กับทฤษฎีทางเลือก ที่เกิดขึ้นมาไม่นานหลังจากนั้น และนำโดยฝั่งยุโรป
ทฤษฎีฝั่งอเมริกาจะเน้นการพยายามตอบปัญหาโดยใช้กระบวนวิธีแบบวิทยาศาสตร์ คือการพยายามหารูปแบบความสัมพันธ์ที่ชัดเจน เป็นเส้นตรง การใช้ตัวชี้วัดที่เป็นตัวเลข หรือบอกค่าได้โดยปราศจากข้อถกเถียง และการสนใจประเด็นศึกษาแต่เพียงมิติเดียว และมุ่งมั่นที่จะหาหนทางที่ดีและมีประสิทธิภาพที่สุดในการบรรลุวัตถุประสงค์นั้น ซึ่งสำหรับทฤษฎีสื่อสารมวลชน แนวทางดังกล่าวเป็นที่มาของทฤษฎีกระแสหลัก (Dominant Paradigm) เช่นทฤษฎีเข็มฉีดยา (Transmission) ที่สนใจว่าสถาบันสื่อสารมวลชนจะประสบความสำเร็จในการสื่อสารไปยังผู้รับ เพื่อให้ผู้รับเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมตามที่ผู้ส่งสารต้องการได้อย่างไร (โดยไม่สนใจประเด็นอื่น เช่น สารนั้นมีคุณค่าไหม ผู้รับสารมีพื้นเพ ความคิด ความเชื่ออย่างไร) แต่ทฤษฎีกระแสทางเลือกของฝั่งยุโรป จะสนใจศึกษาประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นประเด็นด้านการเมือง วัฒนธรรม สังคมวิทยา ไปจนถึงศีลธรรม ซึ่งก็คือการมองว่าสื่อสารมวลชนเป็นส่วนหนึ่งขององค์ประกอบทางสังคมที่สลับซับซ้อนและเป็นหนึ่งเดียวกัน
เรื่องของเรื่องก็คือ ยิ่งอ่านแนวคิดอเมริกัน ก็ยิ่งนึกถึงสังคมไทยที่รับเอาแนวคิดเหล่านั้นมาใช้กันในหลายระดับ หลายๆ แนวคิดก็ฝังลึกและกลายเป็น &#8220;มาตรฐาน&#8221; ในการคิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่ชนชั้นนำและปัญญาชน โดยบางทีก็หลงลืมว่าวิธีคิดนั้นมีบางอย่างที่ &#8220;ไม่ปกติ&#8221;
ยกตัวอย่างเช่นในเรื่องสื่อสารมวลชนโดยตรง นักวิจัยสื่อสารมวลชนในอเมริการมักไม่สนใจว่าสื่อควรมีบทบาทต่อสังคม ชี้นำสังคมไปอย่างไร รายการทีวีในสหรัฐเหมือนกับรายการทีวีในไทยตรงที่เต็มไปด้วยธุรกิจการค้าและโฆษณาที่อ่อนคุณค่าต่อสังคมโดยรวม ปัญหาเหล่านี้เพิ่งได้รับความสนใจในระยะหลังๆ เมื่อคนเริ่มพบว่าทุนนิยมสุดขั้ว (ที่อเมริกาเป็นผู้นำ) นำไปสู่ปัญหานานัปการ
ทุนนิยมอเมริกามาพร้อมกับอุดมการณ์เชิดชูสิทธิ เสรีภาพ แต่บ่อยครั้งที่ผู้คนจะ &#8220;ยึดติด&#8221; [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=guopai.wordpress.com&blog=1309104&post=265&subd=guopai&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>กำลังอ่านแนวทางการวิจัยทางวิชาการสื่อสารมวลชน เปรียบเทียบมโนทัศน์ของทฤษฎีสื่อสารมวลชนกระแสหลัก ที่นำโดยนักวิชาการอเมริกันตั้งแต่ทศวรรษ 40 เป็นต้นมา กับทฤษฎีทางเลือก ที่เกิดขึ้นมาไม่นานหลังจากนั้น และนำโดยฝั่งยุโรป</p>
<p>ทฤษฎีฝั่งอเมริกาจะเน้นการพยายามตอบปัญหาโดยใช้กระบวนวิธีแบบวิทยาศาสตร์ คือการพยายามหารูปแบบความสัมพันธ์ที่ชัดเจน เป็นเส้นตรง การใช้ตัวชี้วัดที่เป็นตัวเลข หรือบอกค่าได้โดยปราศจากข้อถกเถียง และการสนใจประเด็นศึกษาแต่เพียงมิติเดียว และมุ่งมั่นที่จะหาหนทางที่ดีและมีประสิทธิภาพที่สุดในการบรรลุวัตถุประสงค์นั้น ซึ่งสำหรับทฤษฎีสื่อสารมวลชน แนวทางดังกล่าวเป็นที่มาของทฤษฎีกระแสหลัก (Dominant Paradigm) เช่นทฤษฎีเข็มฉีดยา (Transmission) ที่สนใจว่าสถาบันสื่อสารมวลชนจะประสบความสำเร็จในการสื่อสารไปยังผู้รับ เพื่อให้ผู้รับเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมตามที่ผู้ส่งสารต้องการได้อย่างไร (โดยไม่สนใจประเด็นอื่น เช่น สารนั้นมีคุณค่าไหม ผู้รับสารมีพื้นเพ ความคิด ความเชื่ออย่างไร) แต่ทฤษฎีกระแสทางเลือกของฝั่งยุโรป จะสนใจศึกษาประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นประเด็นด้านการเมือง วัฒนธรรม สังคมวิทยา ไปจนถึงศีลธรรม ซึ่งก็คือการมองว่าสื่อสารมวลชนเป็นส่วนหนึ่งขององค์ประกอบทางสังคมที่สลับซับซ้อนและเป็นหนึ่งเดียวกัน</p>
<p>เรื่องของเรื่องก็คือ ยิ่งอ่านแนวคิดอเมริกัน ก็ยิ่งนึกถึงสังคมไทยที่รับเอาแนวคิดเหล่านั้นมาใช้กันในหลายระดับ หลายๆ แนวคิดก็ฝังลึกและกลายเป็น &#8220;มาตรฐาน&#8221; ในการคิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่ชนชั้นนำและปัญญาชน โดยบางทีก็หลงลืมว่าวิธีคิดนั้นมีบางอย่างที่ &#8220;ไม่ปกติ&#8221;</p>
<p>ยกตัวอย่างเช่นในเรื่องสื่อสารมวลชนโดยตรง นักวิจัยสื่อสารมวลชนในอเมริการมักไม่สนใจว่าสื่อควรมีบทบาทต่อสังคม ชี้นำสังคมไปอย่างไร รายการทีวีในสหรัฐเหมือนกับรายการทีวีในไทยตรงที่เต็มไปด้วยธุรกิจการค้าและโฆษณาที่อ่อนคุณค่าต่อสังคมโดยรวม ปัญหาเหล่านี้เพิ่งได้รับความสนใจในระยะหลังๆ เมื่อคนเริ่มพบว่าทุนนิยมสุดขั้ว (ที่อเมริกาเป็นผู้นำ) นำไปสู่ปัญหานานัปการ</p>
<p>ทุนนิยมอเมริกามาพร้อมกับอุดมการณ์เชิดชูสิทธิ เสรีภาพ แต่บ่อยครั้งที่ผู้คนจะ &#8220;ยึดติด&#8221; กับอุดมการณ์นี้จนลืมบริบทและความถูกต้องเรื่องอื่น ปัญหานี้แปรสภาพออกมาในรูปแบบต่างๆ กัน เช่นในอเมริกาคนส่วนมากหมกมุ่นกับการฟ้องร้องที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิ์จนไม่เป็นทำมาหากิน ส่วนในไทย ผู้สนับสนุนสิทธิและเสรีภาพบางกลุ่มก็มุ่งมั่นที่จะสร้างสังคมในอุดมการณ์ โดยลืมว่าแนวคิดเหล่านี้ไม่ได้มีรากเหง้าในสังคมไทย เช่นเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาที่มีการฟ้องร้องหรือขู่ฟ้องร้องกันอย่างไม่จำเป็น ความยืดติดกับอุดมคติที่ถูกเสริมแรงจากภาพต้นแบบของสังคมที่ถูกมองว่าเป็น &#8220;อารยะ&#8221; หลายครั้งก็บ่อนทำลายคุณค่าและรากเหง้า</p>
<p>ตรงกันข้ามกับสังคมยุโรปที่มีการศึกษา พูดถึง และรับรู้น้อยกว่า อาจจะเพราะความใกล้ชิดระหว่างรัฐบาลไทยกับสหรัฐในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ที่ทำให้วัฒนธรรมอเมริกันกลายเป็นพลังหลักในสังคมที่ครอบงำและกลืนกิน (Hegemony) ในขณะที่ขนบแบบยุโรปอยู่ห่างไกลออกไปนับตั้งแต่สมัยร.5 นำเข้าวัฒนธรรม Victorian เข้ามา (ซึ่งยุโรปหลังจากนั้นก็ได้เปลี่ยนไปมาก แต่เราไม่ได้รับรู้และเปลี่ยนตาม) ความเป็นยุโรปในปัจจุบันคือสังคมที่หลากหลายแต่มีจุดร่วมที่ผสมผสานและคุยกันได้ (สหภาพยุโรป) การใช้สื่อเพื่อกำหนดทิศทางและสอดคล้องกับธรรมชาติและความต้องการของคนในกลุ่มต่างๆ (สื่อสาธารณะอย่าง BBC) เศรษฐกิจทุนนิยมที่ผสานกับเศรษฐกิจชุมชนที่มีคุณภาพ รักษาขนบ และพัฒนาไปในคราวเดียวกัน (ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นเช่นนาฬิกา ชีส ไวน์) ยุโรปคือสหสังคมที่ยอมรับการดำรงอยู่ของความแตกต่าง และแปรเปลี่ยนความสัมพันธ์อันสลับซับซ้อนระหว่างหน่วยต่างๆ มาเป็นความร่วมมือผ่านกลไกทั้งเชิงสถาบัน การเมือง สังคม และเศรษฐกิจ ต่างกันลิบลับกับสังคมอเมริกันยุคหลังสงครามโลก (และสังคมไทยในยุคเดียวกัน) ที่มุ่งเน้นการสร้างอัตลักษณ์อันเป็นหนึ่งเดียว การลดทอนความซับซ้อนขององค์ประกอบทางสังคมให้เหลือแต่ความสัมพันธ์ที่สามารถพิจารณาได้ด้วยแนวคิดสากลเช่นเศรษฐกิจทุนนิยม ทัศนะและมโนทัศน์เหล่านี้ฝังลึกในพลเมือง และสะท้อนออกมาผ่านช่องทางต่างๆ เช่นทฤษฎีสื่อสารมวลชนแนวทางเลือกที่ได้กล่าวข้างต้น</p>
<p>ผมคงไม่สามารถสรุปได้ว่ามโนทัศน์แบบไหนจะยั่งยืนและเป็นทางออกในอนาคต แต่สิ่งที่เห็น ณ ปัจจุบันคือขาลงของขนบอเมริกันแบบดั้งเดิม และการเฟื่องฟูของแนวคิดทางสายกลาง ทฤษฎีทางเลือก และการมองโลกองค์รวมโดยยอมรับความแตกต่างซับซ้อน ซึ่งหลายคนก็มองว่าการยอมรับดังกล่าวจะเป็นทางรอดของมนุษย์ เพื่อให้เราอยู่ร่วมกันกับเพื่อนร่วมโลก และธรรมชาติ</p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/guopai.wordpress.com/265/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/guopai.wordpress.com/265/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/guopai.wordpress.com/265/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/guopai.wordpress.com/265/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/guopai.wordpress.com/265/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/guopai.wordpress.com/265/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/guopai.wordpress.com/265/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/guopai.wordpress.com/265/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/guopai.wordpress.com/265/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/guopai.wordpress.com/265/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=guopai.wordpress.com&blog=1309104&post=265&subd=guopai&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://guopai.wordpress.com/2009/05/02/%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/996ed0cee2ef962ddfa3eaa731e0d0c2?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F1.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">guopai</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>Draconian state and the raid of independent online news website</title>
		<link>http://guopai.wordpress.com/2009/03/07/draconian-state-and-the-raid-of-independent-online-news-website/</link>
		<comments>http://guopai.wordpress.com/2009/03/07/draconian-state-and-the-raid-of-independent-online-news-website/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 06 Mar 2009 23:21:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>guopai</dc:creator>
				<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[ประชาธิปไตย]]></category>
		<category><![CDATA[ประชาไท]]></category>
		<category><![CDATA[เสรีภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[prachatai]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://guopai.wordpress.com/?p=233</guid>
		<description><![CDATA[Commentary on the issue at hand. From my another blog &#8211; Untangled.
See it here.
       <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=guopai.wordpress.com&blog=1309104&post=233&subd=guopai&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>Commentary on the issue at hand. From my another blog &#8211; Untangled.</p>
<p><a href="http://guopai.posterous.com/draconian-state-and-the-raid-o">See it here.</a></p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/guopai.wordpress.com/233/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/guopai.wordpress.com/233/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/guopai.wordpress.com/233/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/guopai.wordpress.com/233/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/guopai.wordpress.com/233/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/guopai.wordpress.com/233/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/guopai.wordpress.com/233/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/guopai.wordpress.com/233/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/guopai.wordpress.com/233/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/guopai.wordpress.com/233/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=guopai.wordpress.com&blog=1309104&post=233&subd=guopai&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://guopai.wordpress.com/2009/03/07/draconian-state-and-the-raid-of-independent-online-news-website/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/996ed0cee2ef962ddfa3eaa731e0d0c2?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F1.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">guopai</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>เหตุผลที่ขาย iPhone</title>
		<link>http://guopai.wordpress.com/2008/11/20/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2-iphone/</link>
		<comments>http://guopai.wordpress.com/2008/11/20/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2-iphone/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 19 Nov 2008 22:01:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>guopai</dc:creator>
				<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[apple]]></category>
		<category><![CDATA[เสรีภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[interoperability]]></category>
		<category><![CDATA[iPhone]]></category>
		<category><![CDATA[vender locked-in]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://guopai.wordpress.com/?p=117</guid>
		<description><![CDATA[สังเกตตัวเองว่าไม่ค่อยได้เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ของ Apple ได้นาน ต้องมีอันขายออกไปหรือทำหาย คราวนี้มาถึงคิวของ iPhone ที่ใช้มาเกือบ 1 ปี
อันที่จริง iPhone ก็เป็นอุปกรณ์ที่ใช้แล้วประทับใจ ประโยชน์ที่ได้จริงๆ นอกเหนือจากการเป็นโทรศัพท์ ก็คือการสามารถอ่านข่าวใน Google Reader ได้อย่างสะดวก เช่นตื่นนอนมาก็หยิบ iPhone ขึ้นมาอ่านข่าวก่อนทำอย่างอื่น เหมือนอ่านหนังสือพิมพ์ตอนเช้า หรือตอนอยู่บนรถ นั่งรอ ก็อ่านข่าวได้ทุกที่ นอกจากนั้นก็จะเป็นการเช็คอีเมล
แต่นอกจากการเป็นโทรศัพท์และการอ่านข่าว ผมก็แทบไม่ได้ใช้ประโยชน์จากคุณสมบัติอื่นของ iPhone ไม่ว่าจะเป็นการฟังเพลง (ที่ฟังเครื่องเสียงที่บ้านดีกว่าเยอะ) เล่นเกม เข้าเว็บทั่วไป ถ่ายรูป (เพราะช่วงหลังๆ มีกล้องจริงๆ เป็นที่เรียบร้อย) ดูแผนที่ ดูหุ้น และอื่นๆ
อย่างไรก็ตาม การไม่ค่อยได้ใช้คุณสมบัติที่กล่าวมา ไม่ได้เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ผมขาย iPhone ซึ่งเหตุผลหลักที่ว่านั้นมีดังนี้

แบตเตอรี่เริ่มเสื่อม ไม่สามารถเปลี่ยนได้: iPhone น่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือที่เป็นที่นิยมทั่วไปยี่ห้อเดียว ที่ไม่สามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ เป็นที่รู้กันว่าแบตเตอรี่ที่ใช้เทคโนโลยี Li-ion ในปัจจุบัน มีอายุการใช้งานประมาณ 300 Cycle หรือ 2-3 ปี [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=guopai.wordpress.com&blog=1309104&post=117&subd=guopai&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>สังเกตตัวเองว่าไม่ค่อยได้เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ของ Apple ได้นาน ต้องมีอันขายออกไปหรือทำหาย คราวนี้มาถึงคิวของ iPhone ที่ใช้มาเกือบ 1 ปี</p>
<p>อันที่จริง iPhone ก็เป็นอุปกรณ์ที่ใช้แล้วประทับใจ ประโยชน์ที่ได้จริงๆ นอกเหนือจากการเป็นโทรศัพท์ ก็คือการสามารถอ่านข่าวใน Google Reader ได้อย่างสะดวก เช่นตื่นนอนมาก็หยิบ iPhone ขึ้นมาอ่านข่าวก่อนทำอย่างอื่น เหมือนอ่านหนังสือพิมพ์ตอนเช้า หรือตอนอยู่บนรถ นั่งรอ ก็อ่านข่าวได้ทุกที่ นอกจากนั้นก็จะเป็นการเช็คอีเมล</p>
<p>แต่นอกจากการเป็นโทรศัพท์และการอ่านข่าว ผมก็แทบไม่ได้ใช้ประโยชน์จากคุณสมบัติอื่นของ iPhone ไม่ว่าจะเป็นการฟังเพลง (ที่ฟังเครื่องเสียงที่บ้านดีกว่าเยอะ) เล่นเกม เข้าเว็บทั่วไป ถ่ายรูป (เพราะช่วงหลังๆ มีกล้องจริงๆ เป็นที่เรียบร้อย) ดูแผนที่ ดูหุ้น และอื่นๆ</p>
<p>อย่างไรก็ตาม การไม่ค่อยได้ใช้คุณสมบัติที่กล่าวมา ไม่ได้เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ผมขาย iPhone ซึ่งเหตุผลหลักที่ว่านั้นมีดังนี้</p>
<ul>
<li><strong>แบตเตอรี่เริ่มเสื่อม ไม่สามารถเปลี่ยนได้</strong>: iPhone น่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือที่เป็นที่นิยมทั่วไปยี่ห้อเดียว ที่ไม่สามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ เป็นที่รู้กันว่าแบตเตอรี่ที่ใช้เทคโนโลยี Li-ion ในปัจจุบัน มีอายุการใช้งานประมาณ 300 Cycle หรือ 2-3 ปี หลังจากนั้นความสามารถในการเก็บประจุจะลดลงอย่างรวดเร็วจนไม่สามารถใช้งานได้อย่างมีประโยชน์ (Unuseful) ซึ่งผมใช้ iPhone มาแล้วเกือบ 1 ปี แปลว่าอายุการใช้งานจริงจะเหลืออีกเพียงแค่ 1 ปีเท่านั้น หลังจากนั้นจะเอาไปทำอะไรก็ไม่ได้ ถ้าขายก็จะไม่ได้ราคาเพราะมันใช้ไม่ได้อีกต่อไป</li>
<li><strong>ไม่สามารถนำ contact กลับเข้า SIM card ได้</strong>: iPhone ถูกออกแบบมาให้มีความ &#8220;พิเศษ&#8221; หลายประการ เช่นการจัดการรายชื่อโทรศัพท์ (contact) ที่ตัวเครื่องโดยไม่เกี่ยวข้องกับ SIM card แปลว่า contact ที่เราบันทึกลงใน iPhone จะไม่อยู่ใน SIM card แล้วก็ไม่สามารถ export contact เหล่านั้นกลับเข้า SIM card ได้ ส่งผลให้ถ้าเราต้องเปลี่ยนโทรศัพท์ จะต้องใส่ contact เหล่านั้นด้วยมือ อันที่จริง firmware รุ่น 1.x มีโปรแกรม (เถื่อน) ที่สามารถ export contact ได้ แต่โปรแกรมนั้นก็เลิกพัฒนาเมื่อ Apple พัฒนา firmware รุ่น 2.x (ส่วนการ export contact โดยการ sync เข้ากับ Google Address Book ก็ไม่สามารถทำได้เพราะ option นี้ถูกปิดไว้ใน iTunes โดยไม่มีเหตุผล เห็นหลายคนบ่นเหมือนกัน แล้วเท่าที่รู้ก็ยังไม่มีคำตอบจาก Apple)</li>
<li><strong>ไม่มีวิธีการนำรูปที่ถ่ายจากกล้องเข้าเครื่องแบบง่ายๆ</strong>: โดยทั่วไปโทรศัพท์มือถือที่ถ่ายรูปได้ มักมีกลไกการนำรูปที่ถ่ายเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะโดยผ่านสายลิงค์ หรือ Bluetooth แต่ iPhone ต้องใช้วิธีการอีเมลรูปนั้นเข้าบริการรับฝากรูปเช่น Flickr โดยรูปที่ถูกอีเมลจะถูกลดขนาดลงเหลือเพียง 640&#215;480 px เท่านั้น และต้องอีเมลทีละรูป ซึ่งใช้เวลามาก ถ้าอยากอับโหลดรูปทีเดียวเยอะๆ ก็ต้องใช้โปรแกรม (เถื่อน) ช่วย</li>
</ul>
<p>นอกจากนั้นยังมีข้อจำกัดอื่นๆ ที่รู้อยู่ตั้งแต่แรก เช่น รูเสียบหูฟังไม่สามารถใช้กับหูฟังอื่นๆ ได้ ถ้าอยากใช้หูฟังอื่นต้องใช้ตัวแปลง (ราคาแพง) การไม่สามารถเพิ่มความจุโดยใช้ memory card และความบกพร่องเล็กๆ น้อยๆ เช่นความไม่เสถียรของ browser ที่ชอบปิดตัวเองบ่อยๆ เมื่อเปิดเว็บที่ซับซ้อนหรือยาวหน่อย</p>
<p>จะเห็นว่าจุดบกพร่องทั้งสามข้อนั้นเป็นจุดบกพร่องที่ส่งผลต่อคุณสมบัติในการทำงานอย่างร้ายแรง ไม่ใช่เพียงทำให้เราไม่สะดวก แต่เป็นการลดทอนสิ่งที่โทรศัพท์ควรทำได้ออกไป เห็นได้ไม่ยากว่า Apple &#8220;จงใจ&#8221; สร้างข้อจำกัดเหล่านี้ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใช้ iPhone เปลี่ยนกลับไปใช้โทรศัพท์ยี่ห้ออื่น (สร้างสภาวะ vendor locked-in) และสร้างเงื่อนไขให้ผู้ใช้ไม่สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ได้นาน แต่ต้องซื้อใหม่เรื่อยๆ พฤติกรรมเหล่านี้ผมคิดว่าเป็นตัวแทนที่ชัดเจนของด้านมืดของบริโภคนิยมและทุนผูกขาด นอกจากนั้นยังเป็นพฤติกรรมที่สวนทางกับหลักเสรีภาพ (freedom) และแนวคิดการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้สามารถใช้งานร่วมกับคนอื่น (interoperability) โดยยึดมาตรฐาน (standards) อีกด้วย</p>
<p>นอกจากการจงใจสร้างข้อจำกัด Apple ยังมีแนวคิดลึกๆ ว่าต้องให้การออกแบบมาก่อนคุณสมบัติ (design over functionalities) ซึ่งเป็นแนวคิดที่ทำให้ขายของได้เพราะมันสร้างกระแส (hype) ได้ ตั้งแต่ Steve Jobs มาเป็น CEO ของ Apple บริษัทก็ใช้แนวทางนี้เรื่อยมา ซึ่งก็ดูเหมือนจะได้ผลเพราะใช้ &#8220;ถูกที่ถูกจังหวะ&#8221; ดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่มีความโน้มเอียงจะให้ความสำคัญกับการออกแบบ เช่นคนรุ่นใหม่ที่มีอันจะกิน ที่เป็นฐานลูกค้าที่เดิมไม่มีทางเลือกในการบริโภคอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่มีสไตล์และใช้งานได้ง่าย การให้ความสำคัญกับการออกแบบเหนือสิ่งอื่นใดนี้ก็เป็นส่วนทำให้เกิดข้อจำกัดหลายอย่าง เช่นเรื่องแบตเตอรี่และการไม่สามารถ export contact ได้ (แต่กลับ import contact ได้โดยง่าย&#8230;) และการไม่สามารถเพิ่ม memory card ได้</p>
<p>ทั้งหมดที่กล่าวมาทำให้ผมตัดสินใจขาย iPhone แล้วเอาเงินไปซื้อโทรศัพท์ Samsung รุ่นเล็กสุด (C170) ที่ดูดีและคุ้มค่าในราคาพันกว่าบาทแล้วยังเหลือเงินเก็บหมื่นกว่าบาท ผมคิดว่านี่เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดอีกครั้งในชีวิต</p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/guopai.wordpress.com/117/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/guopai.wordpress.com/117/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/guopai.wordpress.com/117/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/guopai.wordpress.com/117/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/guopai.wordpress.com/117/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/guopai.wordpress.com/117/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/guopai.wordpress.com/117/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/guopai.wordpress.com/117/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/guopai.wordpress.com/117/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/guopai.wordpress.com/117/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=guopai.wordpress.com&blog=1309104&post=117&subd=guopai&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://guopai.wordpress.com/2008/11/20/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2-iphone/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>11</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/996ed0cee2ef962ddfa3eaa731e0d0c2?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F1.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">guopai</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>คนรุ่นใหม่ผู้หลงมัวเมาอยู่กับ &#8220;เสรีภาพ&#8221;</title>
		<link>http://guopai.wordpress.com/2008/04/01/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://guopai.wordpress.com/2008/04/01/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 31 Mar 2008 17:36:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>guopai</dc:creator>
				<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[คนรุ่นใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ทางสายกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนนิยม]]></category>
		<category><![CDATA[ศีลธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[อารยธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เสรีภาพ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://guopai.wordpress.com/?p=43</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้อยากเขียนบันทึก แต่นึกไม่ออกว่ามีประเด็นอะไรให้เขียนได้ชัดๆ มีแต่ &#8220;กระแสความคิด&#8221; ไหลไปมา เลยลองเขียนดูว่าจะเป็นยังไง (กระแสความคิด เป็นคำที่ผมประดิษฐ์เอง มาจาก กระแสสำนึก &#8211; stream of consciousness ซึ่งเป็นกลวิธีการเล่าเรื่องแบบหนึ่งที่ Marcel Proust และ James Joyce ชอบใช้)
- คนรุ่นใหม่กำลังหลงอยู่กับคำว่า &#8220;เสรีภาพ&#8221; โดยแทนที่จะคิดว่ามีเสรีภาพเพื่ออะไร พวกเขากลับคิดว่าคนเราต้องมีเสรีภาพเพราะเราเกิดมาพร้อมกับเสรีภาพ (freedom for freedom&#8217;s sake) คนพวกนี้ไม่สนใจบรรทัดฐานและความถูกต้องพื้นฐานที่คนธรรมดาที่มีมโนสำนึกจะคิดได้ แต่ชอบที่จะเล่นแร่แปรธาตุกับคำและสถานการณ์เพื่อสนับสนุนอะไรก็ตามที่ไปด้วยกันได้กับ &#8220;เสรีภาพ&#8221; เช่นการแข่งขันเสรี การเบียดเบียนเพื่ออยู่รอด การแย่งตลาดและลูกค้า และ &#8220;ธรรมชาติ&#8221; ของมนุษย์
- ผมอยากถามต่อว่า ถ้าปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปตาม &#8220;ธรรมชาติ&#8221; แล้วการดำรงอยู่ของอารยธรรมและวิวัฒนาการจะมีความหมายอันใด? เราจะต่างอะไรกับสัตว์ป่า?
- มนุษย์เกิดมาเพื่อกล่อมเกลาตัวเองและสังคมให้พัฒนายิ่งๆ ขึ้นไป นั่นเป็นที่มาของ &#8220;ศีลธรรม&#8221; &#8220;บรรทัดฐาน&#8221; และ &#8220;ระเบียบแบบแผน&#8221; ซึ่งถ้าใช้ให้สอดคล้องกับ &#8220;ข้อมูล&#8221; &#8220;ความรู้&#8221; และ &#8220;ปัญญา&#8221; [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=guopai.wordpress.com&blog=1309104&post=43&subd=guopai&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>วันนี้อยากเขียนบันทึก แต่นึกไม่ออกว่ามีประเด็นอะไรให้เขียนได้ชัดๆ มีแต่ &#8220;กระแสความคิด&#8221; ไหลไปมา เลยลองเขียนดูว่าจะเป็นยังไง (กระแสความคิด เป็นคำที่ผมประดิษฐ์เอง มาจาก กระแสสำนึก &#8211; stream of consciousness ซึ่งเป็นกลวิธีการเล่าเรื่องแบบหนึ่งที่ Marcel Proust และ James Joyce ชอบใช้)</p>
<p>- คนรุ่นใหม่กำลังหลงอยู่กับคำว่า &#8220;เสรีภาพ&#8221; โดยแทนที่จะคิดว่ามีเสรีภาพเพื่ออะไร พวกเขากลับคิดว่าคนเราต้องมีเสรีภาพเพราะเราเกิดมาพร้อมกับเสรีภาพ (freedom for freedom&#8217;s sake) คนพวกนี้ไม่สนใจบรรทัดฐานและความถูกต้องพื้นฐานที่คนธรรมดาที่มีมโนสำนึกจะคิดได้ แต่ชอบที่จะเล่นแร่แปรธาตุกับคำและสถานการณ์เพื่อสนับสนุนอะไรก็ตามที่ไปด้วยกันได้กับ &#8220;เสรีภาพ&#8221; เช่นการแข่งขันเสรี การเบียดเบียนเพื่ออยู่รอด การแย่งตลาดและลูกค้า และ &#8220;ธรรมชาติ&#8221; ของมนุษย์</p>
<p>- ผมอยากถามต่อว่า <b>ถ้าปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปตาม &#8220;ธรรมชาติ&#8221; แล้วการดำรงอยู่ของอารยธรรมและวิวัฒนาการจะมีความหมายอันใด?</b> เราจะต่างอะไรกับสัตว์ป่า?</p>
<p>- มนุษย์เกิดมาเพื่อกล่อมเกลาตัวเองและสังคมให้พัฒนายิ่งๆ ขึ้นไป นั่นเป็นที่มาของ &#8220;ศีลธรรม&#8221; &#8220;บรรทัดฐาน&#8221; และ &#8220;ระเบียบแบบแผน&#8221; ซึ่งถ้าใช้ให้สอดคล้องกับ &#8220;ข้อมูล&#8221; &#8220;ความรู้&#8221; และ &#8220;ปัญญา&#8221; จะนำไปสู่ &#8220;อารยธรรม&#8221;</p>
<p>- ทุนนิยมและเสรีนิยมเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุด ที่ &#8220;คนรุ่นใหม่&#8221; เหล่านั้นอ้างว่าสอดคล้องกับ &#8220;ธรรมชาติ&#8221; (อันดิบ เถื่อน และยังไม่ถูกกล่อมเกลา) ของมนุษย์</p>
<p>- ผมเชื่อในทางสายกลาง (moderation) และการคิดอย่างใตร่ตรอง (consideration) ก่อนที่จะพูดหรือทำอะไร</p>
<img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/guopai.wordpress.com/43/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/guopai.wordpress.com/43/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/guopai.wordpress.com/43/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/guopai.wordpress.com/43/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/guopai.wordpress.com/43/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/guopai.wordpress.com/43/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/guopai.wordpress.com/43/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/guopai.wordpress.com/43/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/guopai.wordpress.com/43/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/guopai.wordpress.com/43/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/guopai.wordpress.com/43/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/guopai.wordpress.com/43/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=guopai.wordpress.com&blog=1309104&post=43&subd=guopai&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://guopai.wordpress.com/2008/04/01/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>10</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/996ed0cee2ef962ddfa3eaa731e0d0c2?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F1.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">guopai</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ทัศนะ &#8220;รักตัวเองดีที่สุด&#8221; กับโลกทุนนิยมเสรี</title>
		<link>http://guopai.wordpress.com/2008/02/19/%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%a8%e0%b8%99%e0%b8%b0-%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b8/</link>
		<comments>http://guopai.wordpress.com/2008/02/19/%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%a8%e0%b8%99%e0%b8%b0-%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b8/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 19 Feb 2008 15:37:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>guopai</dc:creator>
				<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อมูล]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ทัศนคติ]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนนิยม]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญญา]]></category>
		<category><![CDATA[รักตัวเอง]]></category>
		<category><![CDATA[วัยรุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[อนาธิปไตย]]></category>
		<category><![CDATA[อารยธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เสรีภาพ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://guopai.wordpress.com/?p=24</guid>
		<description><![CDATA[หลังจากที่ได้สอนนักศึกษาปริญญาตรีมา 3 เทอม ผมพบสิ่งที่น่าสังเกตอย่างหนึ่ง ก็คือคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะที่มีความรู้ มีการศึกษา มักมีทัศนะ &#8220;รักตัวเองดีที่สุด&#8221;
ทัศนะ &#8220;รักตัวเองดีที่สุด&#8221; มันจะถูกเอ่ยหรือแสดงออกเมื่อคนคนนั้นผ่านเหตุการณ์อะไรสักอย่างในชีวิตที่สะเทือนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความผิดหวังเรื่องความรัก พวกเขามักจะคิดว่า ไม่มีใครรักเราจริง (เว้นเสียต่อพ่อแม่พี่น้อง) ดังนั้น เราควรจะรักตัวเอง ใส่ใจตัวเอง ไม่เอาตัวเราไปเกาะยึด หรือตั้งความหวังกับใคร
ทัศนะรักตัวเอง มักจะมาคู่กับความต้องการที่จะมีชีวิตอิสระ ทั้งแบบที่ทำได้จริง (ที่บ้านปล่อยเสรีอยู่แล้ว) กับแบบที่อยากจะทำ (ที่บ้านเข้มงวด) ซึ่งเป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เนื่องจากการถูกกดทับโดยระบบสังคม และใจแบบวัยรุ่นที่ไม่ต้องการกรอบมาจำกัดจินตนาการและพัฒนาการของตน
ผมบอกไม่ได้ว่าทัศนะรักตัวเอง หรือความต้องการเสรีภาพสุดโต่ง ดีหรือไม่ และจะส่งผลต่อสังคมโดยรวมในอนาคต เมื่อคนเหล่านี้เติบโตเป็นผู้ใหญ่อย่างไร แต่อยากจะตั้งข้อสังเกตว่า ทั้งความรักตัวเอง และความต้องการเสรีภาพ อันที่จริงมีความสอดคล้องกับแนวคิดทางการเมืองและเศรษฐกิจแบบทุนนิยมเสรีและอนาธิปไตย ที่เคลื่อนไหวบนพื้นฐานว่ามนุษย์ทุกคนควรทำสิ่งที่คิดว่าดีที่สุดสำหรับตน โดยปราศจากกลไกปกครองหรือควบคุม แล้วโลกจะเคลื่อนเข้าสู่ดุลยภาพและดำเนินไปได้ด้วยดีอย่างมีประสิทธิภาพเอง ซึ่งจุดนี้ ผมพอจะมีจุดยืนที่ชัดระดับหนึ่งว่า ไม่เห็นด้วย
ผมเชื่อว่า โลกทุนนิยมและเสรีนิยมสุดโต่งกำลังนำเราสู่ขาลงของอารยธรรม เริ่มตั้งแต่กระบวนการผลิตที่ตอบสนองความต้องการของคนส่วนมาก (ที่ไม่จำเป็นต้องฉลาด) ในระบบอุตสาหกรรม นำมาสู่สินค้าเช่นอาหารที่ไม่ใช่ &#8220;อาหาร&#8221; อีกต่อไป วัฒนธรรมและความอ่อนช้อยที่ถูกสืบทอดมา กำลังถูกแทนที่ด้วยประสิทธิภาพและความ &#8220;เหมือนๆ กันหมด&#8221; ความลึกซึ้งของภูมิปัญญาถูกแทนที่ด้วย &#8220;ข้อมูล&#8221; [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=guopai.wordpress.com&blog=1309104&post=24&subd=guopai&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>หลังจากที่ได้สอนนักศึกษาปริญญาตรีมา 3 เทอม ผมพบสิ่งที่น่าสังเกตอย่างหนึ่ง ก็คือคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะที่มีความรู้ มีการศึกษา มักมีทัศนะ &#8220;รักตัวเองดีที่สุด&#8221;</p>
<p>ทัศนะ &#8220;รักตัวเองดีที่สุด&#8221; มันจะถูกเอ่ยหรือแสดงออกเมื่อคนคนนั้นผ่านเหตุการณ์อะไรสักอย่างในชีวิตที่สะเทือนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความผิดหวังเรื่องความรัก พวกเขามักจะคิดว่า ไม่มีใครรักเราจริง (เว้นเสียต่อพ่อแม่พี่น้อง) ดังนั้น เราควรจะรักตัวเอง ใส่ใจตัวเอง ไม่เอาตัวเราไปเกาะยึด หรือตั้งความหวังกับใคร</p>
<p>ทัศนะรักตัวเอง มักจะมาคู่กับความต้องการที่จะมีชีวิตอิสระ ทั้งแบบที่ทำได้จริง (ที่บ้านปล่อยเสรีอยู่แล้ว) กับแบบที่อยากจะทำ (ที่บ้านเข้มงวด) ซึ่งเป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เนื่องจากการถูกกดทับโดยระบบสังคม และใจแบบวัยรุ่นที่ไม่ต้องการกรอบมาจำกัดจินตนาการและพัฒนาการของตน</p>
<p>ผมบอกไม่ได้ว่าทัศนะรักตัวเอง หรือความต้องการเสรีภาพสุดโต่ง ดีหรือไม่ และจะส่งผลต่อสังคมโดยรวมในอนาคต เมื่อคนเหล่านี้เติบโตเป็นผู้ใหญ่อย่างไร แต่อยากจะตั้งข้อสังเกตว่า ทั้งความรักตัวเอง และความต้องการเสรีภาพ อันที่จริงมีความสอดคล้องกับแนวคิดทางการเมืองและเศรษฐกิจแบบทุนนิยมเสรีและอนาธิปไตย ที่เคลื่อนไหวบนพื้นฐานว่ามนุษย์ทุกคนควรทำสิ่งที่คิดว่าดีที่สุดสำหรับตน โดยปราศจากกลไกปกครองหรือควบคุม แล้วโลกจะเคลื่อนเข้าสู่ดุลยภาพและดำเนินไปได้ด้วยดีอย่างมีประสิทธิภาพเอง ซึ่งจุดนี้ ผมพอจะมีจุดยืนที่ชัดระดับหนึ่งว่า ไม่เห็นด้วย</p>
<p>ผมเชื่อว่า โลกทุนนิยมและเสรีนิยมสุดโต่งกำลังนำเราสู่ขาลงของอารยธรรม เริ่มตั้งแต่กระบวนการผลิตที่ตอบสนองความต้องการของคนส่วนมาก (ที่ไม่จำเป็นต้องฉลาด) ในระบบอุตสาหกรรม นำมาสู่สินค้าเช่นอาหารที่ไม่ใช่ &#8220;อาหาร&#8221; อีกต่อไป วัฒนธรรมและความอ่อนช้อยที่ถูกสืบทอดมา กำลังถูกแทนที่ด้วยประสิทธิภาพและความ &#8220;เหมือนๆ กันหมด&#8221; ความลึกซึ้งของภูมิปัญญาถูกแทนที่ด้วย &#8220;ข้อมูล&#8221; จำนวนมหาศาลที่คนหลงคิดว่ามันคือ &#8220;ความรู้&#8221; หรือ &#8220;ปัญญา&#8221; สิ่งที่มีค่ากับสังคมและมนุษย์กำลังจะหายไป สิ่งแวดล้อมและธรรมชาติถูกทำลาย สักวัน เราอาจมีชีวิตอยู่ใน Galactic Empire ที่ยิ่งใหญ่ แต่ต้องมุดไปอยู่ใต้ดินและกินยีสต์แทนอาหารจริงเหมือนในนิยายของ Isaac Asimov ก็เป็นได้ นั่นเป็นชีวิตที่น่าอยู่หรือ?</p>
<img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/guopai.wordpress.com/24/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/guopai.wordpress.com/24/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/guopai.wordpress.com/24/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/guopai.wordpress.com/24/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/guopai.wordpress.com/24/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/guopai.wordpress.com/24/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/guopai.wordpress.com/24/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/guopai.wordpress.com/24/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/guopai.wordpress.com/24/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/guopai.wordpress.com/24/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/guopai.wordpress.com/24/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/guopai.wordpress.com/24/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=guopai.wordpress.com&blog=1309104&post=24&subd=guopai&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://guopai.wordpress.com/2008/02/19/%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%a8%e0%b8%99%e0%b8%b0-%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b8/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/996ed0cee2ef962ddfa3eaa731e0d0c2?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F1.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">guopai</media:title>
		</media:content>
	</item>
	</channel>
</rss>