Entangle

A written expression

Tag: JC457

Slide for New Media and PR Class – 04

20091030-CC-intro

Slide for New Media and PR class – 03

http://issuu.com/guopai/docs/jc457-03-long-tail-wisdom-of-crowds?viewMode=presentation

Slide for New Media and PR class – 02

http://issuu.com/guopai/docs/jc457-02-trends-in-new-media

Slide for New Media and PR class – 01

http://issuu.com/guopai/docs/jc457-01-intro

เกรด JC457

จาก request นักศึกษาว่าอยากเห็นเกรดเร็วๆ ได้ผลโดยทั่วไปดังนี้ครับ

  • กลุ่มละคอน JC เกรด B+
    • เหตุผล: มีการวางแผนและความตั้งใจดี การวิเคราะห์ทั้งระหว่างทำงานและวิเคราะห์ผลน่าสนใจ เห็นภาพการทำงานร่วมกันดี ยังสามารถปรับปรุงด้านการต่อยอดและขยายความสนใจไปยังกลุ่มคนที่กว้างขึ้น
  • กลุ่ม JC Showcase เกรด B+
    • เหตุผล: มีความตั้งใจและความพยายามในการศึกษาเทคนิควิธีดี เห็นภาพการทำงานร่วมกันดี ยังสามารถปรับปรุงเนื้องาน โดยเฉพาะการต่อยอดความสนใจออกไปยังวงกว้างขึ้น
  • กลุ่ม Training Day เกรด B
    • มีปัญหาเรื่องการวางแผนและการตัดสินใจ การทำงานร่วมกันยังไม่เป็นเอกภาพ อย่างไรก็ตามเห็นความพยายามดีภายในระยะเวลาที่จำกัด

Course Outline วส.457 สื่อประชาสัมพันธ์ 2

ตอนทำ course outline วิชานี้เร่งๆ เลยลืมบางหัวข้อ ดังนั้นจึงขอโพสต์ใหม่ที่นี่ครับ และถ้ามีอะไรเพิ่มจะแก้ไขหน้านี้เรื่อยๆ

———————————

Course Outline
วส.457 สื่อประชาสัมพันธ์ 2

ผู้บรรยาย
- ชิตพงษ์ กิตตินราดร, ที่ปรึกษาแผนงาน ICT เพื่อสุขภาวะออนไลน์และการสนับสนุนภาคีเครือข่าย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), MA student in New Media & Society, University of Leicester, guopai@gmail.comhttp://guopai.wordpress.com
- อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ (ร่วมบรรยาย), ที่ปรึกษาทางเทคโนโลยี Siam Intelligence Unit, MSc in Information Management, The University of Sheffield, isriya@gmail.com, http://isriya.com

เป้าหมาย
เพื่อให้เกิดความรู้และความเข้าใจที่มา แนวคิด และคุณสมบัติต่างๆ ของสื่อใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสื่ออินเทอร์เน็ต ตลอดจนทักษะในการใช้เครื่องมือต่างๆ ในฐานะเครื่องมือเพื่อการประชาสัมพันธ์ โดยเน้นการทำโครงการและวัดผลจริง

Outline

1. พื้นฐานแนวคิด (เดือนที่ 1)

  • แนวคิดเรื่องหน้าที่และบทบาทของสื่อในสังคม
  • พัฒนาการ แนวคิด และคุณสมบัติของสื่อใหม่

2. ทฤษฎี (เดือนที่ 1)

  • The Long Tail
  • Wisdom of the Crowds
  • Social Network
  • Open Content and Creative Commons

3. เครื่องมือ (เดือนที่ 2-3)

  • Blog and group blog
  • Email and group mail
  • Social network (Facebook, Hi5, etc.)
  • Media sharing (Flickr, YouTube, etc.)
  • Feed and podcasting
  • Microblog (Twitter)
  • Maps (Google Maps/Earth)
  • Collaboration tools (shared documents, wiki, calendar)
  • Polling application (Wufoo, Google Spreadsheet)
  • Virtual reality (Second Life)
  • Web statistics (Truehits, Google Analytics)

4. ปฏิบัติ (เดือนที่ 4)

  • วางแผนและข้อเสนอโครงการ
  • พัฒนาต้นแบบ
  • ดำเนินการ
  • ประเมินผล

การประเมินผล

  • 25% Participation (class attendence, blogging)
  • 25% Take home questions/essays
  • 50% Project

หนังสืออ่านประกอบ

1. ชิตพงษ์ กิตตินราดร, อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ (2009): สู่อนาคตไทยด้วยเว็บ 2.0http://lib.blognone.com/Web2_Book, Blognone Library.

JC457 lecture slides on Media and Society

สื่อประชาสัมพันธ์ 2 กับโลกที่เลื่อนไหล

ได้ให้นักศึกษา JC457 สื่อประชาสัมพันธ์ 2 เขียนบล็อกสรุปเนื้อหาและบทเรียนที่ได้จากวิชานี้ เลยคิดว่าตัวเองซึ่งเป็นผู้สอนก็น่าจะเขียนบ้าง

อันดับแรกต้องขอบอกว่า ถึงแม้ผมจะสอนวิชานี้มาเป็นเทอมที่ 4 แต่ก็เป็นเทอมแรกที่สอนเองเต็มตัว และเป็นเทอมที่มีนักศึกษาน้อยที่สุด คือเพียง 3 คน (น่าจะด้วยเหตุผลว่านักศึกษาจำนวนมากติดเรียนที่รังสิต) แต่ก็เป็นเทอมที่ประทับใจ และรู้สึกว่าตัวเองได้ทำประโยชน์ในฐานะผู้สอนได้มากที่สุดครั้งหนึ่ง

ทุกครั้งที่ผมสอนวิชานี้ จะมีความรู้สึกสองอย่างตีกันในใจเสมอ ความรู้สึกแรกคือการคิดว่าเนื้อหาที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการ PR บนอินเทอร์เน็ตนั้นมีน้อยไม่พอสอน แต่ก็ไม่อยากจะหันไปพูดเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวกับ PR โดยตรง และความรู้สึกที่สองก็คือการคิดว่ามีเรื่องอยากพูดมากมายที่น่าจะให้ประโยชน์กับนักศึกษาได้บ้าง อย่างน้อยก็เป็นการถ่ายทอดประสบการณ์และมุมมองในการมองโลกในฐานะที่ถึงแม้อายุจะยังไม่เยอะ แต่ก็ได้มีโอกาสทำงานที่เกี่ยวข้องกับคนและปัจจัยจำนวนมากอย่างเข้มข้นตลอดเวลาที่ผมได้ทำงานมา

ส่วนมาก ความรู้สึกที่สองที่อยากพูดเรื่องอื่นๆ บ้าง ก็มีชัยชนะเหนือความรู้สึกแรก ชั้นเรียนวิชา JC457 จึงกลายเป็นที่อภิปรายปัญหาการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยีโดยปริยาย

แล้วผมก็หาเหตุผล (เข้าข้างตัวเอง) ได้ในที่สุด ว่าทำไมต้องพูดเรื่องเหล่านั้นในชั้นเรียน PR เหตุผลนั้นก็คือการย้อนกลับไปถามตัวเองว่า แท้ที่จริงแล้ว การศึกษามีเป้าหมายเพื่ออะไร สำหรับผม การศึกษาจะต้องทำให้คนสามารถใช้ศักยภาพของตนเอง เพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาสังคม นอกจากนั้น ยังควรที่จะส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาศักยภาพ ทั้งในทางความคิดและเครื่องมือ

ถ้าคิดถึงเป้าหมายดังกล่าวเป็นหลัก การเรียนวิชาการประชาสัมพันธ์ ก็ต้องเรียนไปเพื่อทำให้องค์กรหรือหน่วยงานของตนสามารถสื่อสารกับสาธารณะได้ เพื่อให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อองค์กรตนเอง และสาธารณะ เรียกว่า Win-Win situation นั่นแปลว่าการ PR เป็นแค่เครื่องมือเพื่อถ่ายทอดและสื่อสาร “ความจริง” เพราะความจริงย่อมนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ไม่ใช่การบิดเบือนข่าวสารเพื่อประโยชน์ระยะสั้นในการสร้างภาพลักษณ์ แต่ในท้ายที่สุดกลับหลงลืมว่ารากฐานของตนเองนั้นกลวงเปล่า เหมือนภาวะเศรษฐกิจสหรัฐที่กำลังมีปัญหาเพราะความโลภและการพูดเท็จและหลอกตัวเองไปวันๆ จนระเบิดในท้ายที่สุด

“ความจริง” ในบางครั้งก็ไม่น่าอภิรมย์ การสื่อสารความจริงเป็นเรื่องที่จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก แต่กลับมาที่ประเด็นที่สำคัญกว่านั้น ก็คือทำไมผมต้องพูดเรื่องการเมือง สังคม เศรษฐกิจ ในวิชา PR คำตอบน่าจะอยู่ที่การทำให้ผู้เรียนเข้าถึงความสำคัญของความจริง ที่ประกอบจากปัจจัยหลายประการ และใช้เครื่องมือที่มีอยู่เพื่อสื่อสารความจริงดังกล่าวกับฝูงชน และใช้ความจริงแก้ปัญหาและพัฒนาสังคม ยกตัวอย่างเช่นการทำความเข้าใจความจริง ว่าโลกเราประกอบจากคนที่คิดเห็นต่างๆ กันหลากหลายกลุ่ม แต่ถ้าเราสามารถสื่อสารกับคนกลุ่มเล็กกลุ่มน้อยได้ สารของเราก็จะเพิ่มพลังและผลกระทบต่อสังคมในวงกว้างและมุ่งไปยังกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม หรือการที่อินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือในการรวบรวมความคิดเห็นที่หลากหลาย มาสังเคราะห์ให้กลายเป็น “ความจริงสาธารณะ” เช่นใน Wikipedia ก็เป็นตัวอย่างว่าความจริงไม่ได้มีมิติเดียวที่มาจาก “ผู้ส่งข่าว” แต่มาจาก “ทุกคน”

สิ่งหนึ่งที่อยากเน้นย้ำและเสนอไว้ คือความจริงไม่ได้มีเพียงหนึ่งเดียว ความจริงของผมกับความจริงของนักศึกษาอาจมีหน้าตาต่างกัน สิ่งที่สำคัญกว่านั้นก็คือการเข้าใจว่าประชาธิปไตยคือการสังเคราะห์ความจริงส่วนตัวให้กลายเป็นความจริงส่วนรวม นั่นก็คือการที่ความคิดเห็นและความเชื่อของคนจำนวนมากถูกหล่อหลอมรวมกันกลายเป็นการตัดสินใจระดับนโยบายที่ส่งผลกระทบต่อทุกคน ซึ่งเว็บก็เป็นเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยอำนวยการให้เกิดการบวนการนี้ได้ เช่นในกรณีของ ideabangkok.com

ดังนั้น ถ้าจะสรุปบทเรียนท้ายที่สุดสำหรับผมแล้ว ผมคิดว่าวิชา JC457 ทำให้นักศึกษาเข้าใจว่าในสังคมประชาธิปไตย ความคิดเห็นที่หลากหลายเป็นธรรมชาติ และเป็นสิ่งสำคัญที่ควรสนับสนุน (longtail?) และสังคมจะต้องมีกลไกในการทำให้ความคิดเห็นหลากหลายนั้นกลายเป็นผลิตผลที่มีประโยชน์ต่อส่วนรวมในท้ายที่สุด อาจจะด้วยการสังเคราะห์ให้กลายเป็นนโยบาย องค์ความรู้ การตัดสินใจ การตอบคำถาม การแสดงความเห็น (wisdom of crowds?) โดยใช้เครื่องมือต่างๆ ที่สังคมมีอยู่ (social network? web?)

ผมคิดว่าการให้การศึกษาในลักษณะนี้ นอกจากจะทำให้นักศึกษาได้มีชุดความคิดและเครื่องมือที่มีประโยชน์แล้ว ยังทำให้สิ่งที่นักศึกษาได้เรียนไปมีประโยชน์อย่างถาวรไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านไปนานเท่าใด เพราะถึงแม้เทคโนโลยีหรือเครื่องมือจะเปลี่ยนไป แต่สุดท้ายสังคมก็ขับเคลื่อนได้จากการปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนกับคนที่มีความคิดความเห็นต่างกันนั่นเอง

ถ้าคิดอย่างนี้ ผมคิดว่า 4 เดือนที่ผ่านมาก็น่าจะคุ้มค่า เพราะอย่างน้อยนักศึกษาก็ได้เรียนรู้ถึงมิติหนึ่งของพลวัตทางสังคม และพร้อมที่จะประยุกต์ใช้เครื่องมือต่างๆ ไม่ว่าจะอยู่ในยุคใดสมัยใด ให้สนับสนุนและส่งเสริมพลวัตนั้น ทำให้สังคมและมนุษย์ก้าวหน้าและพัฒนาขึ้น

สุดท้ายต้องขอขอบคุณนักศึกษาทั้ง 3 คนที่สนใจและให้ความสำคัญกับวิชานี้ ผมคิดว่าบรรยากาศการเรียนวิชานี้ในเทอมนี้เป็นบรรยากาศที่ดีมากๆ และอยากให้เกิดแบบนี้กับวิชาอื่นๆ

ฝากบล็อกสรุปบทเรียนที่ได้จากวิชานี้ของทั้ง 3 คนครับ

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: