จาก request นักศึกษาว่าอยากเห็นเกรดเร็วๆ ได้ผลโดยทั่วไปดังนี้ครับ
ตอนทำ course outline วิชานี้เร่งๆ เลยลืมบางหัวข้อ ดังนั้นจึงขอโพสต์ใหม่ที่นี่ครับ และถ้ามีอะไรเพิ่มจะแก้ไขหน้านี้เรื่อยๆ
———————————
Course Outline
วส.457 สื่อประชาสัมพันธ์ 2
ผู้บรรยาย
- ชิตพงษ์ กิตตินราดร, ที่ปรึกษาแผนงาน ICT เพื่อสุขภาวะออนไลน์และการสนับสนุนภาคีเครือข่าย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), MA student in New Media & Society, University of Leicester, guopai@gmail.com, http://guopai.wordpress.com
- อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ (ร่วมบรรยาย), ที่ปรึกษาทางเทคโนโลยี Siam Intelligence Unit, MSc in Information Management, The University of Sheffield, isriya@gmail.com, http://isriya.com
เป้าหมาย
เพื่อให้เกิดความรู้และความเข้าใจที่มา แนวคิด และคุณสมบัติต่างๆ ของสื่อใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสื่ออินเทอร์เน็ต ตลอดจนทักษะในการใช้เครื่องมือต่างๆ ในฐานะเครื่องมือเพื่อการประชาสัมพันธ์ โดยเน้นการทำโครงการและวัดผลจริง
Outline
1. พื้นฐานแนวคิด (เดือนที่ 1)
2. ทฤษฎี (เดือนที่ 1)
3. เครื่องมือ (เดือนที่ 2-3)
4. ปฏิบัติ (เดือนที่ 4)
การประเมินผล
หนังสืออ่านประกอบ
1. ชิตพงษ์ กิตตินราดร, อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ (2009): สู่อนาคตไทยด้วยเว็บ 2.0, http://lib.blognone.com/Web2_Book, Blognone Library.
ได้ให้นักศึกษา JC457 สื่อประชาสัมพันธ์ 2 เขียนบล็อกสรุปเนื้อหาและบทเรียนที่ได้จากวิชานี้ เลยคิดว่าตัวเองซึ่งเป็นผู้สอนก็น่าจะเขียนบ้าง
อันดับแรกต้องขอบอกว่า ถึงแม้ผมจะสอนวิชานี้มาเป็นเทอมที่ 4 แต่ก็เป็นเทอมแรกที่สอนเองเต็มตัว และเป็นเทอมที่มีนักศึกษาน้อยที่สุด คือเพียง 3 คน (น่าจะด้วยเหตุผลว่านักศึกษาจำนวนมากติดเรียนที่รังสิต) แต่ก็เป็นเทอมที่ประทับใจ และรู้สึกว่าตัวเองได้ทำประโยชน์ในฐานะผู้สอนได้มากที่สุดครั้งหนึ่ง
ทุกครั้งที่ผมสอนวิชานี้ จะมีความรู้สึกสองอย่างตีกันในใจเสมอ ความรู้สึกแรกคือการคิดว่าเนื้อหาที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการ PR บนอินเทอร์เน็ตนั้นมีน้อยไม่พอสอน แต่ก็ไม่อยากจะหันไปพูดเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวกับ PR โดยตรง และความรู้สึกที่สองก็คือการคิดว่ามีเรื่องอยากพูดมากมายที่น่าจะให้ประโยชน์กับนักศึกษาได้บ้าง อย่างน้อยก็เป็นการถ่ายทอดประสบการณ์และมุมมองในการมองโลกในฐานะที่ถึงแม้อายุจะยังไม่เยอะ แต่ก็ได้มีโอกาสทำงานที่เกี่ยวข้องกับคนและปัจจัยจำนวนมากอย่างเข้มข้นตลอดเวลาที่ผมได้ทำงานมา
ส่วนมาก ความรู้สึกที่สองที่อยากพูดเรื่องอื่นๆ บ้าง ก็มีชัยชนะเหนือความรู้สึกแรก ชั้นเรียนวิชา JC457 จึงกลายเป็นที่อภิปรายปัญหาการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยีโดยปริยาย
แล้วผมก็หาเหตุผล (เข้าข้างตัวเอง) ได้ในที่สุด ว่าทำไมต้องพูดเรื่องเหล่านั้นในชั้นเรียน PR เหตุผลนั้นก็คือการย้อนกลับไปถามตัวเองว่า แท้ที่จริงแล้ว การศึกษามีเป้าหมายเพื่ออะไร สำหรับผม การศึกษาจะต้องทำให้คนสามารถใช้ศักยภาพของตนเอง เพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาสังคม นอกจากนั้น ยังควรที่จะส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาศักยภาพ ทั้งในทางความคิดและเครื่องมือ
ถ้าคิดถึงเป้าหมายดังกล่าวเป็นหลัก การเรียนวิชาการประชาสัมพันธ์ ก็ต้องเรียนไปเพื่อทำให้องค์กรหรือหน่วยงานของตนสามารถสื่อสารกับสาธารณะได้ เพื่อให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อองค์กรตนเอง และสาธารณะ เรียกว่า Win-Win situation นั่นแปลว่าการ PR เป็นแค่เครื่องมือเพื่อถ่ายทอดและสื่อสาร “ความจริง” เพราะความจริงย่อมนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ไม่ใช่การบิดเบือนข่าวสารเพื่อประโยชน์ระยะสั้นในการสร้างภาพลักษณ์ แต่ในท้ายที่สุดกลับหลงลืมว่ารากฐานของตนเองนั้นกลวงเปล่า เหมือนภาวะเศรษฐกิจสหรัฐที่กำลังมีปัญหาเพราะความโลภและการพูดเท็จและหลอกตัวเองไปวันๆ จนระเบิดในท้ายที่สุด
“ความจริง” ในบางครั้งก็ไม่น่าอภิรมย์ การสื่อสารความจริงเป็นเรื่องที่จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก แต่กลับมาที่ประเด็นที่สำคัญกว่านั้น ก็คือทำไมผมต้องพูดเรื่องการเมือง สังคม เศรษฐกิจ ในวิชา PR คำตอบน่าจะอยู่ที่การทำให้ผู้เรียนเข้าถึงความสำคัญของความจริง ที่ประกอบจากปัจจัยหลายประการ และใช้เครื่องมือที่มีอยู่เพื่อสื่อสารความจริงดังกล่าวกับฝูงชน และใช้ความจริงแก้ปัญหาและพัฒนาสังคม ยกตัวอย่างเช่นการทำความเข้าใจความจริง ว่าโลกเราประกอบจากคนที่คิดเห็นต่างๆ กันหลากหลายกลุ่ม แต่ถ้าเราสามารถสื่อสารกับคนกลุ่มเล็กกลุ่มน้อยได้ สารของเราก็จะเพิ่มพลังและผลกระทบต่อสังคมในวงกว้างและมุ่งไปยังกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม หรือการที่อินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือในการรวบรวมความคิดเห็นที่หลากหลาย มาสังเคราะห์ให้กลายเป็น “ความจริงสาธารณะ” เช่นใน Wikipedia ก็เป็นตัวอย่างว่าความจริงไม่ได้มีมิติเดียวที่มาจาก “ผู้ส่งข่าว” แต่มาจาก “ทุกคน”
สิ่งหนึ่งที่อยากเน้นย้ำและเสนอไว้ คือความจริงไม่ได้มีเพียงหนึ่งเดียว ความจริงของผมกับความจริงของนักศึกษาอาจมีหน้าตาต่างกัน สิ่งที่สำคัญกว่านั้นก็คือการเข้าใจว่าประชาธิปไตยคือการสังเคราะห์ความจริงส่วนตัวให้กลายเป็นความจริงส่วนรวม นั่นก็คือการที่ความคิดเห็นและความเชื่อของคนจำนวนมากถูกหล่อหลอมรวมกันกลายเป็นการตัดสินใจระดับนโยบายที่ส่งผลกระทบต่อทุกคน ซึ่งเว็บก็เป็นเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยอำนวยการให้เกิดการบวนการนี้ได้ เช่นในกรณีของ ideabangkok.com
ดังนั้น ถ้าจะสรุปบทเรียนท้ายที่สุดสำหรับผมแล้ว ผมคิดว่าวิชา JC457 ทำให้นักศึกษาเข้าใจว่าในสังคมประชาธิปไตย ความคิดเห็นที่หลากหลายเป็นธรรมชาติ และเป็นสิ่งสำคัญที่ควรสนับสนุน (longtail?) และสังคมจะต้องมีกลไกในการทำให้ความคิดเห็นหลากหลายนั้นกลายเป็นผลิตผลที่มีประโยชน์ต่อส่วนรวมในท้ายที่สุด อาจจะด้วยการสังเคราะห์ให้กลายเป็นนโยบาย องค์ความรู้ การตัดสินใจ การตอบคำถาม การแสดงความเห็น (wisdom of crowds?) โดยใช้เครื่องมือต่างๆ ที่สังคมมีอยู่ (social network? web?)
ผมคิดว่าการให้การศึกษาในลักษณะนี้ นอกจากจะทำให้นักศึกษาได้มีชุดความคิดและเครื่องมือที่มีประโยชน์แล้ว ยังทำให้สิ่งที่นักศึกษาได้เรียนไปมีประโยชน์อย่างถาวรไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านไปนานเท่าใด เพราะถึงแม้เทคโนโลยีหรือเครื่องมือจะเปลี่ยนไป แต่สุดท้ายสังคมก็ขับเคลื่อนได้จากการปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนกับคนที่มีความคิดความเห็นต่างกันนั่นเอง
ถ้าคิดอย่างนี้ ผมคิดว่า 4 เดือนที่ผ่านมาก็น่าจะคุ้มค่า เพราะอย่างน้อยนักศึกษาก็ได้เรียนรู้ถึงมิติหนึ่งของพลวัตทางสังคม และพร้อมที่จะประยุกต์ใช้เครื่องมือต่างๆ ไม่ว่าจะอยู่ในยุคใดสมัยใด ให้สนับสนุนและส่งเสริมพลวัตนั้น ทำให้สังคมและมนุษย์ก้าวหน้าและพัฒนาขึ้น
สุดท้ายต้องขอขอบคุณนักศึกษาทั้ง 3 คนที่สนใจและให้ความสำคัญกับวิชานี้ ผมคิดว่าบรรยากาศการเรียนวิชานี้ในเทอมนี้เป็นบรรยากาศที่ดีมากๆ และอยากให้เกิดแบบนี้กับวิชาอื่นๆ
ฝากบล็อกสรุปบทเรียนที่ได้จากวิชานี้ของทั้ง 3 คนครับ